Connect with us
Avatar

Published

on

ส่วนลูกสาวถูกตัดสินให้จำคุก 40 ปี ด้วยคดีทุจริตรับสินบนเพื่ออนุญาตให้จัดเทศกาลภาพยนต์นานาชาติกรุงเทพฯ ปี 2545

            เมื่อช่วงสายของวันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีทุจริตเงินสินบนจัดเทศกาลภาพยนตร์กรุงเทพฯ หมายเลขดำ อท. 46/2559 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์  ยื่นฟ้อง นางจุฑามาศ ศิริวรรณ อายุ 73 ปี อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ น.ส.จิตติโสภา ศิริวรรณ อายุ 46 ปี บุตรสาว เป็นจำเลยที่ 1-2

โดยคดีนี้อัยการเป็นโจทก์ ยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2558 จากกรณีที่จำเลยทั้งสองร่วมกันรับเงินตอบแทนจาก สามี-ภรรยาชาวสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นนักธุรกิจภาพยนตร์ เพื่อให้ได้สิทธิในการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ ปี 2002-2007 (หรือปี พ.ศ. 2545-2550) มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

            ต่อมาศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาตั้งเเต่วันที่ 29 มี.ค. 2560 เห็นว่ามีความผิดจริงตามข้อกล่าวหา จึงกำหนดโทษให้จำคุกนางจุฑามาศ จำเลยที่ 1 รวม 11 กระทงๆ ละ 6 ปี เป็นจำคุก 66 ปี แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงตามกฎหมายแล้ว ให้จำคุกสูงสุดเป็นเวลา 50 ปี 

            ส่วน น.ส.จิตติโสภา จำเลยที่ 2 บุตรสาว จำคุกรวม 11 กระทงเช่นกัน กระทงละ 4 ปี รวมจำคุกทั้งสิ้น 44 ปี และสั่งให้ริบเงินที่เกิดจากการกระทำผิด 1,822,494 เหรียญสหรัฐฯ และดอกผลที่เกิดขึ้นให้ตกเป็นของแผ่นดินด้วย โดยเงินนั้นเป็นทรัพย์ที่ฝากอยู่ในธนาคารต่างประเทศ ศาลจึงได้กำหนดมูลค่าทรัพย์ที่สั่งริบนั้น เป็นมูลค่าทั้งสิ้น 62,724,776 บาท

            จำเลยทั้งสองยื่นอุทธรณ์ต่อศาลเพื่อขอให้ศาลพิพากยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ มีคำพิพากษาแก้เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2562 ให้จำคุก น.ส.จิตติโสภา จำเลยที่ 2 รวม 10กระทง (จากที่ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 11 กระทง) กระทง ละ 4 ปี รวมจำคุกทั้งสิ้น 40 ปี ส่วน นางจุฑามาศ จำเลยที่ 1 มารดา คงจำคุกตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น 11 กระทงๆ ละ 6 ปี จำคุกทั้งสิ้น 66 ปี แต่เมื่อรวมโทษตามกฎหมายแล้ว ให้จำคุกสูงสุดเป็นเวลา 50 ปี และให้ยกคำสั่งริบทรัพย์ของศาลชั้นต้นที่ให้ริบเงินที่เป็นการกระทำผิด ซึ่งเป็นเงินในบัญชีต่างประเทศกว่า 1.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯด้วย เนื่องจากเป็นการวินิจฉัยเกินคำขอ เพราะคดีนี้อัยการโจทก์ไม่ได้มีคำขอให้ริบของกลางหรือเงินใดๆ ไว้ท้ายฟ้อง

            ต่อมาจำเลยทั้งสองยื่นฎีกาต่อศาลเพื่อขอความเป็นธรรมขอให้ศาลพิพากษายกฟ้องอีก และในวันนี้ (16 พ.ย.2563) ศาลได้เบิกตัว นางจุฑามาศและ น.ส.จิตติโสภา จำเลยสองแม่ลูกซึ่งถูกคุมขังอยู่ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง มาศาลเพื่อฟังคำพิพากษาฎีกา

            ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันโดยละเอียดรอบคอบเเล้วเห็นว่า จำเลยทั้งสองกระทำผิดตามฟ้องจริง ที่ศาลอุทธรณ์ฯพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองมานั้นเหมาะสมแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์จำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน

            จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ นำตัวสองแม่ลูกขึ้นรถยนต์กลับไปคุมขังไว้ที่ทัณฑสถานหญิงกลางตามคำพิพากษาศาลฎีกาต่อไป

เครดิตภาพจาก www.posttoday.com

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Click to comment

You must be logged in to post a comment Login

Leave a Reply

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: