Connect with us
Avatar

Published

on

หลังจากเป็นประเด็นร้อนที่คนกล่าวถึงทั่วเมือง เมื่อพิธีกรสาวคนดังเชิญแกนนำม็อบคณะราษฎร และอาจารย์จากนิด้ามาถกเถียงถึงประเด็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ถ้าท่านใดได้รับชมไปแล้วก็คงจะทราบว่าอะไรเป็นอะไร จะไม่ขอกล่าวถึง

            วันนี้สำนักข่าวโตโจ้นิวส์จะขอสรุปความเห็นจากคุณอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ในโอกาสที่รับเชิญไปสนทนากับอาจารย์ดร.เสรี วงษ์มณฑา ในรายการ เรื่องลับมาก – no censor  โดยคุณอรรถวิชช์ ได้อธิบายว่า ตั้งแต่รัชกาลที่ 3 เมื่อบ้านเมืองสงบร่มเย็นท่านก็แต่งสำเภาออกทำการค้าขายกับต่างชาติ โดยเฉพาะกับเมืองจีน จนท่านได้รับฉายาว่า “เจ้าสัว” เงินทองจากการค้าขายดังกล่าวก็ถูกเก็บสะสมไว้ในถุงกำมะหยี่สีแดงจึงเรียกกันติดปากว่า “เงินถุงแดง” เป็นเงินส่วนพระองค์หรือ”พระคลังข้างที่” ซึ่งหมายถึงเงินที่เก็บอยู่ข้างเตียงนอน หัวนอน ต่อมาในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 เงินถุงแดงก็ถูกใช้ในการจ่ายชดใช้ค่าเสียหายและค่าประกันแก่ฝรั่งเศสในวิกฤตการณ์ ร.ศ.112 ในรัชสมัยนี้เอง ที่พระองค์ทรง แยกพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ออกจากทรัพย์สินของแผ่นดินโดยทรงมอบหมายให้ “กรมพระคลังข้างที่” เป็นผู้จัดการดูแลพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ มีการปฏิรูปทางการเงินเกิดขึ้นและในปี พ.ศ.2433 ก็มีการจัดตั้งกระทรวงการคลังขึ้นมาเป็นครั้งแรก

            ต่อมาในปี 2475 เมื่อคณะราษฏร์ก่อการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครอง ได้มีการแยก”กรมพระคลังข้างที่”มาจากพระมหากษัตริย์ ไปเป็นของรัฐบาลคณะราษฏร์ แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น “สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์” และการดำเนินการต่างๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง มีการนำทรัพย์สินของพระมหากษัตริย์ ไปจำหน่ายจ่ายแจกตามอำเภอใจ 

            ต่อมาในรัชสมัยของ รัชกาลที่ 9 เมื่อปี 2491 ได้ทรงนำ”สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์”กลับมาบริหารเอง โดยแยกออกมาจากการเป็นหน่วยงานรัฐบาล มาตั้งเป็นกองทุน ทรัสต์ แบบนิติบุคคล เพื่อความชัดเจนในเรื่องกรรมสิทธิ์และเพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการ 

            ต่อมาในรัชสมัย รัชกาลที่ 10 เมื่อปี 2560 – 2561 ก็มีการแก้ไขกฎหมายโอนทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์มาเป็นชื่อพระองค์เองโดยตรง เพราะก่อนหน้านี้ก็มีข่าวเรื่องการคอรัปชั่นในหน่วยงานมาตลอด ทำให้พระองค์ต้องมาสะสางปัญหาภายใน อีกทั้งยังมีผลทำให้ต้องกลับมาชำระภาษีตามกฎหมายปรกติ 

            ทำให้ปัจจุบันนี้มีความชัดเจนมากขึ้นถึง “ทรัพย์สินในส่วนพระองค์” ที่ถือครองในพระนามของพระองค์เอง ซึ่งสิทธิ์ขาดในการดูแลจัดการเป็นของในหลวงรัชกาลที่ 10 โดยตรง กับ “ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์” ซึ่งสิทธิ์ขาดในการดูแลจัดการเป็นของพระมหากษัตริย์ แล้วแต่ว่า ณ ขณะนั้นใครขึ้นครองราช 

สามารถติดตามวีดิโอแบบเต็มได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=eO0uwU3Kyrc&feature=youtu.be

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Click to comment

You must be logged in to post a comment Login

Leave a Reply

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: