เรื่องราวประทับใจ ทีมพยาบาลรพ.ป่าตอง รักษาหญิงป่วยมะเร็งเต้านม จนแผลหายเป็นปกติ
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก I Love MOPH โพสต์ข้อความ ระบุว่า
เรื่องเล่าข่าวดี คืนชีวิตด้วยหัวใจ จากโรงพยาบาลป่าตอง จังหวัดภูเก็ต
ในโลกของการเจ็บป่วย บางครั้งสิ่งที่กัดกินผู้ป่วย ไม่ใช่แค่โรคร้าย แต่คือ “ความสิ้นหวัง” และ “ความอับอาย”
นี่คือเรื่องราวของหญิงไทยมุสลิม วัย 74 ปี ท่านหนึ่ง (ขอสงวนนาม) ผู้ใช้ชีวิตเพียงลำพัง ไร้คู่ครองและบุตร เธอหอบหิ้วความลับที่น่าเจ็บปวดไว้กับตัวนานถึง 3 ปี… ก้อนเนื้อที่เต้านมซ้ายค่อย ๆ โตขึ้น จนมีขนาดถึง 20×20 เซนติเมตร และมีแผลใหญ่ มีกลิ่น มีน้ำเหลืองไหลตลอดเวลา🩹 และมีไข้ต่ำ ๆ กัดกินร่างกายและจิตใจของเธอ
วินาทีที่โลกพังทลาย
เมื่อความลับแตก ญาติพาส่งโรงพยาบาลป่าตอง เมื่อเดือนพฤษภาคม 2567 ผลวินิจฉัยคือ “มะเร็งเต้านม” คำวินิจฉัยนี้มาพร้อมกับคำสั่งส่งตัวไปรักษาเฉพาะทางที่ศูนย์มะเร็ง
แต่สิ่งที่ทีมแพทย์พยาบาลได้รับกลับมาไม่ใช่ความกระตือรือร้นที่จะรักษา แต่คือ “ความปฏิเสธ” ที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
ผู้ป่วยและญาติถอดใจตั้งแต่วันแรก ด้วยเหตุผลที่รุมเร้า
🔹ความเชื่อ: คำบอกเล่าที่ว่า “โรคร้ายนี้ไม่มีทางรักษาหาย”
🔹สังขาร: อายุที่มากแล้ว จะสู้รบกับโรคไปเพื่ออะไร
🔹ศักดิ์ศรี: แผลที่มีกลิ่นรุนแรง ทำให้เธอรู้สึกอับอายจนไม่กล้าสบตาใคร คาดคิดเพียงว่าตนเองคงจะเสียชีวิตในอีกไม่นาน⏳
หลังจากไปฉายแสงได้เพียง 1 รอบ ผู้ป่วยและญาติตัดสินใจ “ปฏิเสธการรักษาหลัก” ทั้งหมด และเลือกที่จะกลับมารักษาแผลที่โรงพยาบาลป่าตองใกล้บ้าน ประหนึ่งว่า… ขอรักษาเพียงร่างกายทางภายนอก เพื่อรอช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตอย่างสงบ🕊️
พลังแห่งการดูแลที่ “มากกว่าทำแผล”
เมื่อผู้ป่วยเลือกเส้นทางนี้ ทีมพยาบาลโรงพยาบาลป่าตองก้าวเข้ามาด้วยหัวใจที่แตกต่างพวกเขาไม่ได้มองเธอเป็นแค่ “ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายที่ปฏิเสธการรักษา” แต่เป็น “มนุษย์ที่ต้องการกำลังใจ”
ภารกิจการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) ที่หัวใจพองโตจึงเริ่มต้นขึ้น
เยียวยาทางกายอย่างต่อเนื่อง: ทีมพยาบาลล้างแผลและทำแผลให้ผู้ป่วยทุกวันอย่างสม่ำเสมอ จัดการกับแผลขนาดใหญ่และกลิ่นเหม็นอย่างใส่ใจ
พยุงจิตใจทุกวินาที: ในทุก ๆ วันที่เจอกัน ทีมพยาบาลใช้โอกาสนี้ในการพูดคุย ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรค และที่สำคัญที่สุดคือ “ให้กำลังใจ” อย่างไม่ย่อท้อตลอดระยะเวลาหลายเดือน จากที่เคยหน้าตาเศร้าหมอง พยาบาลคอยเติมพลังใจให้ทีละนิด
ดึงครอบครัวเข้ามาโอบกอด: ทีมพยาบาลเปิดโอกาสให้ “หลานสาว” ผู้ดูแลหลัก เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลทุกขั้นตอน ทำให้ญาติเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนที่แข็งแกร่ง พาผู้ป่วยมาทำแผลและให้กำลังใจไม่ห่าง
ผลลัพธ์ที่เปลี่ยน “คราบน้ำตา” เป็น “รอยยิ้มกว้าง”
เวลาผ่านไป 1 ปี 6 เดือน ปาฏิหาริย์แห่งความเอาใจใส่ก็ปรากฏ
ร่างกายฟื้นตัว ก้อนเน่าเหม็นค่อย ๆ จางหายไป กลิ่นเหม็นรุนแรงหายไปจนหมดสิ้น แผลที่เคยดูน่ากลัวกลับมีแนวโน้มดีขึ้น จนในที่สุดแผลใกล้หายเป็นปกติ
จิตใจถูกเติมเต็ม: เมื่อความอับอายจากกลิ่นและแผลหายไป “รอยยิ้มกว้าง” ที่หายไปนานก็กลับมาอีกครั้ง ผู้ป่วยเริ่มมีกำลังใจ สามารถกลับไปใช้ชีวิตนอกบ้านได้ตามปกติ ไม่ต้องหลบซ่อนตัวอีกต่อไป
และวินาทีที่ประทับใจที่สุด ที่ทำให้ทีมพยาบาลทั้งภาคภูมิใจและตื้นตันใจอย่างหาที่สุดมิได้ คือวันที่ผู้ป่วยยิ้มกว้าง จับมือพยาบาลไว้แน่นด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมล้น และบอกว่า…
“ไม่คิดว่าแผลจะหายดีได้ขนาดนี้”
นั่นคือช่วงเวลาที่หัวใจของทั้งพยาบาลและผู้ป่วยเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน รอยยิ้ม และคราบน้ำตาแห่งความยินดี ไหลรินไปพร้อม ๆ กัน
บทสรุป: พยาบาลไม่ได้แค่ทำแผล แต่ได้ “คืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์”
เรื่องราวของคุณยายท่านนี้สอนให้เรารู้ว่า การรักษาเยียวยาไม่ได้แปลว่าต้อง “รักษามะเร็งให้หายขาด” เสมอไป ในผู้ป่วยที่เลือกปฏิเสธการรักษาหลัก การให้ความดูแลใส่ใจบาดแผลทางกายอย่างต่อเนื่อง ผสานกับการพยุงจิตใจอย่างไม่ย่อท้อ สามารถฟื้นฟูร่างกายได้เกินกว่าที่คาดคิด
ทีมพยาบาลโรงพยาบาลป่าตอง ไม่ได้แค่ทำหน้าที่ล้างแผล แต่ได้ทำหน้าที่คืนความสุข คืนรอยยิ้ม และ “คืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” ให้กับผู้ป่วย ให้เธอกลับมายืนหยัดและใช้ชีวิตทุกวันที่เหลืออยู่ได้อย่างมีความหมายและสง่างาม
บันทึกและเล่าเรื่องราวความประทับใจ โดย พว.วณิชยา เหล็มปาน พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ กลุ่มงานการพยาบาล โรงพยาบาลป่าตอง จังหวัดภูเก็ต
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS