Connect with us

Politics

กรณ์ หน้าหงาย! หลังยุ รัฐบาลกู้เงินเพิ่ม รมว.คลัง ลั่น! ไม่จำเป็น !!

Avatar

Published

on

อาคม เผย การกู้เงินเกินตัวไม่จำเป็น เป็นความเสี่ยงทำให้ต่างชาติมองประเทศไทยไม่ดี ชี้! วงเงิน 5 แสนล้านบาท ก็ยังเหลืออยู่ 5-7 หมื่นล้านบาท ที่ยังเพียงพอดูแลเศรษฐกิจ หลัง กรณ์ เสนอให้รัฐบาลกู้เงินเพิ่มเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง กล่าวถึงกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับลดการขยายตัวเศรษฐกิจปี 2565 ลดลงเหลือ 3.2% จาก 3.4% และปี 2566 ลดลงเหลือ 4.4% จากเดิม 4.7% ว่า ไม่ได้หมายความรัฐบาลต้องกู้เงินเพิ่มเพื่อมากระตุ้นเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้เท่าเดิมเสมอไป และเงินจาก พ.ร.ก.กู้เงินโควิด-19 เพิ่มเติม วงเงิน 5 แสนล้านบาท ก็ยังเหลืออยู่ 5-7 หมื่นล้านบาท ที่ยังเพียงพอดูแลเศรษฐกิจ

“การกู้เงินเกินตัวไม่จำเป็น เป็นความเสี่ยงทำให้ต่างชาติมองประเทศไทยไม่ดี และลดเครดิตของประเทศไทย ทำให้ต้นทุนการกู้เงินของเอกชนและรัฐบาลแพง ได้รับผลกระทบมากขึ้นไปอีก” นายอาคม กล่าว
นายอาคมกล่าวอีกว่า ได้หารือกับนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้าแล้ว เรื่องที่เสนอให้รัฐบาลกู้เงินเพิ่มเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งได้ชี้แจงว่าการกู้เงินต้องคำนึงถึงวินัยการเงินการคลังในภาพรวมด้วย ซึ่งนายกรณ์ก็มีความเข้าใจเป็นอย่างดี ตอนนี้เศรษฐกิจขยายตัวได้แล้ว ภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการเริ่มกลับมาดำเนินการได้ ถึงแม้ว่ายังไม่เหมือนช่วงก่อนเกิดโควิด ทำให้รัฐบาลต้องลดการออกมาตรการช่วยเหลือที่เป็นภาระกับเงินกู้ลง
รมว.การคลังกล่าวอีกว่า เรื่องกรอบอัตราเงินเฟ้อทั้งปีจะเกิน 1-3% หรือไม่นั้น เป็นสิ่งที่จะต้องหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก่อนว่าราคาน้ำมันและราคาอาหารที่แพงขึ้นจะส่งผลกระทบยืดเยื้อยาวนานแค่ไหน หรือเป็นภาวะชั่วคราว ซึ่งก็อาจจะทำให้อัตราเงินเฟ้อทั้งปีไม่เกิน 3% ก็ไม่มีความจำเป็นต้องปรับกรอบเป้าหมายของเงินเฟ้อ โดยในระยะสั้นรัฐบาลได้มีมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพ การตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาท ช่วยจ่ายค่าน้ำมันเบนซินให้กับวินมอเตอร์ไซค์เป็นเวลา 3 เดือน น่าจะช่วยบรรเทาค่าครองชีพของประชาชนไม่เพิ่มสูงขึ้นมาก ทำให้ทั้งปีเงินเฟ้อยังอยู่ในกรอบอยู่

“ในช่วงสั้นบางเดือนอัตราเงินเฟ้ออาจจะสูงเกินกรอบบน 3% ไปบ้าง แต่ทั้งปีต้องดูระยะยาวว่าเป็นอย่างไร ซึ่งจะมีการหารือกับ ธปท. เพื่อประเมินสถานการณ์ โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ส่งผลกระทบกับอัตราเงินเฟ้อให้เพิ่มสูงขึ้นมาก ซึ่งเบื้องต้นเชื่อว่าราคาน้ำมันยังส่งผลกระทบกับเงินเฟ้อไทยในไตรมาส 2 ส่วนไตรมาส 3 ยังไม่แน่ใจ แต่ไตรมาส 4 คาดว่าจะทุเลาลง ซึ่งเรื่องสงครามเป็นเรื่องที่ประเมินยาก” นายอาคมกล่าว

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Advertisement QK6ZtN.png

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: