นักกายภาพ แจงอีกมุม คนไข้สาย Hyrox ต้องการให้ฉีดสเปรย์เย็นรักษาตะคริว
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า กิตตินัฐ นวลใย เป็นนักกายภาพบำบัดวิชาชีพและผู้เชี่ยวชาญด้านกายภาพบำบัดทางการกีฬา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
เรื่องตะคริว ยาวหน่อย ใครอ่านจบแล้วมาแลกเปลี่ยนแนวคิดกันได้ครับ ^^
วันนี้ด้วยความมีคนไข้สาย Hyrox มากขึ้น
และอยากจะเข้าใจคนไข้มากขึ้น เลยขอซื้อตั๋วเข้าไปชมสักหน่อย
และแฝงตัวอยู่ในกลุ่ม Hyrox Thailand
และเห็นประเด็นหนึ่งที่ถูกพูดถึงในกลุ่มเกี่ยวกับ
“เป็นตะคริว เรียกทีมแพทย์ แต่สเปรย์เย็นหมด”
เอาตรงๆในเนื้อความ คือ แอบสงสารทีมแพทย์ในงานเลย ที่มีคอมเม้นด้วยความไม่เหมาะสม
มันเลยทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่า
“ถ้าทีมแพทย์ไม่มีสเปรย์ หรือสเปรย์หมด แปลว่าทีมแพทย์เตรียมตัวไม่ดีหรือเปล่า?”
สเปรย์คือสิ่งที่ Medical Team จำเป็น ต้องมี จริงหรือ
ในฐานะนักกายภาพบำบัดที่มีโอกาสทำงานภาคสนาม ในงานวิ่งมาหลายสนาม พูดเรื่องการใช้สเปรย์มาตลอด
ไม่ฉีดให้ก็เคยโดนต่อว่ามาแล้ว
เจอนักกีฬาที่เป็นตะคริวระหว่างการแข่งขันมาค่อนข้างเยอะ เลยอยากแชร์และแลกเปลี่ยนอีกมุมมองนึงละกันครับ
เนื่องจากในพื้นที่ของผมนี้ มีพี่ๆน้องๆ สายวิ่ง ออกกำลังกายกันเยอะ และหลายคนกำลังเข้าสู่วงการ Hyrox
ก่อนอื่น ทำความเข้าใจกันก่อนว่า
ผมไม่ได้กำลังจะบอกว่า “สเปรย์เย็นไม่ดี”
และไม่ได้หมายความว่า “ไม่ควรมีสเปรย์ในงานกีฬา”
แต่สิ่งที่อยากชวนคุยคือ
เราอาจกำลังให้ความสำคัญกับ “สเปรย์เย็น” ในการรักษาตะคริว มากกว่าที่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ให้ความสำคัญกับมันหรือเปล่า?
เป็นตะคริว สิ่งแรกที่ต้องการอาจไม่ใช่ “สเปรย์”
ตะคริวที่เกิดระหว่างหรือหลังออกกำลังกาย เราเรียกว่า Exercise-Associated Muscle Cramps (EAMC)
ความเข้าใจในอดีตมักผูกตะคริวไว้กับเรื่อง
“เสียเหงื่อ”
“ขาดน้ำ”
“เสียเกลือแร่”
“อากาศร้อน”
แต่ปัจจุบันเรารู้แล้วว่า EAMC มีความซับซ้อนกว่านั้นมาก
งานวิจัย หลักฐานปัจจุบันสนับสนุนว่า EAMC น่าจะเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน และหนึ่งในกลไกสำคัญคือ altered neuromuscular control โดยเฉพาะในภาวะที่กล้ามเนื้อเกิด fatigue
พูดง่าย ๆ คือ ระบบที่ควบคุมการหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อเกิด imbalance จนกล้ามเนื้อหดตัวค้างขึ้นมา
ดังนั้น…
การทำให้ผิวหนังบริเวณนั้น “เย็น” ไม่ได้แปลว่าเรากำลังแก้กลไกหลักของตะคริวโดยตรง
แล้วถ้าเป็นตะคริวตรงหน้า เราควรทำอะไร?
Evidence-based review เรื่อง Exercise-Associated Muscle Cramps (Miller และคณะ ตีพิมพ์ใน Journal of Athletic Training) ได้ให้ recommendation ที่ค่อนข้างชัดเจนว่า
👉 Gentle static stretching ของกล้ามเนื้อที่กำลังเป็นตะคริว เป็น first-line treatment
และได้รับ Strength of Recommendation: Grade A
ผู้เขียนถึงกับสรุปว่า gentle stretching เป็นวิธีที่รวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพที่สุดวิธีหนึ่งสำหรับ active EAMC
ในทางปฏิบัติภาคสนาม เวลาเจอเคสเป็นตะคริวในสนาม สิ่งที่ทำจึงมักเริ่มจาก
🔵หยุดพัก
🔵ประเมินอาการ ตำแหน่ง แนะนำ Deep Breathing and Calm Down
🔵ถ้าแค่เริ่มๆ กำลังจะมา แนะนำ Active Stretching
🔵ถ้าอาการมาแล้ว ทำ Gentle Passive Stretching
🔵พิจารณาการใช้ Ice Massage ร่วมด้วย
มากกว่าการวิ่งหาสเปรย์เป็นอันดับแรก
และแน่นอนว่าเรายังต้องประเมินต่อด้วยว่าเป็นเพียง localized muscle cramp หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย เพราะถ้ามี systemic symptoms, altered consciousness, collapse หรือสงสัย heat illness การดูแลก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งทันที
⸻
❄️ แล้วสเปรย์เย็นไม่มีประโยชน์เลยหรือ?
คำตอบคือ ไม่ใช่
นี่เป็นประเด็นที่อยากเน้นมากว่า
ความเย็นสามารถมีบทบาทในแง่ pain modulation / symptom relief ได้ และในงานกีฬาหลายประเภท cold spray ก็เป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานสะดวกมาก
ดังนั้นผมไม่ได้ต่อต้านการใช้สเปรย์เลย
ถ้ามี — ใช้ได้ตามความเหมาะสม
ถ้านักกีฬารู้สึกดีขึ้น — ก็ถือว่ามีประโยชน์
‼️แต่…
“มีประโยชน์”
กับ
“เป็นสิ่งจำเป็นในการรักษาตะคริว” เป็นคนละเรื่องกัน
ใน Evidence-Based Review เดียวกัน cryotherapy, massage และ electrical stimulation ถูกกล่าวถึงในฐานะ pain-relieving modalities ที่ อาจช่วยบรรเทาอาการ ได้
ขณะที่ intervention ที่มี recommendation ชัดเจนสำหรับ active EAMC คือ gentle static stretching
อีกประโยคที่น่าสนใจมากจาก review นี้คือ EAMC ไม่ได้สัมพันธ์กับอุณหภูมิร่างกายโดยตรง และไม่ได้หายทันทีจากการใช้ cooling modalities
เพราะฉะนั้น
Cramp ≠ ต้อง Spray
และ
ไม่มี Spray ≠ รักษา Cramp ไม่ได้
⸻
🏥 แล้วงานกีฬาระดับใหญ่ต้องมีสเปรย์ไหม?
อันนี้ผมไปหาเพิ่มเติมมา เพื่อประกอบดูว่า จริงๆแล้ว ใน Event Sport สิ่งที่จำเป็น ต้องมีอะไรบ้าง
ถ้าไปดูแนวคิดของ IOC ในการจัด Medical Service สำหรับการแข่งขันกีฬา จะเห็นว่าการจัดระบบแพทย์ในสนามให้ความสำคัญกับ
🔴การประเมินและ recognize injury/illness อย่างรวดเร็ว
🔴การจัดการภาวะฉุกเฉิน
🔴การช่วยเหลือและเคลื่อนย้ายนักกีฬาอย่างปลอดภัย
🔴บุคลากรที่มี knowledge, skills และ experience
รวมถึง equipment และ medication ที่เหมาะสมกับชนิดกีฬาและความเสี่ยง
มากกว่าการตัดสินคุณภาพของ Medical Team จากอุปกรณ์ชิ้นใดชิ้นหนึ่ง
แม้แต่ใน HYROX Rulebook Season 2025/26 ที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ ก็ไม่ได้พบข้อกำหนดที่ระบุว่า cold spray เป็น mandatory medical equipment
ตรงนี้ต้องพูดให้แฟร์ด้วยว่า ไม่ได้หมายความว่า HYROX “ไม่ควรมีสเปรย์” หรือไม่มี internal medical protocol อื่นที่ไม่ได้เผยแพร่สู่สาธารณะ
แต่หมายความว่า
เราไม่ควรใช้การมีหรือไม่มี cold spray เพียงอย่างเดียว เป็นตัวตัดสินมาตรฐานของ Medical Team
⸻
สิ่งที่ผมอยากชวนคิดจากเรื่องนี้
เวลาเราเป็นนักกีฬาแล้วกำลังเจ็บ เป็นตะคริว หรือแข่งต่อไม่ไหว แน่นอนครับว่าเราต้องการความช่วยเหลือเร็วที่สุด
และถ้าเราเคยมีประสบการณ์ว่า
“เป็นตะคริว → ฉีดสเปรย์ → รู้สึกดีขึ้น”
เราก็อาจสร้างความเชื่อมโยงขึ้นมาว่า
“ตะคริว = ต้องมีสเปรย์”
ซึ่งผมเข้าใจได้เลยว่าทำไมหลายคนถึงคิดแบบนั้น
แต่ในมุม Sports Medicine สิ่งที่สำคัญกว่าคือ
คนที่เข้ามาช่วยเราสามารถประเมินได้ไหมว่าเรากำลังเป็นอะไร และสามารถเลือก intervention ที่เหมาะสมกับภาวะนั้นได้หรือไม่
เพราะบางครั้งอุปกรณ์ที่นักกีฬาคุ้นเคยที่สุด
อาจไม่ได้เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดในทางการแพทย์
และบางครั้ง treatment ที่ดูธรรมดามากอย่าง
“การยืดกล้ามเนื้ออย่างถูกวิธี”
กลับเป็น intervention ที่มี evidence support มากกว่าเสียอีก
ดังนั้น ถ้าวันหนึ่งเป็นตะคริวในสนามแล้วทีม Medical เข้ามาช่วยยืด ประเมินอาการ ให้พัก และดูความพร้อมก่อนกลับไปแข่งต่อ
อย่าเพิ่งตกใจถ้าเขาไม่ได้หยิบสเปรย์ขึ้นมาเป็นอย่างแรกครับ 😄
เขาอาจกำลังทำสิ่งที่ Evidence แนะนำอยู่ก็ได้
ปล.จากประสบการณ์ สเปรย์ที่มี มักจะได้มาจาก sponsor ของงานนั้นๆครับ ต้องขอบคุณ sponsor ที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของ Medical Team ในหลายๆสนาม
ปล.2 ภาพแรก จากงานเมื่อวันพุธ 12 Aug Half พาคนไข้ต่างชาติ ตะคริวขึ้นหนักมาก พาจนเข้าเส้น
ปล.3 ยินดีกับ Finisher Hyrox ทุกท่าน แล้วพบกัน ปีหน้า Double Men Open 🫣
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS