Connect with us

Politics

“สนธิญา” ร้อง กกต.สอบ “วีระ-สมชัย”

Avatar

Published

on

“สนธิญา” ร้อง กกต.สอบข้อเท็จริง “วีระ-สมชัย” ร่วมโจมตีพรรครสทช.

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษากรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ยื่นคำร้องต่อกกต.ขอให้ตรวจสอบนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบาย และนายวีระ สมความคิด ประธานยุทธศาสตร์ด้านการต่อต้าน คอรัปชั่นของพรรคเสรีรวมไทย และพรรคเสรีรวมไทย ที่ยื่นร้องกกต.ให้ตรวจสอบ 5 ประเด็นเกี่ยวกับการประชุมใหญ่ของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เมื่อวันที่ 9 ม.ค.2566 ว่า เป็นการใส่ร้ายด้วยความเท็จทำให้เกิดความเสียหาย เข้าข่ายผิดมาตรา 101 พ.ร.ป.ว่า ด้วยพรรคการเมือง หรือไม่

เนื่องจากเห็นว่า ในประเด็นที่นายสมชัย และนายวีระ กล่าวหาว่า การประชุมในวันดังกล่าวมีการขนคนมาร่วมประชุม อาจเข้าข่ายความผิดบทบัญญัติรัฐธรรมนูญนั้น มองว่า รัฐธรรมนูญให้สิทธิบุคคลในการรวมกลุ่ม ทำอะไรก็ได้ รวมถึงจัดตั้งพรรคการเมือง การบอกว่าการขนคนมีการให้ทรัพย์สิน เข้าข่ายจูงใจ จึงต้องให้กกต.ตีความว่ากรรมการบริหารพรรคมีส่วนรับรู้หรือไม่


ส่วนการแจกหมวก แจกเสื้อ ตนเห็นว่า ในการประชุมดังกล่าวพรรคได้มีการเขียนไว้ชัดเจนว่าเป็นทรัพย์สินของพรรค ดังนั้นใครที่จะนำมาแจกจ่ายก็ต้องพึงระวัง และวันนั้นเป็นการประชุมใหญ่ของพรรคมีการรับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นสมาชิกพรรค พรรคต้องการความสวยงาม จึงแจกเสื้อ และหมวกให้กับผู้ที่มาร่วมงาน เพราะต้องการสื่อให้ประชาชนทั้งประเทศรับรู้ เมื่อถึงเวลาจะเดินทางกลับ หากมีการคืนสิ่งเหล่านั้นให้กับพรรคก็ไม่มีปัญหา สำหรับการปราศรัยของนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ไม่ขอก้าวล่วง เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน อยากให้กกต.พิจารณาว่าสิ่งที่นายสมชัย กล่าวหานายไตรรงค์ จริงหรือไม่อย่างไร

นายสนธิญา ยังกล่าวอีกว่า การที่นายสมชาย อ้างว่ามีการเชิญนักร้องมาร้องเพลงช่วงพักการประชุมของพรรค เข้าข่ายจัดมหรสพนั้น เคยสอบถามกกต.หลายคน ได้รับคำยืนยันว่า ก่อนที่ผู้สมัคร และพรรคการเมืองจะได้เบอร์ที่ใช้หาเสียง การแห่กลองยาว ไม่ถือว่าเป็นความผิด แต่ถ้าได้เบอร์แล้ว แห่ออกมามีสิทธิที่จะโดนใบแดงดังนั้นการที่นักร้องขึ้นมาร้องเพลง ก็ต้องให้กกต.วินิจฉัยว่า เป็นการจัดมหรสพหรือไม่

ส่วนที่กล่าวหาว่า การประชุมใหญ่ ไม่มีการเซ็นชื่อของผู้เข้าร่วมประชุม เห็นว่าไม่ว่าจะมีการเซ็นหรือไม่ ไม่จำเป็นต้องรายงานใครให้ทราบ ยกเว้นรายงานให้กกต.ทราบเท่านั้น ซึ่งในวันที่มีการจัดงาน ทราบว่าพรรคได้มีการเชิญกกต. ส่วนหนึ่งไปร่วมสังเกตการณ์อยู่แล้ว

“สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดเชื่อว่า นายสมชัย ได้นำความรู้สึกโกรธ เกลียดชัง ไม่ชอบพล.อ.ประยุทธ์ เป็นการส่วนตัว เนื่องจากเมื่อปี 2561 พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้าคสช.ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 มีคำสั่งหัวหน้าคสช.ให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ของกกต.สร้างความโกรธเคียง โกรธแค้น ให้กับนายสมชัย มาเป็นลำดับ”

นายสนธิญา ยังยกตัวอย่างการกระทำที่สื่อให้เห็นว่านายสมชัย ที่โกรธแค้นเกลียดชังพล.อ.ประยุทธ์ ว่า เมื่อวันที่ 22 ม.ค.65 นายสมชัย ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่ไม่ถึงสิ้นเดือนก.พ.65 ซึ่งตนได้เข้าไปตอบโต้ว่าถ้าหากรัฐบาลอยู่เกินกว่าระยะเวลาที่ระบุ นายสมชัยพร้อมที่จะยุติการต่อว่ารัฐบาลหรือไม่ โดยหากรัฐบาลอยู่ไม่สิ้นเดือนก.พ.จริง ตนก็พร้อมจะยุติการเคลื่อนไหวทางการเมืองเช่นกัน แต่นายสมชัย ก็ไม่ได้รับคำท้าและยังมีการบล็อกบัญชีเฟซบุ๊กของตน รวมทั้งการยุบสภาก็ไม่ได้เกิดขึ้นตามที่นายสมชัย ระบุไว้

นอกจากนี้วันที่ 23 ธ.ค.65 นายสมชัย ได้โพสต์ข้อความระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์จะทำให้พรรครวมไทยสร้างชาติ ถูกยุบ เพราะได้กล่าวว่าจะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียวของพรรค ซึ่งก็ไม่จริงเพราะขณะนั้นพล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค และแม้ขณะนี้ ที่พล.อ.ประยุทธ์ เป็นสมาชิกพรรคแล้ว ทั้งพล.อ.ประยุทธ์ และพรรค ก็ยังไม่ได้มีการประกาศว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นแคนดิเดต นายกรัฐมนตรีของพรรคเพียงคนเดียว การวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆของนายสมชัย เกี่ยวกับพล.อ.ประยุทธ์ สร้างความเคลือบแคลงสงสัย

ซึ่งไม่ทราบว่า กระทำในนามบุคคลหรือในนามพรรค จึงอยากให้กกต.ตรวจสอบ หากพบว่า เป็นความผิดส่วนบุคคล มาตรา 101 กำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ส่วนถ้าพบว่า พรรครู้เห็นเกี่ยวข้อง กกต.จะต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมืองนั้น และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรค

ทั้งนี้ ก่อนที่ นายสนธิญาเดินทางมายื่นคำร้อง ได้แจ้งว่า นายเสกสกล อัตถาวงศ์ หรือ”แรมโบ้ อีสาน” อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะมาร่วมยื่นคำร้องดังกล่าวต่อกกต. แต่เมื่อถึงเวลาที่นัดหมายกลับพบว่ามีเพียงนายสนธิญา มายื่นคำร้องเพียงคนเดียว โดยอ้างว่านายเสกสกล ตั้งใจมายื่นคำร้องด้วยตนเอง แต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาระบุว่าติดภารกิจสำคัญไม่สามารถเดินทางมาได้ แต่ก็ได้แจ้งว่าหากกกต.เรียกเข้าให้ข้อมูลก็พร้อมที่จะนำเอกสาร หลักฐานมาชี้แจ้งว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่ได้มีการกระทำอย่างที่นายสมชัย กล่าว

#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: