แก้วตา ชี้ กรณีฮั้ว สว.และเขากระโดง พรรคประชาชนควรมีส่วนร่วมต่อการตรวจสอบ
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ อดีตสส.กทม. พรรคประชนชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
วันนี้สถานะทางการเมืองเปลี่ยนไปแล้ว
พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ขณะที่พรรคประชาชนเป็นฝ่ายค้าน และหน้าที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของฝ่ายค้านก็คือการตรวจสอบรัฐบาล
เพราะฉะนั้น เมื่อคุณภูมิธรรมพูดถึงเรื่องเขากระโดงและเรื่องฮั้ว สว. ว่าเป็นเรื่องร้ายแรงที่ต้องตรวจสอบ ก็อาจเรียกได้ว่าเป็นการ “ชี้โพรงให้กระรอก” ให้ฝ่ายค้านเสียด้วยซ้ำว่า มีเรื่องใดบ้างที่ควรตรวจสอบรัฐบาลอย่างจริงจังและติดตามไม่ให้เงียบหายไป
แต่ในอีกด้านหนึ่ง หากพรรคเพื่อไทยเคยยืนยันว่าทั้งสองกรณีเป็นเรื่องร้ายแรงต่อบ้านเมือง
การที่วันนี้พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็ไม่ควรทำให้มาตรฐานนั้นเปลี่ยนไป
การเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหมายถึงการร่วมใช้อำนาจบริหารและร่วมรับผิดชอบต่อรัฐบาล ไม่ได้อยู่ในสถานะเดียวกับฝ่ายค้านที่มีหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลโดยตรง
ดังนั้น พรรคประชาชนซึ่งวันนี้เป็นฝ่ายค้าน ก็มีทั้งอำนาจและหน้าที่ทางการเมืองที่จะตรวจสอบเรื่องเหล่านี้ให้ถึงที่สุด
และคำถามที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือ ในวันที่พรรคประชาชนตัดสินใจโหวตให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งที่กรณีเขากระโดงและฮั้ว สว. เป็นประเด็นที่สังคมรับรู้อยู่แล้ว พรรคได้ประเมินผลที่จะตามมาต่อกระบวนการตรวจสอบเหล่านี้ไว้อย่างไร
เพราะหากวันนี้จะตั้งคำถามว่าเหตุใดสองคดีจึงไม่คืบหน้า ก็ต้องย้อนกลับไปถามด้วยว่า ใครเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการทำให้นายอนุทินขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีตั้งแต่ต้น
นี่ไม่ได้หมายความว่าการตัดสินใจของพรรคประชาชนจะทำให้ข้อกล่าวหาใดถูกหรือผิด และไม่ได้ทำให้ใครพ้นจากความรับผิดชอบ
แต่การเมืองต้องมีความรับผิดชอบต่อผลของการตัดสินใจด้วย
ถ้าพรรคประชาชนยอมรับแล้วว่าการเลือกนายกรัฐมนตรีในวันนั้นเป็นการตัดสินใจที่ต้องรับผิดชอบ วันนี้การตรวจสอบรัฐบาลอย่างจริงจังก็ควรเป็นส่วนหนึ่งของความรับผิดชอบนั้น
ส่วนพรรคเพื่อไทย หากยังยืนยันว่าทั้งกรณีเขากระโดงและฮั้ว สว. เป็นเรื่องร้ายแรง ก็ต้องยืนยันหลักการเดิมว่า กระบวนการตรวจสอบต้องเดินหน้าต่อไปอย่างเป็นอิสระ โปร่งใส และไม่มีการแทรกแซง ไม่ว่าจะอยู่ร่วมรัฐบาลกับใครก็ตาม
ยังไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะกล่าวหาว่ามี “ดีล” เพื่อแลกกับการทำให้คดีใดคดีหนึ่งเงียบ หากไม่มีหลักฐานรองรับ
แต่ประชาชนมีสิทธิถามว่า การตัดสินใจทางการเมืองในวันนั้นสร้างโครงสร้างอำนาจแบบใดขึ้นมา และโครงสร้างอำนาจนั้นมีผลต่อความคืบหน้าของสองกรณีนี้หรือไม่
ฝ่ายค้านมีหน้าที่ตรวจสอบ ก็ตรวจสอบไปให้สุด
พรรคร่วมรัฐบาลมีหน้าที่รับผิดชอบต่อการใช้อำนาจรัฐ ก็ต้องทำให้กระบวนการยุติธรรมและการตรวจสอบทำงานได้อย่างเต็มที่เป็นอิสระเต็มที่
สุดท้ายแล้ว ไม่มีพรรคไหนควรได้รับการยกเว้นจากการตรวจสอบ และไม่มีการตัดสินใจทางการเมืองใดควรได้รับการยกเว้นจากความรับผิดชอบเช่นกัน
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS