คุณบอม โอฬาร นำศักยภาพที่ประเทศไทยมีอยู่มาผสานกัน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เกิดผลได้จริงอย่างไร ผ่าน YAK GREEN และพันธมิตร ชู! “K-SHAPE GROWTH” ให้ไทย กลายเป็นความมั่งคั่งที่ยั่งยืนในเวทีโลก
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า คุณบอม โอฬาร วีระนนท์ นักธุรกิจคนรุ่นใหม่ชื่อดัง โพสต์ถึงแรงผลักดันในการสร้างโอกาส ศักยภาพ ความมั่งคั่ง และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ของคนไทยได้อย่างไร? โดยคุณบอม โอฬาร ระบุว่า…
“K-SHAPE GROWTH” อีกหนึ่งก้าวสำคัญของความร่วมมือ เพื่อสร้างอนาคตใหม่ให้ภาคการเกษตรไทย ผมเชื่อเสมอว่า… ประเทศไทยไม่ได้ขาดศักยภาพด้านการเกษตร
เรามีทั้งทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ความหลากหลายทางชีวภาพ ภูมิปัญญาที่สั่งสมมายาวนาน นักวิจัยที่มีความสามารถ และเกษตรกรที่มีความเชี่ยวชาญไม่แพ้ชาติใดในโลก
แต่คำถามสำคัญคือ… เราจะเปลี่ยนศักยภาพที่มีอยู่เหล่านี้ ให้กลายเป็น “ความมั่งคั่ง โอกาส และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” ของคนไทยได้อย่างไร?
ก่อนหน้านี้ เราได้มีโอกาสพูดคุยและแลกเปลี่ยนมุมมองกับ พี่กร รพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถึงทิศทางและโอกาสในการยกระดับภาคการเกษตรไทย ให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจประเทศ
การหารือครั้งนั้นเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นสำคัญ ที่ทำให้เราได้กลับมาคิดต่อยอดอย่างจริงจังว่า จะนำศักยภาพที่ประเทศไทยมีอยู่มาผสานกัน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เกิดผลได้จริงอย่างไร
และวันนี้… เป็นอีกหนึ่งก้าวที่น่าสนใจครับ
โดยถือเป็นครั้งที่สอง ที่เราชาว YAK GREEN และพันธมิตร
นำโดยพี่เว้ คุณวิเชฐ ตันติวานิช, พี่เชฟ ชุมพล แจ้งไพร และผม บอม โอฬาร วีระนนท์ พร้อมทีม SLIC (โดยครั้งแรกมี อ.โอ๊ค รศ.ปารณ ชาตกุล ร่วมด้วย)
ได้เข้าพบและแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำโดย
ผศ. น.สพ. ดร.คงศักดิ์ เที่ยงธรรม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ศ. ดร.ศกร คุณวุฒิฤทธิรณ์ รองอธิการบดีบูรณาการพันธกิจเชิงพื้นที่
และ รศ. ดร.ศรีจิตรา เจริญลาภนพรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและบริการวิชาการ
หลังจากพบกันครั้งแรกเมื่อต้นเดือนตุลาคม
โดยมีพี่หมอวิป ศ. ดร.นายแพทย์วิปร วิประกษิต ผู้เป็นสะพานในการเชื่อมโยง ให้เราได้ร่วมหารือกัน
เรากลับไปทำการบ้านกันอย่างจริงจัง
เพื่อหารือถึงโอกาสในการร่วมกันขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านภาคการเกษตรไทย ภายใต้แนวคิด
“K-SHAPE GROWTH: Transforming Thai Agriculture into Global Prosperity”
แนวคิดที่เราอยากเห็น ไม่ใช่เพียงการทำให้เกษตรกรผลิตได้มากขึ้น หรือขายผลผลิตได้ราคาสูงขึ้นเท่านั้น
แต่คือการสร้าง “ระบบเศรษฐกิจเกษตรยุคใหม่” ที่สามารถนำองค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี นวัตกรรม และความสามารถทางธุรกิจ มาบูรณาการกันอย่างเป็นระบบ
เพื่อสร้างผู้ประกอบการเกษตรนวัตกรรม หรือ Agripreneur ที่สามารถเติบโต สร้างมูลค่าเพิ่ม และแข่งขันในตลาดโลกได้จริง
หัวใจของ K-Shape Growth ที่เราได้แลกเปลี่ยนกัน คือการสร้างการเติบโตในสองมิติไปพร้อมกัน
Exponential Growth — สร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของผู้ประกอบการ ธุรกิจเกษตรมูลค่าสูง การลงทุน การส่งออก และ GDP ภาคการเกษตรของประเทศไทย
Shared Prosperity — นำศักยภาพของเกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย ชุมชน และคนรุ่นใหม่เข้าสู่กระบวนการพัฒนา พร้อมกระจายโอกาสกลับไปสู่คนเหล่านี้ ผ่านองค์ความรู้ เทคโนโลยี การเข้าถึงตลาด รายได้ และการมีส่วนร่วมในความมั่งคั่งที่เกิดขึ้น
เพราะสำหรับผม…
“การเติบโตที่แท้จริง ไม่ควรวัดเพียงว่าธุรกิจใหญ่ขึ้นเท่าไร แต่ต้องวัดด้วยว่า เราทำให้ผู้คนเติบโตไปด้วยกันได้มากเพียงใด”
สิ่งที่น่าประทับใจจากการพูดคุยครั้งนี้ คือการได้เห็นมุมมอง ความตั้งใจ และพลังของคนจากหลากหลายภาคส่วน
ที่ต่างมีความเชื่อร่วมกันว่า
ประเทศไทยมีศักยภาพมากพอที่จะก้าวไปไกลกว่าการเป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตร
ไปสู่การเป็น “ผู้สร้างนวัตกรรม ผู้สร้างแบรนด์ และผู้สร้างมูลค่าใหม่ให้กับเศรษฐกิจโลก”
แน่นอนว่า การเปลี่ยนแปลงระดับประเทศไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ในชั่วข้ามคืน
แต่ทุกการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ ล้วนเริ่มต้นจากคนกลุ่มหนึ่งที่กล้าคิด กล้าฝัน กล้าลงมือทำ และเชื่อมั่นว่าเราสามารถสร้างอนาคตที่ดีกว่าเดิมได้
ผมขอขอบคุณพี่กร รพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำหรับโอกาสในการแลกเปลี่ยนมุมมองก่อนหน้านี้ ที่เปรียบเสมือนให้หลักคิด และจุดประกายในการต่อยอดเชิงกลยุทธ์ และนโยบาย
และขอขอบพระคุณท่านอธิการบดีและรองอธิการบดีทั้งสองท่าน แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ให้เกียรติเปิดพื้นที่สำหรับการหารืออย่างสร้างสรรค์ รวมถึงขอบคุณพี่เว้ พี่เชฟชุมพล และกัลยาณมิตรทุกท่าน ที่ร่วมกันผลักดันแนวคิดดี ๆ เพื่ออนาคตของประเทศไทย
นี่อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการหารือ…
แต่ผมหวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ และสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ได้ในอนาคต
เพราะท้ายที่สุดแล้ว เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงการทำให้ภาคเกษตรไทยเติบโต
แต่คือการทำให้ “คนไทยเติบโตไปด้วยกัน”
และทำให้ศักยภาพของประเทศไทย กลายเป็นความมั่งคั่งที่ยั่งยืนในเวทีโลก
From Thai Agricultural Potential to Global Prosperity.