Connect with us

News

ถอดสูตร! ปิดทางนายกฯ​ พระราชทาน​ หาคนใหม่​แทน​ ประยุทธ์​ !!

Avatar

Published

on

นายกฯ​พระราชทาน​เป็นไปได้​ หรือ​ ไม่ได้​ และนายก​ฯ​ คนนอก​ กับ​ นายกฯ​ คนกลาง​ มีความเป็นไปได้?!

ผู้​สื่อข่าว​โต​โจ้​นิว​ส์ราย​งานว่า​ ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้าน ปรัชญาการเมือง​ แสดงความเห็นถึงกระแสข่าวการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี​ โดยระบุว่า

นายกพระราชทาน = เป็นไปไม่ได้
นายกคนนอก/คนกลาง = เป็นไปได้
(ตามกลไกเสียงข้างมากในรัฐสภา)

นายกพระราชทาน = เป็นไปไม่ได้

ประเด็นก็คือ “ปัญหาการเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง” และพระมหากษัตริย์ท่านจะไม่ทรงลงมายุ่งกับฝ่ายการเมืองแน่นอน เพราะเป็นการรักษาสถานะและหลักการตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ฝ่ายการเมือง มีปัญหาการเมือง ก็ต้องแก้ไขกันเอง

แต่ท่านอาจจะให้ข้อคิดหรือคำแนะนำสำหรับสถานการณ์บ้านเมืองได้ ดังเช่นธรรมเนียมของประชาธิปไตยแบอังกฤษที่ “ทุกสัปดาห์” นายกรัฐมนตรีต้องถวายงานแก่ควีนเอลิซาเบท และจะทรงมีคำแนะนำ ข้อสงสัย ซักถาม ในทางลับ (Weekly Audience)

แต่ทั้งหมดล้วนไม่มีผลทางกฎหมาย นายกรัฐมนตรีจะนำข้อเสนอ/คำชี้แนะนั้นไปปฏิบัติหรือไม่ เป็นดุลพินิจของนายกฯ ในฐานะผู้นำรัฐบาล

เช่นเดียวกับที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทำในยามที่บ้านเมืองเกิดปัญหา เช่น กรณีพฤษภาทมิฬที่ทรงเรียกทั้งสองฝ่ายเข้าพบ เพื่อขอให้ยุติการเผชิญหน้าระหว่างคนไทยทั้งสองฝ่าย

รวมไปถึงที่ท่านให้คำแนะนำแก่ผู้ว่าและส่วนราชการ ในกรณีการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมใหญ่ ปี พ.ศ. 2538

*** เช่นเดียวกับใน ปี พ.ศ. 2548 ที่พันธมิตรฯ และฝ่ายค้านอย่างประชาธิปัตย์เวลานั้น พยายามเสนอขอนายกพระราชทานตาม มาตรา 7 แต่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านก็ไม่ทรงตอบรับ และทรงมีรับสั่งชัดเจนในวันที่ 25 เมษายน 2549 ว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้องและไม่เป็นประชาธิปไตย

(เพราะมาตรานี้ไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้น)


นายกคนนอก/คนกลาง = เป็นไปได้

ในทางกลับกัน…นายกรัฐมนตรีคนนอก(บัญชีรายชื่อพรรคการเมือง) ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 สามารถทำได้ ตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. ส.ส. 250 เสียง ยื่นเรื่องเสนอต่อสภาขอเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีที่อยู่นอกบัญชีรายชื่อพรรคการเมือง และหากได้รับการรับรองจากเสียง 2 ใน 3 ของทั้งสภา (500 จาก 750) ก็สามารถเสนอได้
  2. เมื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อ ได้รับ “เสียงข้างมาก” จำนวน 251+ เสียงจากสภาผู้แทนราษฎร คนที่ได้รับเลือกก็จะเป็นนายกรัฐมนตรี

*** ดังนั้นกระบวนการนี้ จึงเป็นมติตามเสียงข้างมากของสภาผู้แทนราษฎร และไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์แต่ประการใด จึงไม่ใช่นายกฯ พระราชทาน


ในแง่ความเป็นจริง

หากกรณีนี้เกิดขึ้นจริง ย่อมหนีไม่พ้นที่พรรคการเมืองบางพรรค(ที่กลัวว่าจะถูกโดดเดี่ยว) จะต้องออกมาโจมตีเรื่อง “ไม่เป็นประชาธิปไตย” แม้ว่าจะมาจากเสียงข้างมากในสภาฯ ก็ตาม

และแน่นอนว่าข้ออ้างที่สำคัญที่สุดคือ เรื่อง “ส.ว.” แต่หากเกิดกรณีนี้ขึ้นจริง และ ส.ว.มีมติไม่ลงคะแนนเสียงไปเลือกนายกฯ ร่วมกับ ส.ส. ย่อมทำให้ข้อครหาหมดไป

และกรณีเช่นนี้อาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะหากสองพรรคใหญ่เห็นพ้องต้องกันและจับมือกันเพื่อให้ได้นายกรัฐมนตรีที่เสียงส่วนใหญ่ในสภาผู้แทนราษฎรเห็นว่าเหมาะสมจะขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศได้

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Advertisement QK6ZtN.png

Copyright © 2020 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: