Connect with us

Politics

ศุภชัย สวนแรง! รังสิมันต์โรม เริ่มเห็นอนาคตอันริบหรี่ น่าเวทนาและน่าเสียดายแทน

Published

on

ศุภชัย ชี้ เป้าหมายรังสิมันต์ โรม ในฐานะประธานกมธ. หรือมุ่งใช้คณะกรรมาธิการเป็นเครื่องมือทำลายล้างทางการเมืองกันแน่?

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า วันที่ 7 พ.ย.69 นายศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย โพสต์ระบุว่า….

ขอบคุณ “รังสิมันต์ โรม” ที่ออกมายืนยันความคิดของตัวเองให้ประชาชนเห็นชัดเจนยิ่งขึ้น!

ผมขอบคุณนายรังสิมันต์ โรม ที่ออกมายืนยันว่าการลงมติของคณะกรรมาธิการกฎหมายฯ ถูกต้อง ทั้งที่ข้อเท็จจริงหลายประการที่ผมได้แถลงไปกลับถูกนำเสนอแตกต่างออกไปอย่างมีนัยสำคัญ

สิ่งนี้ยิ่งทำให้ผมตั้งคำถามว่า เป้าหมายของนายรังสิมันต์ โรม ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน คือการทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาตามกฎหมาย หรือมุ่งใช้คณะกรรมาธิการเป็นเครื่องมือทำลายล้างทางการเมืองกันแน่?

ประเด็นสำคัญที่ต้องตอบให้ชัด คือ คณะกรรมาธิการมีจำนวน 15 คน ไม่ใช่ 14 คน ตามที่นายโรมกล่าวอ้าง หากข้อบังคับกำหนดให้ใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมาธิการทั้งหมด ก็ต้องมีอย่างน้อย 8 เสียง ไม่ใช่ 7 เสียง!

แม้จะนับตามที่นายโรมกล่าวอ้างว่ามี 14 คน เสียงเกินกึ่งหนึ่งก็ยังต้องเป็น 8 เสียงอยู่ดี เพราะ 7 เสียงจาก 14 คน คือกึ่งหนึ่ง ไม่ใช่เกินกึ่งหนึ่ง!

ที่สำคัญ ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมาธิการได้ทักท้วงเกี่ยวกับความถูกต้องของกระบวนการและการลงมติแล้ว แต่ประธานกรรมาธิการกลับยังยืนยันที่จะดำเนินการต่อไป ทั้งที่มีข้อทักท้วงดังกล่าว

หากข้อเท็จจริงเป็นเช่นนี้ ย่อมเกิดคำถามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า นี่คือการใช้อำนาจประธานกรรมาธิการอย่างเป็นธรรมและเคารพข้อบังคับ หรือเป็นการใช้อำนาจตามอำเภอใจเพื่อให้ได้มติที่ตนเองต้องการ?

ข้อบังคับก็คือข้อบังคับ ไม่ใช่สิ่งที่จะตีความเอาตามอำเภอใจเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ทางการเมืองที่ตนเองต้องการ

ส่วนการกล่าวหาว่าเป็น “ระบอบสีน้ำเงิน” นั้น ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่านายโรมหมกมุ่นอยู่กับการแบ่งแยกทางการเมืองด้วยสี จนผมอดสงสัยไม่ได้ว่า กำลังพยายามเปลี่ยนคณะกรรมาธิการกฎหมายฯ ให้กลายเป็นเครื่องมือของ “ระบอบสีส้ม” เพื่อสร้างกระแสและคะแนนนิยมในหมู่ผู้สนับสนุนของตนเองหรือไม่?

คณะกรรมาธิการกฎหมายฯ ไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของนายรังสิมันต์ โรม และไม่ใช่เวทีหาเสียงของพรรคการเมืองใด!

สภาผู้แทนราษฎรเป็นสถาบันนิติบัญญัติที่มีหน้าที่ตรากฎหมาย ผู้ทำหน้าที่ในสภาจึงยิ่งต้องเคารพกฎหมายและข้อบังคับอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะผู้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการกฎหมายฯ

คนที่มีหน้าที่ตรวจสอบการกระทำผิดกฎหมายของผู้อื่น ต้องเริ่มต้นจากการเคารพกฎหมายเสียก่อน

อย่าใช้คำว่า “ตรวจสอบ” เป็นข้ออ้างในการใช้อำนาจตามอำเภอใจ และอย่าเอาวาทกรรมทางการเมืองมาอยู่เหนือข้อบังคับของสภา!

เพราะสภาผู้แทนราษฎรต้องปกครองด้วยกฎหมาย ไม่ใช่ด้วยอารมณ์ ความเกลียดชัง หรือสีเสื้อทางการเมืองของประธานกรรมาธิการคนใดคนหนึ่ง!

ผมเริ่มเห็นอย่างชัดเจนถึงอนาคตอันริบหรี่ของนายรังสิมันต์ โรม น่าเวทนาและน่าเสียดายแทน!

นายศุภชัย ใจสมุทร
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย

#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Advertisement QK6ZtN.png

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: