Connect with us

News

รัฐบาล ตั้งโต๊ะแถลง! ปมฟ้องปิดปากประชาชน

Published

on

ปกรณ์ รองนายกฯ แถลง นายกฯ ไม่ได้สนับสนุนรัฐฟ้องปิดปากประชาชน

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยผู้แทนภาคเอกชน (กกร.) โดยคณะทำงาน Zero Corruption กกร. และเพื่อนไม่ทน ร่วมกันชี้แจงประเด็นที่คณะทำงาน Zero Corruption กกร. และเพื่อนไม่ทน เปิดเผยผลการสำรวจของภาคเอกชนที่ระบุว่าการคอร์รัปชันเป็นอุปสรรคสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ


นายปกรณ์ กล่าวว่า ผลการสำรวจของภาคเอกชนที่ระบุว่า การคอร์รัปชันเป็นอุปสรรคสำคัญประการหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศนั้น เป็นการดำเนินการตามหลักวิชาการ รัฐบาลเองก็ตระหนักถึงความสำคัญที่จะต้องขจัดปัญหาการคอร์รัปชันทุกรูปแบบ และได้กำหนดไว้เป็นนโยบายรัฐบาลชัดเจนผ่านการปฏิรูปกฎหมายให้ทันสมัย โดยเฉพาะกฎหมายลำดับรองที่กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขต่าง ๆ ในการอนุมัติ อนุญาต และการให้บริการภาครัฐ

โดยให้นำระบบดิจิทัลมาใช้ และให้มีการใช้ดุลพินิจให้เหลือเพียงเท่าที่จำเป็น ซึ่งการปฏิรูปดังกล่าวรัฐบาลที่ผ่านมาได้ดำเนินการไปแล้วหลายเรื่องทั้งการปฏิรูปกฎหมายว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการอนุมัติ อนุญาต และการให้บริการภาครัฐ ซึ่งอยู่ในชั้นกรรมาธิการร่วม หรือการที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติร่างพระราชกฤษฎีกาการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐเพื่อประโยชน์ในการบังคับการตามกฎหมาย เช่น เรื่อง Nominee รวมทั้งการตรวจสอบกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าเป็นสมาชิก OECD ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกากำลังจะเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา


ส่วนกรณีที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวว่านายกรัฐมนตรี ไม่ยอมรับผลการสำรวจ และสนับสนุนให้หน่วยราชการฟ้องดำเนินคดีกับผู้สำรวจและเปิดเผยผลสำรวจนั้น นายกรัฐมนตรีมอบให้ชี้แจงว่า เนื่องจากสื่อมวลชนตั้งเป็นคำถามสั้น ๆ เพียงเท่านั้น ท่านจึงพูดตามหลักกฎหมายว่าเป็นสิทธิของผู้เสียหายที่จะปกป้องตนเองและองค์กร หากมั่นใจว่าไม่ได้กระทำความผิด ไม่ได้กระทำการทุจริตตามที่ถูกกล่าวหา พาดพิง และรู้สึกว่าได้รับความเสียหาย ซึ่งผู้ที่กระทำให้ผู้อื่นเสียหาย ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนด้วย เพราะหากมีการฟ้องร้องดำเนินคดี จะเป็นโอกาสที่ทุกฝ่ายจะได้นำข้อมูลมาเปิดเผยในกระบวนการพิจารณาคดีในชั้นศาล แต่ท่านไม่ได้มีเจตนาที่จะสนับสนุนให้มีการฟ้องร้องดำเนินคดีกัน และไม่ได้สนับสนุนการฟ้องปิดปาก


ในทางกลับกัน นายกรัฐมนตรีเห็นว่า ข้อมูลการสำรวจนี้เป็นประโยชน์ และทุกหน่วยงาน ไม่ใช่เฉพาะหน่วยที่มีชื่อปรากฏในรายงานการศึกษา ควรนำไปเป็นฐานในการทบทวนการดำเนินการให้เกิดความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นแก่ภาครัฐ (Trust in Government) จะเหมาะสมกว่า เมื่อได้ทบทวนแล้ว มี ไม่มี อย่างไร ก็ดำเนินการไปตามกระบวนการและชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนทราบ และยังฝากมาขอบคุณ กกร. ที่ให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ ทั้งนี้ วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ช่วงเช้า นายกรัฐมนตรีจะเรียกประชุมหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทำความเข้าใจและมอบนโยบายในเรื่องนี้ต่อไป


ทั้งนี้ ในการหารือเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา กกร. ได้มีข้อเสนอ 3 ข้อ คือ

  1. จัดตั้งคณะทำงาน เพื่อดูแล ติดตาม และผลักดันการปราบปรามการทุจริต
  2. การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในภาครัฐเพื่อลดกระบวนการทุจริต สร้างความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และ
  3. การแก้ไขปัญหาและอุปสรรคจากกฎหมายที่ล้าสมัย
    ซึ่งในวันนี้ได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 174/2569 แต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต (คตท.) โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รองนายกรัฐมนตรี (นายปกรณ์ นิลประพันธ์) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นรองประธาน และมีคณะประกอบด้วยหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีผู้แทนจากเอกชน อาทิ สภาหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) องค์กรต่อต้านการคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ซึ่งเป็นคณะทำงานเพื่อต่อต้านและป้องกันการทุจริต ซึ่งขอยืนยันว่ารัฐบาลและหน่วยงานต่อต้านการทุจริตเราทำงานร่วมกันได้ ไม่ได้มีความขัดแย้งกัน

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: