ฉัตร ถาม โดยเฉพาะเรื่อง EV เราไม่ควรถามแค่ว่า คนไทยใช้รถ EV มากขึ้นแค่ไหน? ประเทศไทยผลิตอะไรได้บ้าง?
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายฉัตร สุภัทรวณิชย์ สส.นครราชสีมา พรรคประชาชน ระบุว่า…
แก้ปัญหาวิกฤตพลังงานแบบ “ซื้อเวลา”
หรือกำลังแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ?
วันนี้ผมได้ทำหน้าที่ในสภาฯ ร่วมพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ที่คณะรัฐมนตรีเสนอเข้ามาครับ
ผมเข้าใจดีว่าในช่วงที่ประชาชนกำลังเผชิญกับค่าครองชีพและราคาพลังงานที่สูงขึ้น รัฐบาลจำเป็นต้องมีมาตรการเข้ามาช่วยเหลือ
แต่คำถามที่ผมอยากชวนทุกคนคิดต่อคือ
วิธีที่รัฐบาลเลือกใช้ในครั้งนี้ คุ้มค่าและแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่?
หลังจากศึกษารายละเอียดของ พ.ร.ก. รวมถึงข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ผมมีข้อกังวลสำคัญว่า เงินกู้ก้อนนี้อาจช่วยบรรเทาปัญหาเฉพาะหน้าได้ แต่ยังไม่ได้ตอบโจทย์ปัญหาเชิงโครงสร้าง และอาจกลายเป็นเพียงการ “ซื้อเวลา” ให้กับเรา
ผมขออธิบายเป็น 3 ประเด็นครับ
1. “ไม่มีคลังสำรองที่เพียงพอ” — เมื่อเกิดวิกฤต เราจึงต้องกู้เงินมารับมือ
เวลาราคาพลังงานในตลาดโลกผันผวน ประเทศอื่นก็ได้รับผลกระทบเหมือนกับเรา แต่แต่ละประเทศมีเครื่องมือรับมือที่แตกต่างกัน
จีนและญี่ปุ่นมีคลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ ขณะที่บางประเทศเลือกใช้ทั้งงบประมาณและการปฏิรูปโครงสร้างพลังงานเพื่อลดความเสี่ยง
คำถามของผมคือ ประเทศไทยมีเครื่องมือรับมือวิกฤตพลังงานที่เพียงพอแล้วหรือยัง?
ถ้าทุกครั้งที่เกิดวิกฤต เราต้องออกมาตรการช่วยเหลือด้วยการกู้เงิน
แล้วถ้าอีกไม่กี่ปีเกิดวิกฤตขึ้นมาอีก เราจะทำอย่างไร?
ถ้ายังใช้วิธีเดิม เราก็อาจต้องกู้ใหม่ทุกครั้งที่เกิดวิกฤต
นี่จึงไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ แต่อาจเป็นเพียงการซื้อเวลาครับ
2. “เงินระยะยาว ไม่ควรซ่อนอยู่ใน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน”
พ.ร.ก.ฉบับนี้แบ่งวงเงิน 400,000 ล้านบาทออกเป็น 2 ส่วน
🔸 200,000 ล้านบาท สำหรับช่วยเหลือค่าครองชีพและลดภาระประชาชน ซึ่งผมเข้าใจได้ว่าเป็นมาตรการเร่งด่วน
🔸 อีก 200,000 ล้านบาท สำหรับการลงทุนด้านพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV
ตรงส่วนหลังนี่เองที่ผมมีข้อกังวลครับ
เพราะการลงทุนด้านพลังงานและ EV เป็นเรื่อง ระยะยาว ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นแล้วต้องแก้ให้เสร็จภายในไม่กี่เดือน
คำถามจึงเป็นว่า หากเรายังไม่มีแผนพลังงานชาติที่ชัดเจนเพียงพอ การนำเงินกู้ก้อนใหญ่ไปกระจายลงในโครงการต่าง ๆ จะมั่นใจได้อย่างไรว่าไม่เกิดความซ้ำซ้อนกับงบประมาณปกติ และสามารถตรวจสอบความคุ้มค่าได้อย่างเต็มที่?
โดยเฉพาะเรื่อง EV เราไม่ควรถามแค่ว่า
“คนไทยใช้รถ EV มากขึ้นแค่ไหน?”
แต่ต้องถามต่อว่า
ประเทศไทยผลิตอะไรได้บ้าง?
SMEs ไทยจะเข้าไปอยู่ตรงไหนในห่วงโซ่อุปทาน?
เราจะสร้างงานและเทคโนโลยีในประเทศได้อย่างไร?
เรื่องเหล่านี้ควรผ่านกระบวนการจัดทำงบประมาณตามปกติ เพื่อให้สภาฯ และประชาชนสามารถตรวจสอบรายละเอียดและติดตามผลได้อย่างเต็มที่
3. “หนี้วันนี้ คือพื้นที่ทางการคลังของวันพรุ่งนี้”
การกู้เงิน 400,000 ล้านบาท ย่อมส่งผลต่อฐานะการคลังของประเทศโดยตรง
สิ่งที่ผมเป็นห่วงจึงไม่ใช่แค่ตัวเลขหนี้ครับ
แต่คือ “พื้นที่ทางการคลัง” ที่เราจะเหลือไว้รับมือกับวิกฤตครั้งต่อไป
เพราะเมื่อเกิดวิกฤตใหม่ในอนาคต รัฐก็ยังจำเป็นต้องมีเงินเพียงพอสำหรับช่วยเหลือประชาชน
และทุกครั้งที่เรากู้เพิ่ม ก็หมายถึงภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นตามมา
เงินที่ควรนำไปสร้างโรงเรียน โรงพยาบาล ระบบขนส่ง หรือสวัสดิการต่าง ๆ ก็อาจต้องถูกนำไปใช้กับภาระหนี้มากขึ้น
ผมไม่ได้มองว่า “การกู้เงินเป็นเรื่องผิดเสมอไป”
แต่ทุกครั้งที่กู้ เราต้องตอบให้ได้ว่า
กู้ไปทำอะไร
คุ้มค่าหรือไม่
และประเทศจะได้อะไรกลับมา
ผมเห็นด้วยกับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน แต่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการนี้
ผมอยากย้ำให้ชัดเจนครับว่า
ผมเห็นด้วยกับการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด และประเทศไทยควรเดินหน้าเรื่องนี้อย่างจริงจัง
แต่ เป้าหมายที่ดี ไม่ได้แปลว่าวิธีการใดก็ถูกต้อง
เงิน 200,000 ล้านบาทสำหรับการลงทุนระยะยาว ควรเข้าสู่กระบวนการงบประมาณปกติ เพื่อให้สภาฯ และประชาชนช่วยกันตรวจสอบว่า
• เงินจะถูกใช้กับอะไร
• ใครจะได้รับประโยชน์
• คุ้มค่าหรือไม่
• และประเทศไทยจะได้อะไรกลับมาในระยะยาว
ด้วยเหตุนี้ วันนี้ผมจึงลงมติ ไม่เห็นชอบ และไม่อนุมัติ พ.ร.ก.กู้เงินฉบับนี้
ไม่ได้แปลว่าผมไม่เห็นความเดือดร้อนของประชาชนครับ
ตรงกันข้าม เพราะประชาชนกำลังเดือดร้อน เราจึงต้องใช้เงินทุกบาททุกสตางค์อย่างรอบคอบที่สุด
มาตรการช่วยเหลือระยะสั้น ก็ควรแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ประชาชน
ส่วนการลงทุนระยะยาว ก็ควรมีแผนที่ชัดเจน ผ่านกระบวนการงบประมาณที่ตรวจสอบได้
เราไม่ควรกู้เงินเพื่อ “ซื้อเวลา” แล้วรอให้วิกฤตครั้งต่อไปมาถึง
แต่ควรใช้วิกฤตครั้งนี้เป็นโอกาสในการสร้าง ระบบพลังงานที่มั่นคงขึ้น อุตสาหกรรมที่แข่งขันได้ และพื้นที่ทางการคลังที่เพียงพอสำหรับรับมือกับอนาคต
เพราะสุดท้ายแล้ว
เงินที่รัฐบาลกู้มา ไม่ใช่เงินของรัฐบาลครับ
แต่คือภาระที่ประชาชนในวันนี้ และคนรุ่นต่อไป ต้องร่วมกันรับผิดชอบ
ขอบคุณครับ
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS