Connect with us
Avatar

Published

on

แอดจะขอรีวิวแบบให้สปอยส์น้อยที่สุด แต่หากมีฉากไหนเผลอไปต้องขออภัย เพื่ออรรถรสของการรีวิว โดยการรีวิวซีรีส์ Start-up แอดจะขอรีวิวโดยเน้นที่ความรู้เล็กน้อยและแนวคิดที่สอดแทรกภายในเรื่องน้า  ในส่วนของเรตติ้งใน EP.3 และ4 นั้นก็ยังคงอยู่ที่ 5% ถือว่ายังอยู่ในระดับที่ดีและคาดว่าอาจจะสูงขึ้นเรื่อยๆ 

EP. 3 : “Angel นักลงทุนที่ให้คำแนะนำทางธุรกิจและสนับสนุนเงินทุนกับสตาร์ทอัพ” 

จากตอนที่ 2 ที่ลุ้นจนตัวโก่งว่า โดซาน จะยอมมางาน Networking party เพื่อช่วย ดัลมี ให้พ้นจากการขายหน้าหลังจากที่เธอไปโม้กับพี่สาวไว้ว่าตัวเองกำลังคบอยู่กับคนที่เคยเขียนจดหมายหากันด้วยเมื่อ 15 ปีก่อนและกำลังทำธุรกิจร่วมกัน สรุปคือ โดซาน ยอมมาจ้า (อันนี้คนดูน่าจะเดาออกมาชีต้องมา) แต่เมื่อเริ่มโกหกแล้ว การโกหกก็ต้องดำเนินต่อไปจนกว่าจะจนมุม จึงทำให้เรื่องยิ่งยากและซับซ้อนเข้าไปใหญ่ 

ซึ่งในตอนนี้ โดซานได้ถูกถามถึง Stage หรือ Round ในการระดมทุนว่าอยู่ในขั้นไหน แต่แอดจะไม่บอกให้ทุกคนไปติดตามกันเอง แต่แอดจะพูดถึงเรื่อง Round ของสตาร์ทอัพ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการเดินสู่เป้าหมายนั่นเอง

  • Seed Round คือ การได้เงินระดมทุน ประมาณ 250,000- 2,000,000 เหรียญสหรัฐ ซึ่งขั้นนี้จะใช้เรียกสตาร์ทอัพที่อยู่ในขั้นเริ่มต้นธุรกิจ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีทีมงานเพียงไม่กี่คน ซึ่งผู้สนับสนุนเงินในการลงทุนก็จะเรียกว่าเป็น Angel Invester และหากผลิตภัณฑ์ได้รับความนิยมก็จะเป็นสัญญาณในการเติบโตสู่ Series A ต่อไป
  • Series A คือ การได้รับเงินระดมทุน ประมาณ 2-15 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยส่วนมากสตาร์ทอัพที่ได้รับเงินลงทุนหลังจาก Seed Round แล้วจะใช้เวลาเติบโตประมาณ 2 ปี คือจะมีผลิตภัณฑ์และตลาดที่ชัดเจน ซึ่งส่วนใหญ่สตาร์ทอัพไทยจะอยู่ในขั้นนี้
  • Serires B คือ การได้รับเงินระดมทุนมากกว่า 15 ล้านเหรียญสหรัฐ  ซึ่งเป็นขั้นที่สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจเติบโตได้ดี และมีโอกาสในการขยายตลาดไปสู่ต่างประเทศ
  • Series C คือการได้รับเงินระดมทุนด้วยเม็ดเงินที่มากกว่า Series B ไปอีกขั้น อาจถึงหลักร้อยล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อช่วยในการเร่งการเจริญเติบโตของบริษัทให้มากขึ้น รวมไปถีงการเข้าซื้อบริษัท

แอบให้เดากันเล่นๆ ว่า โดซานอยู่ขั้นไหน บอกเลยว่าตอนที่ 3 ตลกมาก แอดขำหัวโยก ปอดโยกกันเลยทีเดียว ความสวยของดัลมีก็คือสวยตายไปเลย แต่เหนือสิ่งอื่นใด เคมีของจีพยอง กับ โดซานคือเข้ากันมาก เป็นความตีกันไปกันมาของพระเอก พระรองที่น่ารักมาก แอดโดนขโมยหัวใจไปแล้วเรียบร้อย 

อีกสิ่งหนึ่งที่เรียกว่าเป็นจุดพีคของตอนเลยนั่นก็คือ ลิฟต์ของบริษัทที่ดัลมีทำอยู่ อย่างที่รู้กันว่าโดยปกติบริษัทขนาดใหญ่นั้นจะมีการแยกลิฟต์เป็นระดับขั้น เช่น 1-16 และ17-34 ซึ่งต้องใช้ลิฟต์คนละตัวกัน จึงทำให้ดัลมีเกิดแรงบันดาลใจว่า เธอจะไปสู่ชั้นสูงสุดให้ได้ และในการไปสู่จุดนั้นเธอต้องไม่ใช่แค่พนักงานธรรมดา ทำให้ดัลมีตัดสินใจลาออกและเริ่มสร้างบริษัทของตัวเองขึ้นมา

“ฉันอยากขึ้นไปชั้น 32 ค่ะ แต่ถ้าขึ้นลิฟต์ระดับล่างตลอดก็ขึ้นไปไม่ได้ไงคะ”

EP.4  “Sandbox สนามเด็กเล่นเททรายเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ” 

ตอนนี้ให้ภาพที่ชัดเจนในการก้าวสู่การเริ่มก่อตั้งสตาร์ทอัพมากขึ้น เมื่อดัลมี(แบ ซูจี) โดซาน (นัม จูฮยอก) และอินแจ (คัง ฮานา) เข้าสู่โครงการแฮกกาธอน ที่ Sandbox ซึ่งเป็นศูนย์บ่มเพาะสตาร์ทอัพจัดขึ้น กิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อให้โอกาสกับสตาร์ทอัพ โดยเป็นการระดมสมองจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อคิดค้นไอเดียและนวัตกรรมใหม่ในระยะเวลาที่กำหนด ภายใต้โจทย์ที่ได้รับ ซึ่งปกติใช้เวลา 2-5 วัน โดยจากทีมทั้งหมดผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะได้นำไอเดียไปต่อยอดขยายผลทางธุรกิจในอนาคตได้จริงๆ นั่นเอง 

ต้องขอชมคนเขียนบทเลยว่า วิธีการหา CEO ในงานแฮกกาธอนนั้น ครีเอทีฟมาก เพราะเป็นการหาโดยใช้คำศัพท์ 50 คำที่สตาร์ทอัพให้ความสนใจ โดยผู้เข้าร่วมจะต้องส่ง 5 Keyword ที่เกี่ยวข้องกับคำนั้นๆ มา โดยคนที่เขียนได้ตรงเยอะที่สุดจะได้เป็น CEO นั่นเอง ซึ่งวิธีนี้เป็นการคัดเลือก CEO ที่ทำให้ทุกคนมีโอกาสเท่ากันโดยไม่สนใจอาชีพและระดับการศึกษาซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนมีไม่เหมือนกัน ทำให้ได้ CEO ที่ทันต่อกระแสและรอบรู้นั่นเอง 

และตอนนี้คือฟินมาก ชนิดว่าจิกหมอนขาดได้เลย แอบได้ทริคจีบสาวหรือแอ๊วหนุ่มเบาๆด้วย จะเป็นซีนไหนต้องไปดูนะ แอ๊วอย่างไรไม่ให้เกินงาม  นอกจากนี้เรายังได้เห็นนักแสดงที่คาดว่าจะเป็นปริศนาบางอย่างที่เป็นปมของเรื่องถึง 2 คน ว่าจะมีผลอะไรต่อโดซาน และดัลมี ต่อไป ทำเอาแอดอยากดูต่อรอถึงอาทิตย์หน้าไม่ไหวแล้ว

ในตอนนี้เกร็ดความรู้แอดขอให้เป็นเรื่องของการหานักลงทุน หรือ Investor 

หลังจากที่เรารู้แล้วว่าธุรกิจของเราเก่งเรื่องอะไร ทำอะไรได้ดี แต่สิ่งที่จะทำให้ธุรกิจสามารถก้าวต่อไปได้นั้นก็คือ เงินทุน ซึ่งสิ่งที่นักลงทุนต้องการนั้นก็คือความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจ  หรือ รูปแบบของ Business model นั่นเอง ดังนั้นการมี Business model ที่ชัดเจน แต่ที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ การตรวจสอบให้แน่ใจว่า นักลงทุนที่มาคุยกับเรานั้นน่าเชื่อถือมากเพียงใด อยู่ในขั้นเดียวกันหรือไม่ มีความเชี่ยวชาญหรือมีทรัพยากรที่เหมาะสมกับธุรกิจของเราหรือเปล่า เพื่อให้นักลงทุนและธุรกิจของเรามีเป้าหมายเดียว สามารถดำเนินไปได้ด้วยกัน และเรียนรู้กันได้ง่ายขึ้น 

ส่วนเรื่องราวการต่อสู้เพื่อความสำเร็จในธุรกิจและความรักของดัลมีจะเป็นอย่างไร ต้องติดตามกันต่อในอาทิตย์หน้าน้า แอดลุ้นไม่ไหวแล้วอยากกดข้ามเวลาให้ผ่านไปไวไว 

ติดตามได้ทุกวัน เสาร์- อาทิตย์ เวลา 21.00 น. ทาง Netflix แล้วแอดจะเอาความรู้มาแบ่งปันทุกอาทิตย์เลยน้า 

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Click to comment

You must be logged in to post a comment Login

Leave a Reply

Advertisement QK6ZtN.png

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: