Connect with us

Sports

คำคมข้างสนาม วาทะพิสูจน์กึ๊น

Avatar

Published

on

“เมซซี่ก็เหมือนคลิปโป๊แหละครับ ต่อหน้าบอกไม่ชอบ ลับหลังแม่งก็ดูกันทุกคน” เป็นประโยคที่หลุดมาจากไรฟันของ “กุนซือปากตระไกร” โฆเซ่ มัวรินโญ่ ผู้เคยมีข่าวกับทีมชาติโปรดุเกสแต่สุดท้ายก็ปักหลักอยู่โรม่าตามเดิม และคิดว่าไม่น่าจะมีการต่อสัญญา เฮียมูตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่มาขอทัศนะเรื่องเมซซี่ได้จบจริงชนิดไม่ต้องถามอะไรต่อ

อันว่าประโยคเด็ดๆ ไม่ว่าจะมาจากผู้จัดการหรือนักเตะ ทุกวันนี้เราจะเห็นได้ว่ามนต์เสน่ห์มันขาดหายไปอย่างไม่น่าเชื่อ สมัยก่อนหลังจบการแข่งขัน จะมีวาทะหล้งเกมส์แสบๆ คันๆ มันคือมาตรวัดรอยหยักในสมอง ว่าคนสมัยก่อนมีมากกว่าคนสมัยนี้ ไอ้ประโยคที่ว่า ผมทำเพื่อทีม มันคือความฝัน ชัยชนะคือความมุ่งมาดปรารถนา บลา บลา บลา ฟังแล้วซ้ำซากชวนง่วงนอน ใครเบื่อฟังบ้าง ? ที่มากกว่านั้น ประโยคหลังแข่งหรือก่อนแข่ง นั่นก็ยิ่งเต็มไปด้วยการเตรียมลวกๆ มาจากบ้าน ทื่อๆ น่าเบื่อๆ พูดไปไม่รู้จะได้อะไรขึ้นมา ประมาณ “เราครองเกมส์มากกว่า น่าเสียดายที่วันนี้เราไม่ชนะ” ครับ ผมก็เห็นเหมือนพี่แหละครับ แล้วจะพูดเพื่อ ??   

เมื่อโลกเหวี่ยงตัวเร็วขึ้น ผู้จัดการทีม นักฟุตบอล จากสมัยก่อนที่เป็นตัวแทนของชุมชนลงโม่แข้งปลายสัปดาห์เพื่อประกาศศักดาเหนือคู่แข่ง ทุกวันนี้เกมส์ลูกหนังได้แปลงร่างเป็นธุรกิจแสนล้านที่ทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ ทันใดนั้น คนในแวดวงก็กลายร่างเป็นเซเลปไปแบบช่วยไม่ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือไมค์จะมาจ่อปากในทุกโอกาสที่มาถึงคำพูดต่อจากนั้นจะเป็นพาดหัวหน้าหนึ่งหรือแค่คำอวยฟอร์แมตมาตรฐานขึ้นอยู่กับไอคิวของคนตอบ ซึ่งในสมัยก่อนแซ่บกว่าสมัยนี้เยอะ เช่น เมื่อมีคนถาม “กุนซือเทวดา” โยฮันต์ ครอยฟ์ ตอนกู้ซากบาร์เซโลน่าว่า คุณจะมีวิธีเอาชนะได้อย่างไร? ยอดผู้จัดการทีมที่ติดตั้งระบบ total football ยักไหล่แล้วตอบว่า “ไม่เห็นยาก ก็ยิงให้มากกว่าคู่แข่งลูกนึง แค่นี้ก็ชนะแล้ว” หรือในขณะที่คน (ทิ่คิดว่าตัวเองอัพเกรดเป็นเซียนแล้ว) พูดกันมันปาก (แกมอวดความฉลาด) ว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในเกมส์ฟุตบอลคือห้านาทีแรก เซอร์บ๊อบบี้ ร็อบสัน ผู้ล่วงลับ อดีตกุนซือทีมชาติอังกฤษที่ดีที่สุดนับจากยุคหลังเซอร์ อัลฟ์ แรมเซย์ กลับยิ้มมุมปาก “เหลวไหวว่ะ 90 นาทีแรกของเกมส์ต่างหากที่โคตรสำคัญ” ตบท้ายด้วยหัวเราะเบาๆ ตามสไตล์คนจอร์ดี้ หรือตอนคุมนิวคาสเซิ่ลเมื่อนักข่าวถามถึงพฤติกรรมของจอมเกเร

เคร็ก เบลลามี่ “ปล่อยเค้าไปคนเหอะ ไอ้หมอนี่มันพร้อมมีเรื่องกับใครก็ได้ แม้แต่ตัวเอง” คารวะ

หรือแม้แต่สมัยที่ปืนใหญ่อาร์เซน่อล ถึงคราวเปลี่ยนแปลงรูปแบบจาก boring Arsenal เป็นฟุตบอลสมัยใหม่ที่กุมบังเหียนโดยอาร์แซน แวงเกอร์ เมื่อนักข่าวไปดักสัมภาษณ์ถามว่า ปืนจะกลับไปเล่นระบบเก่าอีกไหม? กุนซืออัฉริยะผู้จบเศรษฐศาสตร์บัณฑิต กอดอกตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ถ้าคุณได้ลองกินคาเวียร์ คุณจะไม่กลับไปสวาปามไส้กรอก” เช่นเดียวกัน ในช่วงทศวรรษที่ 80 ขณะที่สโมสรน้อยใหญ่เล่นบอลโยนสาดยาว นอตติ้งแฮมฟอร์เรส ของป๋าคลัฟจี้กลับทำบอลสวยงามต่อบอลปลายเท้าสู่ปลายเท้าบนพื้น จนเมื่อนักข่าวไปถาม ถึงได้คำตอบแสบๆ คันๆ  “ถ้าพระเจ้าอยากเราให้ฟุตบอลเล่นบอลโด่ง ท่านคงสร้างสนามหญ้าบนท้องฟ้าแทนก้อนเมฆ”

แต่ที่ผมยกให้เป็น quote ในดวงใจ คำพูดนี้มาจากสำนวนโบร่ำโบราญของฝรั่งเศสที่พูดจนชินปากอย่างยาวนานจนหาที่มาต้นตอของสำนวนนี้ไม่ได้ “ผมได้ยินคำนี้มาตั้งแต่เด็ก มันอาจจะหมายถึง ‘สื่อ’ กับ ‘ผู้ที่ต้องรับมือกับสื่อ’ หรืออาจจะเป็นทั้งสองอย่างรวมกัน” ฟราบริซ โอซิโลว์ ผู้เชี่ยวชาญภาษาฝรั่งเศสจาก London correspondence of Liberation หล่นความเห็นไว้

 “นกนางนวลบินตามเรือชาวประมง เพราะมันคงคิดว่า จะมีปลาเล็กปลาน้อยถูกโยนลงทะเล”

 คงไม่ต้องเฉลยว่าใครเป็นเจ้าของประโยคที่ว่า

บทความโดย ภาสกร ประมูลวงศ์

#เพื่อไม่พลาดบทความและข่าวสารดีๆอย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Advertisement QK6ZtN.png

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: