Connect with us

News

ช็อก!​ ไวรัสพันธุ์ใหม่”มาร์เบิร์ก” โผล่อีก! แพร่จากคนสู่คน​ได้​ WHO​ เผย​ ยังไม่มีวัคซีนรักษา!!

Avatar

Published

on

WHO​ พบไวรัส “มาร์เบิร์ก” ไวรัสสายพันธุ์ใหม่​ เป็นเชื้อโรคร้ายแรงที่ทำให้เลือดออกภายในร่างกายคล้ายกับไวรัสอีโบลา

ผู้​สื่อข่าว​โต​โจ้​นิว​ส์ราย​งานว่า​ ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก ประจำภูมิภาคแอฟริกา แถลงว่า​ เชื้อไวรัสมาร์เบิร์กชนิดนี้มีโอกาสที่จะแพร่ระบาดเป็นวงกว้างออกไปได้ไกล ซึ่งจำเป็นต้องเร่งสกัดการแพร่ระบาด โดยองค์การอนามัยโลกจะร่วมมือกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อรับมือกับโรคนี้ ซึ่งกินีมีประสบการณ์และเชี่ยวชาญในการรับมือกับโรคระบาดจากการต่อสู้กับอีโบลามาแล้ว

องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้รับการยืนยันจากรัฐบาลกินี ว่าเจ้าหน้าที่ตรวจพบเชื้อไวรัสมาร์เบิร์กในตัวอย่างที่เก็บมาจากคนไข้ ที่เสียชีวิตในจังหวัดทางตอนใต้ของประเทศกินี เมื่อวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา

ไวรัสมาร์เบิร์ก พบในค้างคาวและสามารถติดต่อสู่คนได้ ขณะที่การระบาดจากคนสู่คนเกิดขึ้นได้ จากการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ รวมทั้งการสัมผัสพื้นผิว หรือวัตถุที่ปนเปื้อนเชื้อ โดยมีอัตราการเสียชีวิตระหว่างร้อยละ 24 ถึงร้อยละ 88 ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และการจัดการกับการติดเชื้อ

องค์การอนามัยโลกพิจารณาให้เชื้อไวรัสตัวนี้เป็นภัยคุกคามสูงในระดับประเทศและภูมิภาค แต่ยังไม่น่ากังวลมากนักในระดับโลก โดยการพบผู้เสียชีวิตในกินีครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่สอง ที่พบผู้ติดเชื้อดังกล่าวในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก หลังจากก่อนหน้านี้ เคยพบการระบาดในแอฟริกาใต้ แองโกลา เคนยา และยูกันดามาแล้ว

ปัจจุบันนี้ยังไม่มีวัคซีน หรือยาต้านไวรัสที่สามารถรักษาและป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสมาร์เบิร์กได้ อย่างไรก็ตาม แพทย์ทำได้เพียงรักษาแบบประคับประคองตามอาการ และแนะนำให้ผู้ป่วยดื่มน้ำมาก ๆ ซึ่งจะเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับคนไข้ได้มากขึ้น

ไวรัสมาร์เบิร์กเป็นเชื้อโรคร้ายแรงที่ทำให้เลือดออกภายในร่างกายคล้ายกับไวรัสอีโบลา โดยพบผู้ติดเชื้อเป็นครั้งแรกที่เมืองมาร์เบิร์ก ในประเทศเยอรมนีเมื่อปี 1967 และเคยเกิดการระบาดครั้งใหญ่จนมีผู้เสียชีวิตกว่า 200 ราย ที่ประเทศแองโกลาเมื่อปี 2005

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Advertisement QK6ZtN.png

Copyright © 2020 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: