Connect with us
Avatar

Published

on

สำนักข่าวโตโจ้นิวส์รายงาน วันนั้นในวันนี้ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2457  เรื่องราวเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ของกองกำลังทหารสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่พร้อมใจกันพักรบ วางอาวุธแล้วเดินหน้าเข้าหากัน เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลวันคริสต์มาส 

สงครามโลกครั้งที่ 1 เริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจังในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2457 สถานการณ์ดำเนินไปด้วยความตึงเครียด โดยทหารทั้งฝ่ายอังกฤษและฝรั่งเศส เข้าปะทะทหารเยอรมันตามแนวรบ ต่างฝ่ายต่างโจมตีกันกินเวลานานกว่า 5 เดือน ความสูญเสียเพิ่มขึ้นมากมายตลอดพื้นที่สมรภูมิรบแทนเนนเบิร์ก, มาร์น และอีปส์ จนเข้าสู่เดือนธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง สงครามก็ยังไม่ยุติลง

แต่เมื่อมาถึงถึงวันคริสต์มาส อีฟ วันที่ 24 ธันวาคม ในปีนั้น กองกำลังทั้ง 2 ฝ่าย ตลอดแนวรบด้านตะวันตก ต่างพร้อมใจกันวางอาวุธหยุดยิงชั่วขณะ เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลพิเศษด้วยกัน เท่าที่จะสามารถทำได้ โดยทหารแนวหน้าของแต่ละฝ่ายเริ่มปลดอาวุธแล้วยอมเสี่ยงเดินออกจากที่หลบภัย เข้าไปพบหน้ากับฝ่ายศัตรูในพื้นที่ที่เรียกว่า No Man’s Land ซึ่งคือพื้นที่อิสระที่ไม่มีฝ่ายใดครอบครอง

หลังจากนั้นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ ก็เกิดขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อแนวหน้าสมรภูมิรบที่เคยเป็นหลุมฝังศพของเหล่าทหาร ในตอนนั้นได้เปลี่ยนเป็นพื้นที่แห่งมิตรภาพ จากศัตรูที่ก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงเพิ่งจะพยายามเอาชีวิตอีกฝ่าย กลับพากันเข้าจับมือพูดคุยกัน ร้องเพลงเต้นด้วยกัน และรับประทานอาหารร่วมกัน เหมือนกับว่าพวกเขาเป็นเพื่อนกัน ทหารจากทั้งสองฝ่ายยังเป็นมิตรพอที่จะเล่นเกมฟุตบอลกับอีกฝ่ายหนึ่งด้วย โดยตามที่มีการบันทึกไว้เป็นฝ่ายทหารเยอรมันเอาชนะไป 3-2 ประตู

จึงเป็นที่มาของชื่อเรียกเหตุการณ์นี้ว่า การพักรบคริสต์มาส (The Christmas Truce) 

ขณะที่การพักรบในบางจุดได้ดำเนินไปจนถึงวันที่ 26 ธันวาคม ก่อนจะสิ้นสุดลงในวันที่ 27 ธันวาคม

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านมานานร่วม 100 ปี แต่ทุกวันนี้ทหารของเยอรมันและอังกฤษก็ยังมีประเพณีไปเตะฟุตบอลร่วมกันเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสและรำลึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น ซึ่งนับเป็นภาพแห่งสันติสุข ที่ทหารผู้เสียสละในอดีตเหล่านั้น ต่างอธิษฐานด้วยความหวังว่ามันจะเกิดขึ้นจริงในวันหนึ่ง…

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Click to comment

You must be logged in to post a comment Login

Leave a Reply

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: