ผู้เสียหายจำนวน 325 ราย รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 26 ล้านบาท เข้าแจ้ง ความบริษัทตุนเก็บเห็ดที่แคนาดา ทำไร่องุ่นที่ออสเตรเลีย
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหา อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 5638/2569 ลงวันที่ 25 กันยายน 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางาน หรือสามารถส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้ และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวง, ร่วมกันโฆษณาจัดหางานโดยฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด, ร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” โดยจับกุมได้ที่บริเวณป่าอ้อยท้ายหมู่บ้านใน ต.แสงสว่าง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี นำส่ง พนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปคม. ดำเนินคดี
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายจำนวน 325 ราย รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 26 ล้านบาท เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน บก.ปคม. ว่าถูกบริษัทแห่งหนึ่งหลอกลวงโฆษณาชักชวนทำงานต่างประเทศผ่านเพจเฟซบุ๊กชื่อ “เกษตรประเทศแคนาดา” อ้างว่าสามารถส่งไปทำงานเกษตรกรรมเก็บเห็ดที่ประเทศแคนาดา
และทำไร่องุ่นที่ประเทศออสเตรเลีย มีรายได้สูงถึงเดือนละ 80,000 – 200,000 บาท พร้อมสวัสดิการดี ฟรีที่พัก เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อเดินทางไปสมัครที่สำนักงานย่านหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ได้ถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าดำเนินการต่างๆ รายละประมาณ 79,900 บาท
แต่เมื่อใกล้ถึงวันนัดหมายเดินทาง กลุ่มผู้ต้องหากลับปิดบริษัท ล็อกโซ่ประตู และขนย้ายสิ่งของหลบหนีไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปคม. ได้สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและพบผู้ต้องหาหลบหนีมาอยู่ในพื้นที่ จ.อุดรธานี เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ต้องหาได้วิ่งหลบหนีเข้าไปในป่าอ้อยท้ายหมู่บ้าน แต่เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวไว้ได้ ทั้งนี้ เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
แต่ให้การว่ามีเพื่อนอ้างให้มาทำงานแนะนำขั้นตอนการสมัครงาน ได้รับค่าจ้างเป็นครั้งคราว และสาเหตุที่วิ่งหลบหนีเนื่องจากติดต่อเพื่อนไม่ได้ ประกอบกับทราบว่าตนเองมีหมายจับของศาลแขวงจังหวัดเชียงราย ในความผิดฐานฉ้อโกง อีกด้วย
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS