วู้ดดี้ ชวนคิด แยกศรัทธาออกจากระบบราชการ อนาคตยังควรระบุศาสราไว้บนบัตรไหม
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า วู้ดดี้ มิลินทจินดา พิธีกรชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
ศาสนาอยู่ในใจ แล้วจำเป็นต้องอยู่บนบัตรประชาชนไหม?
วันที่ผ่านมา มีคนทักผมเรื่องคลิป “ขอลบศาสนาออกจากบัตรประชาชน” จากรายการ Go with the Four ที่วดคุบกับเฮียวิทย์ หนุ่ย พงศ์สุขและซีเค
บางคนดูจนจบ บางคนดูไม่จบก็รีบเข้ามาคอมเมนต์ เพราะแค่ประโยคเปิดก็ทำให้รู้สึกว่า วู้ดดี้กำลังจะเลิกนับถือศาสนาพุทธหรือเปล่า?
ขอย้ำตรงนี้อีกครั้งว่า ถ้าดูจบคลิปผมยังนับถือศาสนาพุทธนะครับ
สิ่งที่ผมเล่าในคลิปเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงหนึ่งของชีวิต ตอนนั้นผมไม่เข้าใจว่า ทำไมเราต้องมีศาสนาติดตัวมาตั้งแต่เกิด ทั้งที่เรายังไม่เคยได้ศึกษา ไม่เคยตั้งคำถาม และยังไม่ได้เลือกด้วยตัวเองด้วยซ้ำ
ผมจึงเคยขอเอาคำว่า “พุทธ” ออกจากบัตรประชาชน
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผมกลับไปศึกษาพุทธศาสนาอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่เพราะมีใครบอกให้เชื่อ แต่เพราะอยากรู้และอยากพิสูจน์ด้วยตัวเอง
ยิ่งศึกษา ผมยิ่งรู้สึกว่า แก่นของพุทธไม่ได้บังคับให้เราเชื่อโดยไม่ตั้งคำถาม ตรงกันข้าม กลับชวนให้เราสังเกต ทดลอง และดูผลที่เกิดขึ้นกับชีวิตของตัวเอง
หลังคลิปนี้มียอดรับชมรวมบน Facebook และ Instagram เกือบ 3 ล้านวิว ผมได้อ่านความคิดเห็นมากมาย และพบว่าประเด็นที่ทุกคนสนใจจริงๆ ไม่ใช่ว่า “ผมนับถือศาสนาอะไร”
แต่คือคำถามว่า
ทุกวันนี้เรายังจำเป็นต้องระบุศาสนาบนบัตรประชาชนหรือไม่?
หลายคนเข้ามาเล่าว่า ตัวเองยังนับถือพุทธ ยังเข้าวัด ทำบุญ และใช้หลักธรรมในชีวิต แต่เลือกไม่ระบุศาสนาไว้บนบัตร
บางคนบอกว่า ตัวเองเป็นพุทธเพียงในบัตร แต่ในชีวิตจริงแทบไม่ได้ศึกษาอะไรเลย
อีกหลายคนตั้งคำถามว่า หากไม่ระบุศาสนา แล้วตอนเข้าโรงพยาบาลหรือเสียชีวิต จะรู้ได้อย่างไรว่าควรปฏิบัติตามพิธีกรรมแบบไหน
คำถามนี้น่าสนใจครับ แต่ผมก็อดคิดไม่ได้ว่า ความประสงค์ในวันสุดท้ายของชีวิตควรถูกตัดสินจากข้อมูลที่เราอาจกรอกไว้เมื่อหลายปีก่อนจริงหรือ?
ความเชื่อของคนเปลี่ยนแปลงได้ บางคนเกิดมาเป็นพุทธ แต่โตขึ้นนับถือศาสนาอื่น บางคนยังเป็นพุทธแต่เลือกปฏิบัติแตกต่างกัน หรือบางคนอาจไม่ต้องการพิธีกรรมใดเลย
บางทีการพูดคุยกับครอบครัว หรือบันทึกความประสงค์ของตัวเองเอาไว้ อาจตรงกับความต้องการมากกว่าคำหนึ่งคำบนบัตรประชาชน
และเมื่อผมลองหาข้อมูลเพิ่มเติม ก็พบว่าปัจจุบันกฎหมายไทยไม่ได้บังคับว่าทุกคนต้องแสดงศาสนาบนหน้าบัตร รายการศาสนา “จะมีหรือไม่ก็ได้” เจ้าของบัตรจึงสามารถนับถือศาสนา แต่เลือกไม่แสดงศาสนานั้นบนบัตรได้ กรมการปกครอง
ตรงนี้ทำให้ผมตั้งคำถามต่อว่า ถ้าเป็นข้อมูลที่ไม่จำเป็นต้องแสดงอยู่แล้ว มีคนไทยรู้เรื่องนี้มากแค่ไหน?
และในอนาคต เรายังต้องมีช่องศาสนาอยู่บนบัตรหรือไม่?
ผมไม่ได้กำลังชวนให้ใครออกจากศาสนา และไม่ได้บอกว่าการระบุศาสนาเป็นเรื่องผิด
แต่อยากชวนแยกให้ออกระหว่าง “ศรัทธา” กับ “ข้อมูลราชการ”
ศรัทธาเป็นเรื่องที่เราควรมีสิทธิศึกษา เลือก เปลี่ยนแปลง หรือเก็บไว้เป็นเรื่องส่วนตัว ส่วนข้อมูลราชการควรมีเท่าที่จำเป็นและมีวัตถุประสงค์ชัดเจน
วันนี้ผมยังนับถือศาสนาพุทธ แต่ความเป็นพุทธของผมไม่ได้เกิดจากข้อความบนบัตรประชาชน
มันเกิดจากการได้กลับไปศึกษา ตั้งคำถาม และค่อยๆ เข้าใจด้วยตัวเอง
สุดท้าย บัตรประชาชนอาจบอกว่าเราเป็นใครในระบบราชการ แต่สิ่งที่บอกว่าเราเป็นคนอย่างไร คือวิธีที่เราคิด พูด ปฏิบัติ และอยู่ร่วมกับคนที่เชื่อไม่เหมือนเรา
เชื่อไม่เหมือนกัน ก็ยังเป็นเพื่อนกันได้
ทุกท่าน คิดว่าในอนาคตเรายังจำเป็นต้องระบุศาสนาบนบัตรประชาชนอยู่มะ
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS