Connect with us

News

สาว 28 ปี ออกกำลังเป็นประจำ ป่วยเป็นสโตรก หาสาเหตุไม่เจอ!

Published

on

สาว เล่าประสบการณ์ มีอาการชา เวียนหัว สุดท้ายป่วยเป็นสโตรกแต่หาสาเหตุไม่เจอ

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Gift Apisara โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เล่าประสบการณ์เป็น โรคหลอดเลือดสมอง ในวัย 28 ปี โดยระบุว่า

บันทึกความทรงจำและแชร์ประสบการณ์

“การเป็น Stroke ในวัย 28 ปี ที่หาสาเหตุไม่เจอ”
เผื่อเป็นประโยชน์ต่อคนอื่นๆ (มั้ยนะ? ไม่รู้55555)
ต้องเล่าก่อนว่าโดยพื้นฐานแล้ว
เราเป็นคนที่ไม่มีโรคประจำตัวใดๆ
ออกกำลังกายเป็นประจำ (ต่อยมวย+เวท)
ไขมันไม่ได้สูงจนต้องกินยา ความดันปกติ
ไม่กินเหล้าหรือสูบบุหรี่ ไม่ได้กินอาหารเสริมใดๆ
นอนเกิน 8 ชม. ไม่ได้เครียดมาก กินอิ่มนอนหลับสุดๆ
เราเริ่มเป็นตั้งแต่ช่วงวันที่ 14 สิงหาเช้า และไปหาหมอ วันที่ 15 สิงหาบ่าย ที่หาหมอช้า เพราะตอนแรกอยู่หัวหินและคิดว่าเป็นเพราะนอนผิดท่าเฉยๆ ฉะนั้นทุกคนอย่าหาทำ!!
ใครมีอาการให้รีบไปโรงพยาบาลเด้ออ
โดยโรคที่เป็นคือ “โรคหลอดเลือดสมองตีบ/อุดตัน” หรือที่รู้จักกันดีว่า “Stroke” ของเราเจอว่ามีรอยที่เลือดไปเลี้ยงไม่พอที่บริเวณ ‘ก้านสมอง’ แต่หาสาเหตุไม่ได้ว่า เพราะอะไรเลือดถึงไปเลี้ยงไม่พอ

อาการที่เป็น :
-ชาครึ่งซีกด้านซ้าย ตั้งแต่หลังหูยาวจนถึงปลายเท้า
ชาเหมือนเป็นเหน็บชา มีทั้งช่วงที่เป็นเยอะแล้วก็เป็นน้อย
แต่โดนเข็มจิ้มแล้วยังเจ็บอยู่จ้าา
-ไม่มีอาการอ่อนแรง มีแรงปกติเลย
-ไม่ปากเบี้ยว พูดรู้เรื่อง ตอนหลังมีพูดตะกุกตะกักนิดหน่อย
-ตามองเห็นปกติ ไม่เห็นภาพซ้อน
-เวียนหัวเอาเรื่อง ช่วงแรกๆ ที่เป็น ยังเวียนหัวนิดหน่อย ตอนหลังๆ เวียนหัวเยอะมาก
การตรวจและการรักษา :
-แอดมิดโรงพยาบาลไป 11 วัน
-โดนให้น้ำเกลือไปประมาณ 3 ขวด
-เจาะเลือดไปประมาณ 15 หลอด มีทั้งแล็บนอกแล็บใน ตรวจทั้งภูมิคุ้มกัน ความผิดปกติของเลือด ฯลฯ
ผลเลือด “ปกติ” ทุกอย่างง

-ทำ MRI ไป 2 รอบ รอบแรกดูสมอง = เจอ ‘รอยที่ก้านสมอง‘ ว่ามีเลือดไปเลี้ยงไม่พอ รอบสอง ฉีดสี ดูหลอดเลือดสมอง = ผล ‘ปกติ’
-ทำ Saline Bubble หัวใจและส่องกล้องหัวใจ เพื่อดูว่าหัวใจมีรอยรั่วมั้ย ผลตรวจคือ ’ปกติ‘ ไม่ได้มีรอยรั่วอะไร
-กินยาต้านเกร็ดเลือด ยาลดไขมัน ยาแก้เวียนหัว
วิตามินบีรวม
-ต้องกินยาต้านเกร็ดเลือดกับยาลดไขมันไปตลอดชีวิต
เพื่อป้องกันการเป็นซ้ำ
-มีนักกายภาพมีทำกายภาพให้ในวันธรรมดา ก็จะมีให้ยกแขน ยกขา ฝึกเดิน ให้ขยับกล้ามเนื้อ แล้วก็มีให้ฝึกประสาทสัมผัสความรู้สึก
จากที่ตรวจไปทั้งหมด คือหมอแทบจะตรวจทุกความเป็นไปได้ของสาเหตุ แต่ ’ผลตรวจออกมาเป็นปกติหมด’
เลยทำให้ “หาสาเหตุการเป็นไม่ได้”

โรงพยาบาลและค่าใช้จ่าย :
-รักษาที่โรงพยาบาลตากสิน
-นอนเตียงรวมที่วอร์ดโรคสมองและหลอดเลือด
(หมอไม่ให้นอนห้องพิเศษจ่ะ)
-ใช้สิทธิ์ประกันสังคม
-ทุกอย่างที่ตรวจและรักษาไป ”ไม่มีค่าใช้จ่าย“
-ยกเว้น! ค่ายาแก้เวียนหัวตัวนึงที่อยู่นอกบัญชียาหลัก มีค่าใช้จ่ายประมาณ 400 บาท
อาการหลังจากที่ออกโรงพยาบาล
-ช่วง 12 วันแรก ยังชาเยอะ เวียนหัวเยอะ เดินไม่ปกติ มีเดินเซ ลงน้ำหนักเท้าได้ไม่ปกติ
-หลังจากนั้นค่อยๆ เริ่มดีขึ้น เวียนหัวน้อยลง ชาน้อยลง เดินได้ดีขึ้น
-ปัจจุบัน หายเวียนหัวแล้ว ขาหายชาแล้ว แต่แขนยังชาอยู่ ใช้ชีวิตได้ปกติแล้ว
-หมอบอกใช้เวลา 3-6 เดือน ถึงจะฟื้นตัวกลับมาได้เป็นปกติ
-ข้อห้าม : ช่วงแรกยังห้ามขึ้นเครื่องบิน และทำอะไรที่เลือดออกเยอะ เช่น ทำฟัน ผ่าตัด

เรื่องนี้ทำให้รู้ว่าใครๆ ก็สามารถมีโอกาสเป็น Stroke ได้ ต่อให้จะกินดี ออกกำลังกาย ไม่ได้มีปัจจัยเสี่ยงก็อาจจะเป็นโรคนี้ได้เหมือนกัน ดังนั้นถ้าใครมีอาการ ไม่ว่าจะอันใดอันนึง อย่าชะล่าใจ ให้รีบไปหาหมอนะ จะได้รักษาทันเวลา BE FAST!

B – Balance: ทรงตัวไม่ได้ เดินเซ
E – Eyes: ตามัว มองเห็นภาพซ้อน
F – Face: หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว มุมปากตก
A – Arm: แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก
S – Speech: พูดไม่ชัด พูดอ้อแอ้ ฟังไม่เข้าใจ
T – Time: รีบไปโรงพยาบาลภายใน 4.5 ชั่วโมง

สรุปไอ่กิฟท์ อายุ 28 จะเข้า 29 มีโรคประจำตัวอย่างเป็นทางการคือ “โรคหลอดเลือดสมอง” หรือ “Stroke”

จบ.

ปล.ขอบคุณพ่อแม่พี่ที่มาช่วยดูแลตลอด ขอบคุณญาติๆ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคนที่แวะมาเยี่ยม รวมถึงส่งกำลังใจมาให้ทางออนไลน์ด้วย ขอบคุณค่าา

#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Advertisement QK6ZtN.png

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: