เพจดัง เช็กภาพถ่ายดาวเทียม คาดสาเหตุ ภัยพิบัติชายแดนจีน-เนปาล เกิดจากแผ่นดินไหวในเทือกเขา เชื่อ ในอดีตเคยเกิดขึ้นแล้ว
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ โพสต์ข้อความ ระบุว่า
จุดกำเนิดและสาเหตุของภัยพิบัติที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนจีนและเนปาลวานนี้เกิดจากที่บริเวณใดและสาเหตุคืออะไร
จากที่ทุกท่านได้เห็นภาพความเสียหายที่เกิดจากดินโคลนถล่มในพื้นที่บริเวณทางตอนเหนือของเนปาลที่ติดกับพรมแดนจีนนั้น
ผมเองก็อยากรู้ว่าต้นตอมายังไงไปยังไง เลยเข้าไปดูข่าว กระแสข่าวบอกว่าเกิดแผนดินไหวบริเวณแถบเทือกเขาชายแดนจีนกับเนปาล ซึ่งมีคนสงสัยว่าคือต้นตอของสาเหตุ
ซึ่งก็มีความเป็นไปได้สูงครับว่าภัยพิบัติครั้งนี้จะเกิดจากแผ่นดินไหวในแถบเทือกเขา
ผมพบข่าวและภาพถ่ายดาวเทียมบริเวณที่เกิดภัยพิบัติในครั้งนี้ จึงนำเอามาประมวลผลดังภาพที่ผมแนบไว้
บอกก่อนนะครับผมไม่ใช่นักธรณีวิทยาแต่ด้วยความที่สนใจแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียมภาพถ่ายทางอากาศ เพียงพอที่จะมองภาพภัยพิบัติทางนี้ออก ผิดพลาดประการใดก็ต้องขออภัยไว้ก่อน
จุดที่เป็นต้นตอของภัยพิบัติในครั้งนี้ มีความเป็นไปได้สูงที่จะมาจากเขาลาตังลิลุง พิกัด 28.2566267, 85.5172227 ซึ่งมีความสูง 7,227 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เป็นยอดเขาที่สูง 1 ใน 100 อันดับแรกของโลก มีน้ำแข็งและหิมะปกคลุมทั้งปี อยู่ในดินแดนของเนปาล โดยมีร่องหุบเขาทางเหนือเป็นเส้นเขตแดนระหว่างจีนและเนปาล
หากเรานำภาพถ่ายดาวเทียมหลังเกิดเหตุการณ์มาเทียบกับภาพถ่ายที่ถ่ายในช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา พบว่าเส้นทางร่องรอยการทำลายล้างของดินโคลนถล่มชี้ชัดว่ามาจากยอดเขาลาตังลิลุง(ถึงแม้ภาพถ่ายดาวเทียมหลังเกิดเหตุจะยังไม่เห็นยอดเขาเพราะมีเมมฆปกคลุม)
เมื่อเราดูภาพจะเห็นว่าแนวดินโคลนถล่มจะลงมาจากยอดเขาลาตังลิลุงความสูง 7,227 เมตร
ลงมาที่หุบเขาและร่องน้ำทางทิศเหนือที่ถูกใช้เป็นเส้นเขตแดนจีนและเนปาล ซึ่งตรงนั้นเมื่อดูจากเส้นชั้นความสูงแล้วประมาณ 3,000 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล
(ผมเห็นคลิปเมื่อวานแต่ตอนนี้หาไม่เจอแล้ว ดินโคลนไหลลงมากระแทกเขาและลงไปในร่องน้ำ)
อธิบายเพิ่มเติม ความสูงของสองจุดนี้ต่างกัน 4,000 เมตร หรือ 4 กิโลเมตร ลองจินตนาการน้ำหนักของ มวลดิน หิน โคลน น้ำ ที่ไหลลงมาจากความสูง 4 กิโลเมตร ในพื้นที่ที่ลาดชันสูงมาก พลังทำลายล้างจะขนาดไหน แล้วมวลดินโคลนถล่มก็ไหลต่อตามร่องเขาไปทางตะวันตกซึ่งก็ไม่แปลกที่ ดินโคลนจะไหลไปตามหุบเขาลงไป
แล้วดินโคลนถล่มก็ไหลลงที่พื้นที่เส้นชั้นความสูงที่ 1,850 เมตร
ซึ่งเป็นที่ตั้งของอาคารด่านชายแดน จีน-เนปาล
จุดที่เราเห็นคลิปอาคารด่านชายแดนจีน-เนปาล ถูกน้ำสูงกว่าอาคารเข้าถล่มยังกับหนังวันสิ้นโลกครับ
(บอกตรงทีแรกที่เห็นนึกว่าคนจัญไรที่ไหนใช้ AI ป่วนคนอีกละ ที่ไหนได้เรื่องจริง เห็นแล้วก็ทั้งน่ากลัว ทั้งสงสารคนที่ประสบเหตุ)
ดินโคลนถล่มลงมาจากยอดเขา 7,227 เมตร ลงมาที่ 3,000 เมตร แล้วลงมาที่ 1,850 เมตร สูงต่างจากยอดเขาถึงด่านชายแดน ประมาณ 5,377 เมตร หรือ 5 กิโลเมตร คิดว่าพลังงานศักย์โน้มถ่วงที่ดึงเอามวลดินโคลนที่มีน้ำหนักมหาศาลลงมามากขนาดไหน
แต่ความเสียหายยังไม่ได้หยุดนิ่ง
เพราะของเหลวหรือของที่มีลักษณะคล้ายดินโคลนถล่ม ตามปกติมันจะไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ
ดินโคลนถล่มจึงยังคงต้องไหลลงสู่ที่ต่ำต่อไป แต่ความรุนแรงของพลังงานกระแสโคลนถล่มจะลดลง
ถ้าดูข่าวให้สังเกตเลยครับ ช่วงต้นๆในพื้นที่ที่เกิดเหตุอยู่ในเขตภูเขาสูงชัน ความรุนแรงของดินโคลนถล่มจะมากมหาศาล ชนิดที่ว่า ไหลหลากข้ามภูเขาเตี้ยๆได้สบายเช่นที่ด่านชายแดนจีน แต่เมื่อลงมาสู่ที่ราบความรุนแรงบ้าคลั่งจะลดลงเป็นกระแสน้ำและโคลนที่ไหลท่วมพื้นที่บ้านเรือน
ซึ่งเราจะเห็นความแตกต่างของระดับบ้าคลั่งของโคลนได้ชัดเจนในสองพื้นที่ว่าต่างกันมาก
แต่ก็เวทนาใจเมื่อคืนผมเห็นคลิปจำนวนมาก ซึ่งถ่ายภาพผู้เสียชีวิตที่ถูกโคลนพักจากที่ไหนก็ไม่รู้จากต้นน้ำลงมา มาติดอาคารบ้านเรือนคนที่อยู่ปลายน้ำ หรือมาติดตามก้อนหินใหญ่ๆ บางศพเหลือแค่ครึ่งท่อนบน บางศพเหมือนร่างแหลกเหลว และเกือบทุกศพที่ผมเห็นไม่เหลือเสื้อผ้าสวมใส่
ความเข้าใจส่วนตัวผมคือ สิ่งที่เราเห็นที่มันไหลลงมานั้น มันไม่ใช่แค่น้ำ+ดินโคลน แต่มันคือก้อนหินขนาดใหญ่น้อยตามภูเขาที่ไหลลงมาด้วย (คำว่าใหญ่น้อยมันไม่ได้มีแค่ก้อนเท่าเมล็ดถั่วนะครับ มันเป็นไปได้ตั้งแต่ขนาดเม็ดถั่วยนถึงขนาดรถยนต์)
หินจำนวนมากที่ม้วนไปมาในกระแสของโคลนถล่มอย่างบ้าคลั่งในลักษณะแบบนี้ มันก็เท่ากับเป็นเหมือนเครื่องบดที่ทำการบดทุกอย่างที่ขวางทางของมัน กผ้ไม่แปลกที่ศพจะออกมาในลักษณะที่เห็น
เห็นภาพแล้วน่าสังเวชใจสลดใจ
ส่วนตัวผมมองว่าในหุบเขาในแถบหิมาลัย เหตุการณ์ลักษณะแบบนี้ไม่น่าจะใช่เหตุการณ์แรก เมื่อดูจากร่องหุบเขาและลักษณะของทางน้ำ
มันน่าจะเคยเกิดมาก่อนแต่มันจะเกิดเป็นเหตุใหญ่หรือเหตุเล็ก เป็นข่าวหรือไม่เป็นข่าวก็เท่านั้น และผมเชื่อว่าในอดีตกาล ก่อนที่จะมียุค Social Media หรือยุคข่าวสาร ก็คงจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาเช่นกัน
สุดท้ายนี้ก็ขอเป็นกำลังใจให้คนจีนและ คนเนปาล ให้ทุกท่านผ่านพ้นวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ไปให้ได้ และขอแสดงความเสียใจกับญาติหรือผู้เสียชีวิต รวมถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ภัยพิบัติในครั้งนี้ครับ
ปล.ทำไมผมจึงเชื่อว่ายอดเขาลาตังลิลุงคือต้นเหตุก็เพราะเห็นดินโคลนถล่มลงมาจากยอด และที่สำคัญเมื่อดูตาม แม่น้ำสาขาในบริเวณใกล้เคียงไม่พบร่องรอยว่ามีแนวดินโคลนถล่มลงมา มีอยู่จุดเดียวคือมาจากยอดลาตังลิลุง
ปล.2 อย่าเอาเรื่องเขาหัวโล้นบ้านเราไปเทียบครับ พื้นที่แถบนั้นเป็นเขาสูงมีหิมะทั้งปี ต้นไม้ก็ไม่ใช่ว่าจะมี น้ำแข็งหิมะถล่ม ดินถล่ม มันต้องมีบ้างแหละครับเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ที่คนสงสัยกันว่าทำไมมันหนักมากๆ เขาก็บอกกันว่าอาจจะเกิดจากแผ่นดินไหวไปกระตุ้นทำให้แผ่นน้ำแข็งแตกแล้วทำให้ดินโคลนมันไหลลงมา
ส่วนบ้านเราน้ำป่ามันก็เกิดขึ้นในอดีตต่อให้มีป่ามันก็เกิด แต่อาจจะรุนแรงน้อยกว่า
เพราะมันมีต้นไม้มีป่าชะลอน้ำ
แต่ในปัจจุบันเขาหัวโล้นมันชะลออะไรไม่ได้ น้ำมาก็ไหลลงมาตรงๆอย่างรวดเร็ว มันก็ท่วม
อีกอย่างหุบเขาบ้านเราอย่าเอาไปเทียบกับเนปาลนะครับ ของเขาหุบๆหนึ่งลึกหลายกิโลเมตรครับความรุนแรงจึงมาก บ้านเรานี่ชิดซ้ายตกขอบถนนไปเลย
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS