Connect with us

Blog

‘PM 2.5’ หนึ่งในความล้มเหลวอันชัดเจนของรัฐบาล

Avatar

Published

on

ปีนี้เป็นปีที่ฝุ่น PM 2.5 สูงในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพยาวนานที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา โดยเริ่มตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนจนมาถึงวันนี้จะสิ้นเดือนมีนาคมแล้ว ค่าฝุ่นก็ยังเกินมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปีก่อนๆจะเริ่มประมาณปลายเดือนพฤศจิกายนจนถึงต้นกุมภาพันธ์ก็บรรเทาลงแล้ว

หากถามว่าฝุ่นเหล่านี้มีมานานหรือยัง คงต้องตอบว่ามีมานานนับสิบปีแล้ว แต่รัฐบาลและประชาชนพึ่งมาตระหนักมากๆก็ 3-4 ปีนี้เอง เนื่องด้วยกระแสโซเชียลทำให้คนรับรู้ข่าวสารมากขึ้น แต่ถึงกระนั้นความตระหนักดังกล่าวก็เป็นได้แค่ข่าวและดราม่าที่มาแล้วก็ไป โดยฝุ่นยังอยู่คงเดิมและมีแนวโน้มอาการหนักขึ้นทุกปี

รัฐบาลเองได้ประกาศเป็นวาระเร่งด่วน นายกเองได้แถลงในสภานับครั้งไม่ถ้วน ไม่นับรวมที่รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงที่เกี่ยวข้องออกมาแก้ข่าวแบบขอไปทีว่าเจ้าหน้าที่ทำดีที่สุดแล้ว ซึ่งสุดท้ายก็จบลงด้วยการขอความร่วมมือจากประชาชนโดยแทบไม่เคยมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เช่น การจับกุมการเผาไร่เผาป่า และโดยเฉพาะการจับกุมรถควันดำในเขตเมืองหลวงที่ยังเห็นวิ่งกันเป็นว่าเล่น ขนาดรถเมล์ขสมก.เป็นของรัฐเองแท้ๆ ก็ยังไม่เห็นการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ปล่อยให้ประชาชนตาดำๆต้องสูดดมควันและตายแบบผ่อนส่ง เป็นโรคปอดโรคมะเร็งกันเกลื่อนโดยเฉพาะภาคเหนือและอีสาน

แต่ไม่ว่าใครจะเป็นจะตาย ไม่ว่าฝุ่นจะอยู่ยาวนานมากขึ้นแค่ไหน รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบก็ยังอยู่ในตำแหน่งอย่างเหนียวแน่นเช่นเดิม ส่วนนายกก็คงไม่กล้าที่จะออกแอคชั่นใดๆเพราะเป็นห่วงเสถียรภาพของรัฐบาล ที่ต้องอยู่แบบประคับประคองพรรคร่วมเพื่อไม่ให้เรือแตก สุดท้ายแล้วคนรับกรรมคือประชาชน 

ถือเป็นเรื่องน่าเศร้าที่เรื่องฝุ่น PM2.5 ไร้การใส่ใจในการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ม็อบก็เรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบัน คนในรัฐบาลก็มัวแต่แก่งแย่งเก้าอี้รัฐมนตรี ส่วนนักการเมืองในสภาก็เอาแต่เล่นละครเรื่องแก้วรัฐธรรมนูญ แต่กลับไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้สักเท่าไหร่ เหมือนลืมไปว่าเราทุกคนต้องหายใจในอากาศเดียวกัน

ที่เข้มแข็งก็เห็นมีแต่เครือข่ายภาคประชาชน เช่น กลุ่มเครือข่ายอากาศสะอาด และกลุ่มเครือข่ายแก้ปัญหาฝุ่นควันภาคเหนือซึ่งเป็นการรวมตัวกันของนักวิชาการ ภาคธุรกิจเอกชน และประชาชนในพื้นที่ ร่วมมือกันทั้งศึกษาวิจัย ผลักดันร่างกฎหมาย  จนถึงการลงมือดับไฟป่า ซึ่งโดยส่วนใหญ่ใช้งบประมาณที่หากันเอง ไม่ได้พึ่งพาภาครัฐแต่อย่างใด กระนั้นแล้วในหลายๆข้อเสนอของพวกเขากลับถูกภาครัฐคัดค้านเสียด้วยซ้ำไป

ลองคิดภาพกลับกันว่าถ้าอำนาจการแก้ปัญหาฝุ่นอยู่ในมือของฝั่งภาคประชาชน สถานการณ์อาจจะดีขึ้นกว่านี้ไปตั้งนานแล้วรึเปล่า ทำให้ชวนสงสัยว่าบรรดานักการเมืองทั้งหลาย ที่มีทั้งอำนาจและงบประมาณอยู่ในมือ มัวทำอะไรกันอยู่ หรือการแก้ปัญหามันไปขัดผลประโยชน์ของกลุ่มทุนใหญ่ใดๆเข้า ..เลยใส่เกียร์ว่างกันเป็นแถว!?

.

เขียนโดย : ธันวา ไกรฤกษ์ (นักการเมือง)

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Click to comment

You must be logged in to post a comment Login

Leave a Reply

Advertisement QK6ZtN.png

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: