Connect with us

Politics

ชักยุ่ง!! ดร.สันต์ ชี้! โอมิครอน กำลังเดินหน้าสู่ อินเดียโมเดลแล้ว !!

Avatar

Published

on

ดร.สันต์ เผย ตัวเลขผู้ติดเชื้อจริงต่อวัน กทม.ควรอยู่ที่ระดับ 10,000 – 30,000 คน และถ้า กทม.ไม่จบ จังหวัดอื่นๆ จะกลับมาระบาดซ้ำอย่างต่อเนื่อง

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า ดร.สันต์ ศรีอรรฆ์ธำรง อาจารย์พิเศษคณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อม สถาบันพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ให้ข้อมูลผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุถึงโควิด ระลอก 5 “โอมิครอน” เดินหน้าสู่สงกรานต์ เตรียมพร้อมรับ อินเดียโมเดล สู้แบบเจ็บๆ อีกนานกว่าจะจบ โดยข้อความตอนหนึ่งระบุว่า จากการคำนวณและประมาณการณ์

  1. Wave 5 เป็นขาขึ้นตลอดตั้งแต่ 1 ม.ค.65 แต่ตรวจ RT-PCR น้อย ตัวเลขเลยขึ้นไม่สุด เห็นไม่ครบ ควบคุมโรคไม่ได้ หางเวฟจึงยาวมากๆ ไม่จบจนบัดนี้
  2. ATK เริ่มตรวจลดลงไปมาก ตัวเลขรวมที่เคยขึ้น ก็กลับมาทรงตัว แต่ไม่ลงต่อ ทั้งๆ ที่สถานการณ์ยังเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง
  3. ชลบุรีขยันตรวจมาก จังหวัดเดียวเจอรวม PCR+ATK วันละเกือบ 10,000 แล้ว ถ้าขยันแบบนี้ทุกจังหวัด ตัวเลขทั่วประเทศน่าจะข้ามแสนไปแล้ว
  4. คนที่ตรวจไม่เจอ ไม่ยอมตรวจ จะเป็นมดงานแพร่เชื้อไปเรื่อยๆ ทำให้ประเทศไทยค่อยๆ เดินหน้าเข้าสู่ อินเดียโมเดล แบบภูมิคุ้มกันหมู่ ที่จบแบบต้องสังเวยชีวิต ซึ่งหลายประเทศเป็นแบบนี้

สำหรับ กทม. กราฟการติดเชื้อของ RT-PCR เป็นขาลงช้าๆ ตัวเลขผู้ติดเชื้ออาจยกระดับขึ้นหลังสงกรานต์ ผู้ติดเชื้อที่แท้จริงใน กทม. ถ้าดูจากอัตราการเสียชีวิตที่สูงเกินจริงถึง 0.4% ถ้าเทียบกับสิงคโปร์ ที่แค่ 0.05 – 0.1% ตัวเลขผู้ติดเชื้อจริงต่อวันใน กทม.ควรจะอยู่ที่ระดับ 10,000 – 30,000 คน และถ้า กทม.ไม่จบ จังหวัดอื่นๆ จะกลับมาระบาดซ้ำอย่างต่อเนื่อง

ภาพรวมของประเทศ ผู้ติดเชื้อสะสมจะยังไม่ถึงจุดอิ่มตัว ภายใน 4 เดือนข้างหน้านี้ เราจะเห็นตัวเลข RT-PCR ต่อวันในระดับมากกว่า 20,000 คน ไปอีกอย่างน้อยถึง 15 มิ.ย.65 และยังคงมากกว่า 10,000 คน ไปจนถึง 1 ส.ค.65 แต่ตัวเลขอาจยกระดับขึ้นหลังสงกรานต์และเลวร้ายกว่านี้ ถ้าฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นไม่พอ กราฟ %Increase ของ RT-PCR+ATK เปลี่ยนแปลงลดลงเฉียบพลันแบบไม่มีสาเหตุ เมื่อ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา น่าจะมาจากการตรวจที่ลดลงมาก

“ถ้าคำนวณตามเส้นแนวโน้มเดิม วันนี้ 31/3/2022 ผู้ติดเชื้อน่าจะอยู่ที่ระดับ 130,000 คนต่อวัน ไม่ใช่ 40,000 -50,000 คนเท่าที่ตรวจพบ อัตราการเสียชีวิตเริ่มลดลงจากระดับ 0.2% มาเข้าใกล้เส้น 0.1% ถ้าฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นได้เพิ่ม อาจลดลงได้ถึง 0.05% ซึ่งจะทำให้ผู้เสียชีวิต ในกรณีเลวร้ายสุดไม่เกิน 200 คนต่อวัน”

บทสรุปและทางเลือก

  1. ประเทศไทยตอนนี้เราตรวจเชื้อน้อย ควบคุมโรคไม่ได้แล้ว น่าจะไปทาง Herd Immunity แบบอินเดีย ผสมกับการฉีดวัคซีนให้อัตราการเสียชีวิตต่ำ
  2. อาจจะเกิด Herd Immunity ในอีก 4 เดือนข้างหน้า ใครรักสุขภาพขอให้อดทนรอ เพื่อเป็น 30% สุดท้ายที่อาจรอดจากการติดเชื้อ หรืออย่างน้อยก็เสี่ยงต่ำ
  3. ความสำเร็จในการชะลอการระบาดและเร่งฉีด Booster ที่ผ่านมาทำให้ผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นราวๆ 20,000 -40,000 คน น้อยกว่ากรณีฉีดไม่ทันมากที่ระดับ 1-2 แสนคน
  4. คน 3 ประเภท คนรักสุขภาพ ขอให้อดทนเก็บตัวอีก 4 เดือน คนอดทนไม่ไหวก็ไปฉีดวัคซีนให้ครบ แล้วยอมรับความเสี่ยง คนไม่ยอมฉีดวัคซีนและอดทนไม่ไหว ก็จะเสี่ยงตายมากกว่าคนอื่นๆ 10 – 40 เท่า

พวกเราอยู่ในการระบาดระลอกโอมิครอน ที่ใครๆ ชอบบอกว่ามันจะสั้น ขึ้นเร็วลงเร็ว แต่เวลา 3 เดือนได้พิสูจน์แล้วว่า การระบาดไม่ลงถ้าไม่ควบคุมโรคจริงจัง ไม่ฉีดวัคซีนที่ดีและมากพอ ไม่ปฏิบัติตามกฎอะไรกันเลย และใช้ชีวิตกันด้วยความประมาทเต็มที่ แต่ถึงอย่างไรมันก็ผ่านมาแล้ว สายเกินกว่าจะแก้ไขหรือกลับไปล็อกดาวน์ ทุกอย่างจะต้องเดินหน้าต่อไป ถ้าไม่มีสายพันธุ์ใหม่มาอีก มันจะจบภายใน 3-4 เดือนข้างหน้า

“แต่ละคนก็จะสามารถเลือกวิธีจบได้แตกต่างกันไป คำว่า “จบ” ที่ว่า น่าจะยังมีผู้ติดเชื้อต่อเนื่องวันละหลายหมื่นคน ผู้เสียชีวิตวันละหลายสิบ ในแต่ละปีโควิดจะเป็นสาเหตุการตายหลายหมื่นคน เป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็งเท่านั้น แต่ชีวิตพวกเราส่วนใหญ่จะกลับมาเดินหน้าไปได้ตามปกติ นี่คือ Endemic ที่อาจไม่ได้สวยหรู แต่ก็ต้องจำใจอยู่กับมัน”

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Advertisement QK6ZtN.png

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: