อาจารย์อุ๋ย ชี้ คำถามมากมาย กับ อนุทิน กราบตัก “อดีตนักโทษ” เหยียบย่ำหัวใจประชาชน สวมหมวกตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของประเทศ แสดงความเคารพนอบน้อมด้วยการกราบตัก
อ.ประพฤติ ฉัตรประภาชัย อาจารย์อุ๋ย โพสต์ระบุว่า…
ทางรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ การกระทำของผู้นำประเทศหรือผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง ไม่เคยเป็นเพียง “เรื่องส่วนตัว” หรือเรื่องของ “มิตรภาพเก่าก่อน” แต่เป็น “สัญลักษณ์สาธารณะ” (Public Symbol) ที่สะท้อนถึงการยึดมั่นในหลักนิติธรรม (Rule of Law) และมาตรฐานทางจริยธรรมของประเทศนั้นๆ
กรณีที่ปรากฏภาพนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในขณะสวมหมวกตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของประเทศ แสดงความเคารพนอบน้อมด้วยการกราบตักนายทักษิณ ชินวัตร ได้สร้างคำถามสำคัญในทางกฎหมายและมาตรฐานจริยธรรมการเมืองไทย กล่าวคือ
หากพิจารณาตามข้อเท็จจริงทางคดีความ นายทักษิณ ชินวัตร เป็นบุคคลที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาถึงที่สุดในหลายคดีเกี่ยวกับการทุจริตและการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ในส่วนของมูลค่าความเสียหาย คดีคอร์รัปชันและคดีร่ำรวยผิดปกติในอดีตเคยมีคำสั่งยึดทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินสูงถึงประมาณ 4.6 หมื่นล้านบาท (จากยอดอายัดเริ่มต้นกว่า 6 หมื่นล้านบาท)
ขณะที่ประเด็นภาษีขายหุ้นชินคอร์ป มีกรณีที่กรมสรรพากรดำเนินการประเมินเรียกเก็บภาษีพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มเป็นจำนวนราว 17,600 ล้านบาท ซึ่งสู้รบกันในชั้นศาลภาษีมาอย่างยาวนาน ประกอบกับยังมีคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่อยู่ในกระบวนการชั้นอุทธรณ์
ในประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (โดยเฉพาะข้อที่เกี่ยวข้องกับการคบค้าสมาคมกับผู้มีประวัติทุจริตหรือเสื่อมเสีย) มีไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่งสาธารณะ การที่ผู้นำระดับประเทศไปแสดงความเคารพนอบน้อมในลักษณะดังกล่าว ย่อมสุ่มเสี่ยงต่อการถูกตีความว่าเป็นการไม่แยกแยะระหว่าง “ความสัมพันธ์ส่วนบุคคล” กับ “ความถูกต้องชอบธรรมตามหลักนิติรัฐ“
เมื่อบุคคลสวมหมวกตัวแทนของประชาชน การวางตนย่อมต้องยึดถือประโยชน์และความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายบ้านเมืองเหนือมิตรภาพส่วนตัว
หากเหลียวมองในเวทีระหว่างประเทศ ผู้นำในประเทศพัฒนาแล้วล้วนให้ความสำคัญกับ “ระยะห่างทางสังคมและทางการเมือง” (Political Distance) ต่อบุคคลที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีคอร์รัปชันอย่างเข้มงวด:
ฝรั่งเศส (กรณี Nicolas Sarkozy): แม้นิโคลาส์ ซาร์โกซี จะเป็นอดีตประธานาธิบดีผู้มีอิทธิพลอย่างมากในพรรคฝ่ายขวา แต่นักการเมืองรุ่นหลังรวมถึงอดีตร่วมงาน ต่างเว้นระยะห่างทันทีที่ศาลมีคำตัดสินจำคุกในคดีทุจริตและใช้อิทธิพลโดยมิชอบ เพื่อไม่ให้กระทบต่อความน่าเชื่อถือของสถาบันทางการเมือง
เกาหลีใต้ (กรณี Park Geun-hye และ Lee Myung-bak): อดีตประธานาธิบดีทั้งสองคนเคยถูกตัดสินจำคุกในคดีทุจริต ในช่วงเวลาดังกล่าว ผู้นำรัฐบาลและนักการเมืองระดับสูงต่างระมัดระวังอย่างยิ่งที่จะไม่ปรากฏภาพการเข้าพบ ปฏิสัมพันธ์ หรือแสดงความเคารพในเชิงสาธารณะ แม้ภายหลังจะได้รับพระราชทานอภัยโทษ แต่บรรทัดฐานทางสังคมและการเมืองเกาหลีใต้ก็ยังคงมองเรื่องนี้เป็นประเด็นความรับผิดชอบทางจริยธรรมอย่างเคร่งครัด
สหรัฐอเมริกา นักการเมืองที่ถูกตัดสินคดีทุจริตระดับมหาชนมักจะถูกผลักออกไปอยู่เขตนอกวงการเมือง (Political Pariah) การที่ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงจะไปกราบไหว้หรือแสดงความเคารพต่อผู้มีมลทินในลักษณะเปิดเผย ย่อมหมายถึงการจบชีวิตทางการเมืองในทันที
บทสรุปและคำเตือนทางจริยธรรม
ความไว้วางใจที่ประชาชนมีต่อผู้นำ ไม่ได้วัดกันเพียงแค่สติปัญญาหรือการบริหารงาน แต่วัดกันที่ “ดัชนีชี้วัดทางจริยธรรม” และการตัดสินใจเชิงสัญลักษณ์
หากผู้นำประเทศยังไม่สามารถแยกแยะหมวกที่ตนเองสวม ไม่สามารถลีดสายตาประชาชนให้เห็นว่า “กฎหมายอยู่เหนือบารมีบุคคล” ได้ การดำรงตำแหน่งผู้นำย่อมสั่นคลอนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และในบริบทกฎหมายไทยปัจจุบันที่องค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช. และศาลรัฐธรรมนูญให้ความสำคัญกับ “มาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง” เป็นพิเศษ
การกระทำที่มองข้ามความรู้สึกของสังคมและหลักนิติธรรม อาจกลายเป็น “สลักระเบิด” ที่ทำให้หลุดจากเก้าอี้นายกได้อย่างง่ายดาย หากท่านยังคงขาดความระมัดระวังและขาดสํานึกในบทบาทหน้าที่ของตัวแทนประชาชน
ด้วยความปรารถนาดี