News
ด่วน! นายกฯประกาศ เตรียมเปิด ผับ-บาร์ ให้ประชาชนดื่มเหล้า-เบียร์ได้ !!
Published
5 ปี agoon
By
Admin Tojo
นายกฯ แถลงเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว ไม่ต้องกักตัว 1 พ.ย.นี้ และ 1 ธ.ค. เปิดขายแอลกอฮอร์ในร้านได้ ผับ บาร์
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า 20.30 น.วันที่ 11 ต.ค.64 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในแถลงการณ์ ว่า พี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านครับ
หนึ่งปีครึ่ง ที่ผ่านมาเราได้ผ่านความท้าทายที่หากไม่นับช่วงเวลา ศึกสงครามนี่ถือเป็นความท้าทาย ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นวิกฤตการณ์ที่ไม่มี ใครในประเทศไม่ได้รับผลกระทบ
และเช่นเดียวกัน ก็ไม่มีประเทศไหนในโลกที่ไม่ได้รับผลกระทบ
ที่ผ่านมาเป็นความหนักใจที่สดุในชีวิตของผมเองด้วยที่ต้องตัดสินใจเลือก ระหว่างปกป้องชีวิตคน กับปกป้องการทํามาหากิน เป็น 2 ทางเลือก ที่ไม่สามารถแยกขาดออกจากกันได้
เมื่อเราเลือกท่ีจะ ปกปัองชีวิตประชาชน เรากลับต้องทําให้ชีวิตเหล่านั้น พบเจอกับความยากลําบากในการทํามาหา เลี้ยงชีวิตต้องอย่อูย่างไม่มีรายได้
หรือหากเราเลือกที่จะปกป้องการทํามาหากินตามปกติของ ประชาชนเราก็คงต้องเจอกับการสูญเสียชีวิต ที่อาจจะเป็นคนในครอบครัวเพื่อน เพื่อนบ้านหรือ แม้กระทั่งคนที่เป็นเสาหลักที่หาเลี้ยงครอบครัว
เราต้องเจอกับทางเลือกแบบนี้ ทำให้ต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ช้าไม่ได้
เราทำแบบรอดูสถานการณ์ ก่อนไม่ได้
ดังนั้นตั้งแต่แรกเริ่มที่เราต้องประเชิญหน้ากับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผมเลือกที่จะไม่ยอมให้มันพลาดเอาชีวิตของพี่น้องคนไทยไปเหมือนอย่างที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก
เพราะฉะนั้น ผมได้ตัดสินใจอย่างชัดเจนแน่วแน่ ปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญทางด้านสาธารณสุขที่ยอดเยี่ยมของเรา ที่นี่มีอยู่มากมายหลายท่านเราลงมือทำอย่างรวดเร็ว
ด้วยการใช้ มาตรการที่เข้มงวดต่างๆ
พร้อมกับขอความร่วมมือจากประชาชนคนไทย ด้วยความร่วมมือการของทุกภาคส่วนในสังคมเผชิญหน้ากับวิกฤตที่เกิดขึ้นวันนี้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก ในการปกป้องรักษาชีวิตของประชาชน
และด้วยความเสียสละอย่างมหาศาล อดทนเจอ กับความยากลําบากในการทํามาหากินสญูเสีย รายได้ สญูเสียเงินเก็บ ธุรกิจพัง สิ่งเหล่านี้ คือสิ่งที่พวกเราแลกไป เพื่อรักษาชีวิตของพ่อแม่พี่น้อง และเพื่อนของเราเอาไว้ให้
พวกเขายังคงอยู่กับเราในวันนี้
วันนี้นี้ความเสี่ยงในเรื่องการสญูเสียชีวิตที่จะเกิดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19ในประเทศไทย กําลังค่อยๆลดลง ถึงแม้ว่าความเสี่ยงนั้นจะยังมีอยู่ แรกเรายังต้องระวังรักษาความสามารถของระบบสาธารณสุขโรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ของเราอยู่ก็ตาม
ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องค่อยๆเตรียมตัว กล้าที่จะเผชิญกับโควิด-19 โดยมีความพร้อม เรื่องยารักษาและวัคซีนป้องกันมากขึ้นเรื่อยๆ
ต่อไปอีกไม่นาน เราก็จะต้องเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิต อยู่กับมันเหมือนกับโรคภัยอื่นๆ ที่กลายเป็นโรคประจําถิ่น
วันนี้ผมอยากประกาศหนึ่งก้าวเล็กๆแต่เป็นเก้าที่สำคัญที่เรากำลังจะเดินบนเส้นทางที่จะช่วยให้พี่น้องประชาชนสามารถกลับมาทำมาหาเลี้ยงตัวเองกันได้อีกครั้ง
ในช่วง1-2สัปดาห์ที่ผ่านมาประเทศที่เป็นนักท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทยต่างค่อยๆ เริ่มอนุญาตให้ประชาชนของเขา
เดินทางได้โดยไม่มีเงื่อนไขที่ยุ่งยากมากมายเช่น อังกฤษตอนนี้ เพิ่งจะอนุญาตให้ประชาชนเดินทางมาประเทศไทยได้โดยไม่ยุ่งยาก
หรือยังสิงคโปร์ และออสเตรเลีย ก็เพิ่งเริ่มผ่อนคลายเงื่อนไขในการเดินทางไปต่างประเทศของประชาชน
ความคืบหน้าที่เกิดขึ้นแบบนี้เราเองแหมยังต้องระมัดระวัง แต่ก็ต้องเดินหน้าให้ไวเพื่อไม่ให้เสียโอกาส ที่อย่างน้อยเราจะสามารถดึงนักท่องเที่ยวมาได้บ้างในช่วงเทศกาล เดินทางท่องเที่ยววันหยุดสิ้นปี ใน3 เดือนข้างหน้าเพื่อสนับสนุนส่งเสริมการทำมาหากินของประชาชนนับล้านๆคน ในภาคการท่องเที่ยวการเดินทางและ ภาคธุรกิจพักผ่อนหย่อนใจและบันเทิง รวมถึงภาคธุรกิจอื่นๆอีกมากมายที่เกี่ยวข้อง
เพราะฉะนั้นวันนี้ผมได้สั่งการให้ ศบค.และกระทรวงสาธารณสุข ร่วมพิจารณา
โดยตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนเป็นต้นไปประเทศไทยจะเริ่มเปิดรับการเดินทางเข้ามาประเทศไทยโดยไม่ต้องกักตัว สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วเดินทางเข้าประเทศไทยโดยทางอากาศโดยมาจากประเทศที่เรากำหนดว่าเป็นประเทศความเสี่ยงต่ำ
เราจะขอเพียงแค่เมื่อเดินทางเข้าประเทศไทยทุกคนจะต้องแสดงตัวว่าปลอดเชื้อโควิด-19
โดยต้องมีหลักฐานผลการตรวจหาเชื้อโควิด -19ด้วยวิธีRT-PCR ซึ่งทำการตรวจก่อนเดินทางออกจากประเทศต้นทางและจะมีการตรวจหาเชื้อโควิด-19อีกครั้ง เมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย
หลังจากนั้นจึงสามารถเดินทางไปพื้นที่ต่างๆได้อย่างอิสระเช่นเดียวกับคนไทยปกติทั่วไปสามารถทำได้
ในเบื้องต้นเราเริ่มต้นกําหนดรายชื่อประเทศความเสี่ยงตํ่า ที่จะสามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้ โดยไม่ต้องกักตัว ที่อย่างน้อย10ประเทศ ซึงจะรวมประเทศ
อย่างเช่น อังกฤษ สิงคโปร์ เยอรมนี จีน และอเมริกา
โดยเราจะตั้งเพาเพิ่มจำนวนประเทศให้มากขึ้นอีกภายในวันที่ 1 ธันวาคมและหลังจากนั้นภายในวันที่ 1 มกราคมเราจะเพิ่มจำนวนประเทศไทยมากขึ้นอย่างกว้างขวาง
ส่วนผู้ที่มาจากประเทศที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อประเทศความเสี่ยงต่ำเรายังให้การต้อนรับเข้าประเทศไทยแต่จำเป็นต้องมีการปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อกําหนด
พร้อมกันนี้ภายในวันที่ 1 ธันวาคมเราจะพิจารณาอนุญาตให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหารได้และจะพิจารณาอนุญาตให้สถานที่พักผ่อนหย่อนใจสถานบันเทิงเปิดบริการได้ภายใต้มาตรการด้านสาธารณสขุ ที่เหมาะสม เพื่อสนับสนนุ และกระตุ้น ภาคการท่องเที่ยว
การพักผ่อนและบันเทิงโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเวลาที่เรากำลังจะเข้าสู่เทศกาลเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสปีใหม่
ผมรู้ว่าการตัดสินใจแบบนี้มีความเสี่ยงที่เกือบจะแน่นอนเลยว่าเมื่อเราเริ่มต้นการผ่อนคลายต่างๆจะทำให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นการชั่วคราวซึ่งเราจะต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประเมินดูว่าเราจะรับมือกับสถานการณ์นั้นอย่างไร
เราต้องไม่ปล่อยโอกาสนี้เพราะถ้าเราต้องเสียโอกาสในช่วงเวลาทองของการทํามาหากินไปอีกเป็นปีที่2ติดต่อกัน ผมคิดว่าประชาชนคงรับมือ ไม่ไหวอีกต่อไป
แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าเราเห็นว่า ใน2-3เดือน หรือ4 เดือนข้างหน้า มีสายพันธุ์ใหม่ที่อันตรายมากเกิดขึ้นอีกแน่นอนเราก็ต้องจัดมาตรการที่เหมาะสมและพอเหมาะพอดีมาจัดการคุมสถานการณ์เอาไว้ให้ได้เมื่อเรารู้ว่าไวรัสนี้ทำให้ทั่วทั้งโลกต้องตกใจมาแล้วหลายรอบดังนั้นเราต้องพร้อมรับมือหากมันเกิดขึ้นอีก
เมื่อกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ผมได้ตั้งเป้าที่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าประเทศโดยไม่ต้องกักตัวให้ได้ภายใน 120 วันพร้อมกับเร่งเครื่องการฉีดวัคซีนให้ประชาชน
วันนี้ผมขอใช้โอกาสนี้ชื่นชมความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของเจ้าหน้าที่และบุคลากรสาธารณสุขทุกท่านเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานส่วนงานอื่นๆรวมทั้งพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนสำหรับความร่วมมือของทุกท่านที่ตอบสนองต่อคำร้องขอของผมเมื่อเดือนมิถุนายน
หลังจากที่เราตั้งเป้า 120 วันก็ได้มีความพยายามอย่างเต็มที่ทำทุกวิถีทางเพื่อจัดหาวัคซีนมาให้ได้เพิ่มมากขึ้นและแย่งชิงกับประเทศอื่นเพื่อให้เราได้รับส่งมอบวัคซีนเข้ามาซึ่งทั้งหมดนี้เราประสบความสำเร็จอย่างมาก
การส่งมอบวัคซีนของประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึงสามเท่าในทันทีจากเดือนพฤษภาคมเราได้รับส่งมอบวัคซีน 4 ล้านโดส กลายเป็นเราได้รับส่งมอบวัคซีนถึง 12 ล้านโดสในเดือนกรกฎาคม
และได้รับส่งมอบ วัคซีนอีกถึงเกือบ14ล้านโดสในเดือนสิงหาคมและวันนี้เราจะได้รับส่งมอบวัคซีนเข้า ประเทศไทย ถึงมากกว่า 20 ล้านโดสต่อเดือน ไปจนถึงสิ้นปี รวมเป็นวัคซีนจํานวนมากกว่า 170ล้านโดส เกินเป้าหมายที่เราตั้งไว้เป็นอย่างมาก
ในขณะเดียวกันเพื่อที่จะสนับสนุนเป้าหมาย 120 วันเจ้าหน้าที่และบุคลากรสาธารณสุขเร่งเครื่องการฉีดวัคซีนรวมทั้งพี่น้องประชาชนต่างก็ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการลงทะเบียนรับการฉีดวัคซีนถึงแม้ว่าจะมีความไม่สะดวกสบายในเรื่องของการนัดหมายบ้างก็ตามซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือจากเดิมที่เราฉีดวัคซีนได้อยู่ที่ประมาณ 80,000 โดส ต่อวันเมื่อเดือนพฤษภาคม
แต่หลังจากการตั้งเป้า 120 วันเพียงหนึ่งเดือนจำนวนการฉีดวัคซีนต่อวันของประเทศไทยพุ่งขึ้นทันทีทีมสาธารณสุขของไทยดันยอดการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นถึงสามเท่าและดันขึ้นเรื่อยเรื่อยจนถึงขณะนี้ประเทศไทยติดอันดับ1 ใน 10 ประเทศที่ฉีดวัคซีนได้เร็วที่สุดในโลกปัจจุบันนี้เฉลี่ยแล้วเราฉีดวัคซีนมากกว่า 700,000 โดสต่อวัน
ในบางวันเราฉีดวัคซีนได้มากกว่า 1,000,000 โดสก็ยังมีภายหลังการตั้งเป้า 120 วันเปิดประเทศโดยไม่ต้องกักตัวเมื่อกลางมิถุนายนเพียงไม่นานทั้งโลกต้องเจอกับการแพร่ระบาดที่รุนแรงของสายพันธุ์เดลต้าที่ทำให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นมากทั้งโลกในช่วงเดือนสิงหาคมเช่นเดียวกับในประเทศไทยที่ตอนนั้นหลายคนคงทำใจแล้วว่าเราไม่น่าจะสามารถเปิดประเทศโดยไม่ต้องกักตัวได้ภายในปีนี้
ครูเอกชนศาสนาอิสลาม จ.ยะลา กว่า 200 คน นำกระบวนการ Active Learning และ GPAS 5 Steps เข้ามาเสริม นำแนวทางจัดการเรียนรู้ในห้องเรียนได้จริง
ตำรวจทางหลวงโคราช สังเกตมอไซค์ ขับแปลกๆ สุดท้าย เจอหลักฐานจับทั้งคู่
อย่าสั่งซื้อจากออนไลน์ที่ราคาถูกผิดปกติ! บุกจับ ขวดนมและจุกนม ยี่ห้อดังปลอม
รมช.ศธ. ชูเป้าหมาย! โรงเรียนอิสลามฯ5 จังหวัดชายแดนใต้ ชี้ชัด! Active Learning ให้เด็กเป็นศูนย์กลาง ได้คิด ลงมือทำ ทดลอง
อ.อุ๋ย จี้รัฐบาล! เลิกเก็บ “ภาษีที่ดินฯ” หยุดซ้ำเติม บีบคนไร้รายได้เร่ขายที่ดินให้นายทุน

You must be logged in to post a comment Login