Connect with us

News

ศึกวันบ็อกซิ่งเดย์ แมนฯซิตี้เปิดบ้านถล่มแหลก เลสเตอร์โดนยิงพรุน 6-3 เรือใบ นำเป็นจ่าฝูงยาวๆ

Avatar

Published

on

ครึ่งแรกเรียงหน้าซัดไป 4-0 ก่อนที่ครึ่งหลังทีมจิ้งจอกสยามจะไล่ยิงตามมาเป็น 4-3 ช่วงท้ายเกมส์
เมื่อทีมเรือใบตั้งหลักได้ ก็ยิงเพิ่มอีก 2 ประตู เก็บชัยชนะในบ้านไปได้อีกครั้ง นำเป็นจ่าฝูงยาวๆช่วงคริสต์มาส

ศึกวันบ็อกซิ่งเดย์ของฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันที่ 26 ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา
ลงสนามเตะกันตอนเวลา 22:00 น.ทีม“เรือใบสีฟ้า”แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมจ่าฝูงของพรีเมียร์ลีก
เปิดบ้านสนามเอติฮัด สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของทีม“จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้

เริ่มต้นเกมส์ในครึ่งแรก เจ้าบ้านครองบอลทำเกมส์บุกเข้าใส่ทีมเยือนตามถนัด แถมมาได้ประตูขึ้นนำเร็ว
ตั้งแต่นาทีที่ 5 ของเกมส์ จากจังหวะที่เฟอร์นันดินโญ่ เปิดบอลมาให้เควิน เดอ บรอยน์
ที่หน้าประตูทีมเยือนเดอ บรอยน์เอาบอลลงฟื้น ก่อนจะเลี้ยงหลบแนวรับแล้วหมุนตัวยิงบอลด้วยเท้าซ้าย
บอลพุ่งเข้าประตูที่เสาสอง เจ้าถิ่นออกขึ้นนำ 1-0

นาทีที่ 13 ยูริ ตีเลอมองส์ ทำฟาล์วในกรอบเขตโทษ กรรมการเช็คภาพจาก VAR แล้วชี้
ให้เป็นลูกจุดโทษของแมนฯซิตี้ ริยาด มาห์เรซ รับหน้าที่สังหารจุดโทษ ซึ่งเจ้าตัวก็ยิงเข้าประตูไป
เจ้าถิ่นขยับขึ้นนำ 2-0 ในนาทีที่ 15

นาทีที่ 18 เลสเตอร์ได้ลูกฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ เจมส์ แมดดิสัน รับหน้าที่ปั่นบอลพุ่งเข้ากรอบประตู
เอแดร์ซอน นายทวารเจ้าถิ่น บินมาปัดบอลชนคาน ก่อนที่แนวรับจะมาช่วยกันเคลียร์บอลทิ้ง
เจ้าถิ่นเดินหน้าบุกต่อ ในนาทีที่ 21 เจา กานเซโล่ ปาดบอลจากเส้นหลังกลับมาหน้าประตู
ชไมเคิ่ล ออกมาปัดแต่บอลไปเข้าทางอิลคาย กุนโดกัน ยิงจ่อๆเข้าประตูไป แมนฯซิตี้ออกนำห่างเป็น 3-0

เจ้าถิ่นยังเดินหน้าบุกแบบไม่ผ่อนเกมส์ เกมส์ดำเนินมาถึงนาทีที่ 24 ยูริ ติเลอมองส์ ทำฟาล์วโดยยื่นขา
ขวางราฮีม สเตอร์ลิ่ง ล้มลงในกรอบเขตโทษ กรรมการเป่าให้เป็นลูกจุดโทษราฮีม สเตอร์ลิ่ง
ลุกขึ้นมารับหน้าที่สังหารประตู เจ้าถิ่นออกนำห่าง 4-0 เมื่อเล่นกันจนหมดเวลาการแข่งขันในครึ่งแรก
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกนำเลสเตอร์ห่าง 4-0

เริ่มเกมส์ในครึ่งหลัง เจ้าถิ่นเริ่มผ่อนเกมส์ ไม่บุกแหลกเหมือนครึ่งแรก เป็นโอกาสของทีมเยือน
ในการทำเกมส์บุก เล่นกันไปได้ 10 นาที ทัมเยือนก็มาได้ประตูตีไข่แตก จากจังหวะที่กองหลังเจ้าถิ่นพลาด
ถูกเจมส์ แมดดิสัน ฉกบอลไปได้ ก่อนที่จะจ่ายบอลต่อไปให้อิเฮียนาโช่ พาบอลขึ้นหน้าแล้วจ่ายบอล
กลับคืนมาให้ แมดดิสัน ได้โอกาสตั้งป้อมยิงแบบเน้นๆ ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่าย
ทีมเยือนไล่ตามมาเป็น 4-1 ในนาทีที่ 55


เมื่อได้ประตูตีไข่แตก ทีมเยือนก็มีแรงฮึด เล่นเกมส์กดดันไล่ตัดบอลเจ้าถิ่น ในนาทีที่ 59 แมดดิสัน
ได้บอลแล้วเลี้ยงแหวกผู้เล่นในแดนกลางของเจ้าถิ่น ก่อนจะแทงบอลยาวขึ้นหน้าไปให้ อิเฮียนาโช่
พาบอลเข้าไปในเขตโทษ แล้วปาดบอลต่อมาให้อเดโมล่า ลุคแมน วิ่งมาสับไกยิง บอลผ่านมือเอแดร์ซอน
เข้าประตูไป เลสเตอร์ ไล่ตามมาเป็น 4-2 มีกำลังฮึดกดดันเจ้าถิ่นต่อเนื่อง
ผ่านไปอีก 9 นาทีเจมส์ แมดดิสัน ได้บอลที่นอกกรอบ แล้วบรรจงปั่นบอลพุ่งเข้ากรอบประตู
เอแดร์ซอน ปัดบอลไปชนคาน แต่บอลกระดอนไปเข้าทางอิเฮียนาโช ที่วิ่งตามมายิงซ้ำแบบจ่อๆ
ส่งบอลเข้าประตูไปทีมเยือนไล่ตามมาเป็น 4-3 ในนาทีที่ 65 เล่นเอาแฟนบอลเจ้าถิ่นเงียบกริบกันทั้งสนาม


แต่อีก 4 นาทีถัดมา เจ้าถิ่นก็มาได้ประตูที่ 5 จากจังหวะได้ลูกเตะมุมทางฝั่งซ้ายริยาด มาห์เรซ
เปิดบอลเข้ามาหน้าปากประตู รูเบน ดิอาส เทคตัวขึ้นโหม่งบอลย้อนศรเข้าประตูไป
ทำเอาผู้เล่นทีมเยือนอึ้งและชะงักกันไปชั่วครู่ เจ้าถิ่นออกนำ 5-3 ในนาทีที่ 69
ช่วงท้ายเกมส์ นาทีที่ 87 เจ้าถิ่นก็มาได้ประตูปิดกล่อง ออกขึ้นนำห่างเป็น 6-3
จากจังหวะได้ลูกเตะมุมทางฝั่งซ้ายอีกครั้งมาห์เรซ คนเดิมเปิดบอลลอยเข้ามาหน้าประตู รูเบน ดิอาส
โหม่งบอลแฉลบตกลงฟื้นราฮีม สเตอร์ลิง วิ้งเข้ามาซัดแบบจ่อๆ ส่งบอลไปกองที่ก้นตาข่าย

เมื่อหมดเวลาการแข่งขัน 90 นาที แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้
ไปแบบสะใจแฟนบอลทั้งสนาม 6-3 คว้า 3 คะแนนมาครองได้สำเร็จอีกครั้ง ทำให้ทีม“เรือใบสีฟ้า”
เก็บชัยชนะมาแล้ว 9 นัดติดต่อกัน มีเพิ่มเป็น 47 แต้ม จากการลงเตะ 19 นัด ยึดตำแหน่งจ่าฝูงต่อไป
ทิ้งห่างลิเวอร์พูล 6 คะแนน แต่แข่งขันมากกว่า 1 นัดส่วน “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้
ยังมี 22 แต้มเท่าเดิม รั้งอันดับ 10 ของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก

ภาพจาก
Getty Image
Manchester City (@ManCity) / Twitter
Leicester City (@LCFC) / Twitter
https://twitter.com/DeBruyneKev/
Aymeric Laporte Twitter

https://twitter.com/premierleague/




Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Click to comment

You must be logged in to post a comment Login

Leave a Reply

Advertisement QK6ZtN.png

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: