Connect with us

News

อุทาหรณ์ ช่วยเด็กลูกชิ้นติดคอ เอาออกมาได้ แต่ยังเสียชีวิต

Published

on

หมอม็อด เล่าอุทาหรณ์ ช่วยเด็ก 7 ขวบลูกชิ้นติดคอผิดวิธี สุดท้ายไตวายเสียชีวิต

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นพ. ฒัชชณพงศ์ จงเจริญยานนท์ กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคทางเดินหายใจ รพ.สมิติเวชสุขุมวิท โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า

เด็ก 7 ขวบ ลูกชิ้นติดคอ
เอาออกมาได้แล้ว…ทำไมยังเสียชีวิต?

จากข่าวเด็ก 7 ขวบ
กินก๋วยเตี๋ยวแล้ว “ลูกชิ้นติดคอ”

คุณยายเล่าว่าไม่รู้วิธีช่วย
จนเด็กเริ่มตัวเขียว
สุดท้ายจึงเอามือล้วงลูกชิ้นออกมาได้

หลังจากนั้นพาไปโรงพยาบาล
ตอนแรกเด็กยังคุยสื่อสารกับหมอได้

แต่ไม่นานหลังจากนั้น
เด็กเริ่มหายใจไม่สะดวก
ออกซิเจนตกลงไปเหลือประมาณ 60–70%

ต่อมาถูกส่งตัวไปรักษาต่อ
มีภาวะไตวาย ต้องฟอกไต
และสุดท้ายก็เสียชีวิต

ก่อนอื่นเลย
ผมขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของน้องด้วยนะครับ

เด็ก 7 ขวบเสียชีวิตจากเหตุการณ์แบบนี้
ไม่มีครอบครัวไหนทำใจได้แน่นอน

โพสต์นี้ผมไม่ได้เขียนเพื่อโทษใคร
แต่จะเขียนเพื่ออธิบายให้ทุกคนเข้าใจว่า…

ทำไมลูกชิ้นถูกเอาออกมาแล้ว
เด็กยังเสียชีวิตได้?

ทำไมเด็กถึงถึงห้องฉุกเฉินแล้ว กลับหายใจไม่ออกอีก?

ทำไมเด็กถึงไตวาย?

และทำไมเด็กถึงเสียชีวิตหลังเกิดเหตุไปแล้วหลายวัน

========================

🟡 1. ลูกชิ้นติดคอจนตัวเขียว
แปลว่า “ทางเดินหายใจถูกอุดตันรุนแรงมาก”

เวลามีอาหารติดคอ
ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะอันตรายเท่ากัน

ถ้าเด็กยังไอแรงได้
ยังร้องได้
ยังหายใจได้

แปลว่ายังมีลมผ่านอยู่บ้าง
อันนี้ยังไม่น่ากลัวมากนัก

แต่ถ้าเด็กเริ่ม

  • ไอไม่ออก
  • พูดไม่ได้
  • หายใจไม่ได้
  • หน้าเขียว ปากเขียว ตัวเขียว

นี่คือสัญญาณอันตรายมาก

เพราะแปลว่าอาหาร
เข้าไปอุดทางเดินหายใจแบบ”ทั้งหมด”แล้ว

พูดง่ายๆ คือ
ลมเข้าไม่ได้
ออกซิเจนเข้าไม่ได้

และถ้าปล่อยไว้เพียงไม่กี่นาที
สมอง ปอด หัวใจ ไต ตับ
จะเริ่มขาดออกซิเจนตามกันไปหมด

========================

🟡 2. เอาลูกชิ้นออกมาได้แล้ว…ทำไมยังอันตราย?

ในเคสนี้ถือว่าโชคดีระดับหนึ่ง
ที่คุณยายสามารถเอาลูกชิ้นออกมาได้

และสิ่งที่ยืนยันได้คือ
👉 เด็กยังสามารถ “พูดคุยสื่อสารกับหมอได้” ตอนถึงห้องฉุกเฉิน

แปลว่า
ลูกชิ้น “หลุดออกจากทางเดินหายใจแล้ว”

แต่มีจุดสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ…

👉 ก่อนลูกชิ้นจะหลุด
เด็กตัวเขียวไปช่วงหนึ่ง

ซึ่งตรงนี้สำคัญมาก

เพราะการที่เด็กตัวเขียว
หมายถึงร่างกายขาดออกซิเจนไปแล้ว

และ

⛔ ยิ่งขาดออกซิเจนนาน
อวัยวะต่างๆ จะยิ่งเสียหายมากขึ้น

แม้สุดท้ายจะเอาลูกชิ้นออกได้
แต่ความเสียหายบางอย่าง
อาจเกิดขึ้นไปแล้วตั้งแต่ช่วงนั้น

========================

🟡 3. ทำไมถึงยังหายใจแย่และออกซิเจนตก?

หลังจากมาถึงห้องฉุกเฉิน

ทั้งๆ ที่เด็กยังคุยได้
แต่ค่าออกซิเจนกลับลดลงเหลือประมาณ 60–70%

สิ่งนี้สามารถอธิบายได้ว่า
“ปัญหาไม่ได้จบแค่เอาลูกชิ้นออก”

สาเหตุที่เป็นไปได้
มี 2 อย่างหลักๆ

👉 1. อาจมีเศษลูกชิ้นหลงเหลืออยู่

ลูกชิ้นบางส่วนอาจ
หลุดลงไปอุดอยู่ในหลอดลม หรือปอดส่วนล่าง

ทำให้

  • ปอดบางส่วนรับลมไม่ได้
  • เกิดภาวะปอดแฟบ

จึงเป็นเหตุผลว่า
ทำไมแพทย์ต้องพิจารณา “ส่องกล้อง”

เพื่อดูว่ามีอะไรอุดตันค้างอยู่หรือไม่

👉 2. ปอดเสียหายจากการขาดออกซิเจน

ช่วงที่เด็กขาดออกซิเจน

ไม่ได้มีแค่สมองหรือหัวใจที่ได้รับผลกระทบ
แต่ “ปอดและถุงลม” ก็เสียหายได้เช่นกัน

ผลที่เกิดขึ้นคือ

  • ถุงลมแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้ไม่ดี
  • ปอดทำงานได้ไม่เต็มที่

แม้สิ่งอุดตันจะออกไปแล้ว
👉 ร่างกายก็ยัง “รับออกซิเจนได้ไม่พอ” อยู่ดี

========================

🟡 4. ทำไมถึงเกิดไตวาย?

หลายคนงงว่า

“ลูกชิ้นติดคอเกี่ยวอะไรกับไต?”

เกี่ยวมากครับ

เพราะตอนที่เด็กขาดออกซิเจน
เลือดที่วิ่งไปเลี้ยงอวัยวะทั้งร่างกาย
มีออกซิเจนน้อยลงทั้งหมด

ไตเป็นอวัยวะที่เปราะบาง
ต้องการเลือดและออกซิเจนตลอดเวลา

ถ้าเลือดไปเลี้ยงไตไม่พอ
หรือเลือดมีออกซิเจนต่ำอยู่นาน

เซลล์ไตจะบาดเจ็บ
และอาจหยุดทำงานได้

พอไตทำงานไม่ได้
ของเสียและน้ำส่วนเกินในร่างกายก็ขับออกไม่ได้

บางรายจึงต้อง “ฟอกไต”
เพื่อช่วยพยุงร่างกายระหว่างรอให้ไตฟื้น

========================

🟡 5. ทำไมไม่ได้เสียชีวิตทันที
แต่เสียชีวิตหลังเกิดเหตุ 2–3 วัน?

นี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้

เพราะภาวะขาดออกซิเจนรุนแรง
บางครั้งไม่ได้ทำให้เสียชีวิตทันทีในนาทีแรก

แต่เป็นเหมือน “โดมิโน”

ช่วงแรก
สิ่งอุดตันถูกเอาออก
เด็กอาจกลับมาหายใจได้
ยังคุยได้

แต่หลังจากนั้น
อวัยวะที่เคยขาดออกซิเจนเริ่มแสดงอาการ

ปอดเริ่มแลกเปลี่ยนออกซิเจนไม่ดี
ออกซิเจนตก

ไตเริ่มวาย
ของเสียคั่ง

ตับอาจทำงานแย่ลง

ระบบต่างๆ ในร่างกายเริ่มรวนไปพร้อมกัน

สุดท้ายจึงเสียชีวิตในอีกหลายวันต่อมาได้

ดังนั้นในเหตุการณ์แบบนี้
การที่เด็กเสียชีวิตภายหลัง
ไม่ได้แปลว่า “ตอนแรกไม่เป็นอะไร”

แต่อาจเป็นผลต่อเนื่องจากช่วงเวลาที่ร่างกายขาดออกซิเจนอย่างรุนแรงตั้งแต่แรก

========================

🟡 6. แล้วเราจะป้องกันยังไง?

เรื่องนี้สำคัญมาก

อาหารที่เสี่ยงติดคอ
มักมีลักษณะ กลม ลื่น
เคี้ยวยาก ขนาดพอดีกับหลอดลมเด็ก

เช่น

  • ลูกชิ้น
  • องุ่นทั้งลูก
  • ไส้กรอกหั่นแว่น
  • เยลลี่
  • ลูกอม

วิธีลดความเสี่ยงคือ

หั่นอาหารให้เล็กลง
ผ่าตามยาว
อย่าให้เป็นก้อนกลมๆ ลื่นๆ

ให้เด็กนั่งกินดีๆ
ไม่วิ่งเล่นระหว่างกิน
ไม่หัวเราะ เล่น หรือตะโกนตอนมีอาหารอยู่ในปาก

และที่สำคัญมากคือ
ผู้ใหญ่ในบ้านควรรู้วิธีปฐมพยาบาลเด็กสำลัก

========================

🟡 7. ถ้าเด็กสำลักติดคอ ต้องช่วยยังไง?

ถ้าเด็กยังไอแรงได้
ให้เด็กไอต่อ
อย่าเพิ่งเอามือล้วงคอ

แต่ถ้าเด็ก

  • ไอไม่ออก
  • พูดไม่ได้
  • หายใจไม่ได้
  • เริ่มเขียว
  • เอามือกุมคอ

นี่คือภาวะฉุกเฉิน

ในเด็กโตแบบเคสนี้
ให้ยืนด้านหลังเด็ก
ให้เด็กโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย

จากนั้น
ตบหลัง 5 ครั้ง
สลับกับ
กระทุ้งท้องบริเวณเหนือสะดือ ใต้ลิ้นปี่ 5 ครั้ง

ทำซ้ำจนกว่าสิ่งอุดตันจะหลุด
หรือจนกว่าทีมฉุกเฉินจะมาถึง

และให้รีบโทร 1669 ทันที

สิ่งสำคัญคือ
อย่าล้วงคอแบบสุ่มๆ ถ้ามองไม่เห็นของ

เพราะอาจยิ่งดันอาหารให้ลึกลงไปกว่าเดิมได้

========================

🟡 8. อย่าให้อุปกรณ์ช่วยสำลักมาก่อน “สองมือ”

หลังมีข่าวเด็กสำลัก
มักจะมีการโฆษณาอุปกรณ์ช่วยสำลักออกมาเยอะมาก

สิ่งที่อยากย้ำคือ
อุปกรณ์ไม่ใช่สิ่งแรกที่ควรนึกถึง

สิ่งแรกที่ต้องทำคือ
ใช้สองมือช่วยให้ถูกวิธี

เพราะสองมืออยู่กับเราตลอดเวลา
ไม่ต้องวิ่งไปหา
และคือวิธีที่มีหลักฐานชัดเจนว่าช่วยชีวิตได้จริง

ในวินาทีที่เด็กหายใจไม่ได้
ทุกวินาทีมีค่ามาก

ถ้าช่วยด้วยมืออย่างถูกวิธีแล้วยังไม่ได้ผล
และมีอุปกรณ์อยู่ใกล้ตัว
จะใช้เป็นทางเลือกสุดท้ายก็พอได้

แต่อย่าให้ความหวังกับอุปกรณ์
จนลืมฝึกสิ่งที่สำคัญที่สุด

คือ “วิธีช่วยชีวิตด้วยมือของเราเอง”

#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Advertisement QK6ZtN.png

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: