ตำรวจทางหลวงลำปาง ตรวจสอบพระพบว่ามีรูปภาพ คลิปวิดีโอ และแชทสนทนาในลักษณะลามกอนาจารอยู่เป็นจำนวนมาก ไม่มีวัด ขับรถตระเวนไปเรื่อยๆ เพื่อบิณฑบาตตามตลาดและชุมชนต่างๆ เพื่อให้ชาวบ้านหลงเชื่อใส่บาตร ปัจจัย
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ร่วมกันจับกุมตัว นายสวัสดิ์ฯ อายุ 63 ปี ในความผิดฐาน “ขับรถโดยไม่ได้รับอนุญาตให้ขับรถ, นำป้ายทะเบียนของรถคันหนึ่งมาใช้กับรถอีกคันหนึ่ง และใช้รถที่ทะเบียนระงับ” โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณจุดตรวจบนถนนทางหลวงหมายเลข 1 กิโลเมตรที่ 688 ตำบลวังพร้าว อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงลำปางได้ตั้งจุดตรวจป้องกันปราบปรามอาชญากรรมบริเวณสถานที่จับกุม กระทั่งพบรถยนต์เก๋งส่วนบุคคล ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนด้านหลัง ส่วนด้านหน้าติดป้ายหมายเลขทะเบียน 6ช 6xx9 กรุงเทพมหานคร ขับผ่านมา จึงได้ส่งสัญญาณเรียกให้หยุดเพื่อทำการตรวจสอบ เมื่อตรวจสอบพบว่าผู้ขับขี่แต่งกายเป็นพระสงฆ์
อ้างชื่อว่าพระสวัสดิ์ฯ โดยอ้างว่าประจำอยู่วัดแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดหนองคาย แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบข้อมูลกลับไม่พบประวัติการทำใบอนุญาตขับขี่รถยนต์มาก่อน และไม่มีหลักฐานมาแสดงความเป็นเจ้าของรถคันดังกล่าวแต่อย่างใด
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบรถยนต์คันที่ขับขี่มาอย่างละเอียด พบว่าแผ่นป้ายทะเบียนด้านหน้าไม่ตรงกับความเป็นจริง เป็นการนำแผ่นป้ายทะเบียนของรถคันอื่นที่มีสถานะถูกระงับการใช้งานมาสวมทับ และตัวรถยนต์คันที่ขับขี่ก็มีสถานะถูกระงับการใช้ทะเบียนเช่นเดียวกัน
โดยชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์และผู้ครอบครองรถก็มิได้เป็นของนายสวัสดิ์ฯ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการซักถามข้อมูลเพิ่มเติม ปรากฏว่านายสวัสดิ์ฯ มีท่าทีพิรุธ ตอบคำถามวกไปวนมา ไม่ตรงกับความเป็นจริง เจ้าหน้าที่จึงได้ขอตรวจสอบข้อมูลภายในโทรศัพท์มือถือของนายสวัสดิ์ฯ
ซึ่งผลการตรวจสอบพบว่ามีรูปภาพ คลิปวิดีโอ และแชทสนทนาในลักษณะลามกอนาจารอยู่เป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงจึงได้ประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลำปางให้มาร่วมตรวจสอบร่วมกัน ซึ่งพบประวัติว่านายสวัสดิ์ฯ
เคยบวชเป็นพระมาก่อนและได้ถูกจับสึกไปแล้วครั้งหนึ่ง ต่อมาได้ลักลอบกลับมาบวชเป็นสามเณรอีกครั้งเมื่อช่วงปี 2567 โดยปัจจุบันไม่มีสังกัดวัดอยู่เป็นหลักแหล่ง แต่ใช้วิธีการขับรถตระเวนไปเรื่อยๆ เพื่อบิณฑบาตตามตลาดและชุมชนต่างๆ เพื่อให้ชาวบ้านหลงเชื่อใส่บาตรและถวายปัจจัยให้ พฤติกรรมของนายสวัสดิ์ฯ
ถือเป็นการประพฤติตนที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งและทำให้พระพุทธศาสนาเสื่อมเสีย เจ้าหน้าที่จึงได้นิมนต์เจ้าคณะอำเภอเกาะคาเดินทางมายังจุดตรวจ เพื่อทำการลาสิกขาให้แก่นายสวัสดิ์ฯ ในทันที พร้อมทั้งได้ทำการตรวจยึดของกลางประกอบด้วย 1. รถยนต์ส่วนบุคคล ยี่ห้อ FORD รุ่น FESTIVA สีน้ำเงิน จำนวน 1 คัน และ 2. แผ่นป้ายทะเบียน หมายเลขทะเบียน 6ช 6xx9 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 แผ่น ไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS