Connect with us

Health

Senescent Cells (เซลล์ซอมบี้) ต้นเหตุความชราที่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกกำลังพยายามกำจัด

Published

on

หากถามว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้มนุษย์แก่ตัวลง หลายคนอาจตอบว่าเป็นเรื่องของอายุที่เพิ่มขึ้นตามธรรมชาติ

แต่ในมุมมองของวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ความชราไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะเวลาผ่านไป

แต่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพจำนวนมากที่ค่อย ๆ สะสมภายในร่างกาย

หนึ่งในกลไกที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา คือการสะสมของ Senescent Cells หรือที่หลายคนเรียกว่า “เซลล์ซอมบี้”

เซลล์เหล่านี้ไม่ได้ตาย

แต่ก็ไม่ได้ทำงานตามปกติอีกต่อไป

และที่สำคัญคือพวกมันอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับโรคเรื้อรังและกระบวนการชราหลายชนิด

จนกระทั่งนักวิทยาศาสตร์บางคนมองว่า

หากสามารถกำจัดเซลล์ซอมบี้ได้อย่างปลอดภัย

เราอาจสามารถชะลอความชราและยืดช่วงเวลาของสุขภาพที่ดีได้อย่างมีนัยสำคัญ


เซลล์ปกติมีวงจรชีวิตอย่างไร

ภายในร่างกายมนุษย์มีเซลล์หลายล้านล้านเซลล์

เซลล์เหล่านี้ไม่ได้อยู่ตลอดไป

โดยทั่วไปจะมีวงจรชีวิตประกอบด้วย

  • การเจริญเติบโต
  • การแบ่งตัว
  • การทำหน้าที่
  • การเสื่อมสภาพ
  • การตาย

เมื่อเซลล์เสียหายมากเกินไป

ร่างกายมักใช้กระบวนการที่เรียกว่า Apoptosis

หรือการฆ่าตัวตายของเซลล์

เพื่อกำจัดเซลล์ที่อาจก่อให้เกิดปัญหา


Senescence คืออะไร

บางครั้งเซลล์ไม่ได้เข้าสู่กระบวนการตาย

แต่กลับเข้าสู่สถานะพิเศษที่เรียกว่า Cellular Senescence

ในสถานะนี้

เซลล์จะ

  • หยุดแบ่งตัว
  • หยุดการเจริญเติบโต
  • ทำงานผิดปกติบางส่วน
  • ยังคงมีชีวิตอยู่

เปรียบเสมือนพนักงานที่หยุดทำงานแล้ว

แต่ยังคงนั่งอยู่ในออฟฟิศ

และใช้ทรัพยากรขององค์กรต่อไป


ทำไมร่างกายจึงสร้างเซลล์ลักษณะนี้ขึ้นมา

ในความเป็นจริง

Cellular Senescence ไม่ใช่สิ่งเลวร้ายเสมอไป

มันเป็นกลไกป้องกันตัวของร่างกาย

เมื่อเซลล์ได้รับความเสียหายรุนแรง

เช่น

  • DNA ถูกทำลาย
  • เกิดความเครียดออกซิเดชัน
  • เทโลเมียร์สั้นลงมาก
  • ได้รับรังสีหรือสารพิษ

ร่างกายอาจสั่งให้เซลล์หยุดแบ่งตัว

เพื่อป้องกันการกลายเป็นเซลล์มะเร็ง

ดังนั้นในระยะสั้น

Senescence ถือเป็นระบบป้องกันโรคที่สำคัญ


ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อเซลล์ซอมบี้สะสมมากเกินไป

ในวัยหนุ่มสาว

ระบบภูมิคุ้มกันสามารถตรวจจับและกำจัดเซลล์เหล่านี้ได้ค่อนข้างดี

แต่เมื่ออายุมากขึ้น

ประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันลดลง

ทำให้เซลล์ซอมบี้เริ่มสะสมในเนื้อเยื่อต่าง ๆ

เช่น

  • กล้ามเนื้อ
  • หลอดเลือด
  • ไขมัน
  • ตับ
  • สมอง
  • ข้อต่อ

จำนวนที่เพิ่มขึ้นนี้อาจกลายเป็นปัญหาในระยะยาว


ทำไมจึงถูกเรียกว่า “เซลล์ซอมบี้”

เพราะเซลล์เหล่านี้

  • ไม่ทำงานตามปกติ
  • ไม่แบ่งตัว
  • ไม่ตาย

พวกมันยังคงอยู่ภายในเนื้อเยื่อ

และสามารถส่งผลเสียต่อเซลล์รอบข้างได้

จึงมีการเปรียบเปรยว่า

เป็นเหมือนซอมบี้ที่ยังคงเดินอยู่แม้หมดหน้าที่ไปแล้ว


SASP อาวุธลับที่ทำให้เซลล์ซอมบี้อันตราย

สิ่งที่ทำให้ Senescent Cells เป็นปัญหา

ไม่ได้อยู่ที่การหยุดแบ่งตัว

แต่อยู่ที่สิ่งที่พวกมันปล่อยออกมา

เซลล์ซอมบี้สามารถหลั่งสารชีวภาพจำนวนมากออกสู่เนื้อเยื่อโดยรอบ

ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า

Senescence-Associated Secretory Phenotype หรือ SASP

สารเหล่านี้ประกอบด้วย

  • Cytokines
  • Chemokines
  • Growth Factors
  • Enzymes หลายชนิด

SASP ส่งผลต่อร่างกายอย่างไร

สารที่หลั่งออกมาสามารถ

  • กระตุ้นการอักเสบ
  • ทำลายเนื้อเยื่อรอบข้าง
  • รบกวนการทำงานของเซลล์ปกติ
  • กระตุ้นให้เซลล์อื่นเข้าสู่ภาวะ Senescence

ส่งผลให้เกิดวงจรที่ขยายตัวต่อเนื่อง


ความสัมพันธ์กับความชรา

นักวิทยาศาสตร์พบว่า

จำนวน Senescent Cells เพิ่มขึ้นตามอายุ

และมีความสัมพันธ์กับลักษณะหลายอย่างของความชรา

เช่น

  • กล้ามเนื้อลดลง
  • กระดูกอ่อนแอ
  • การฟื้นตัวช้าลง
  • การอักเสบเรื้อรัง
  • การทำงานของอวัยวะลดลง

สิ่งนี้ทำให้เซลล์ซอมบี้ถูกจัดให้เป็นหนึ่งใน Hallmarks of Aging

หรือกลไกพื้นฐานของความชรา


เซลล์ซอมบี้กับโรคหัวใจ

การสะสมของ Senescent Cells ในผนังหลอดเลือด

อาจทำให้เกิด

  • การอักเสบ
  • ความแข็งตัวของหลอดเลือด
  • การทำงานของหลอดเลือดผิดปกติ

ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของโรคหัวใจและหลอดเลือด


เซลล์ซอมบี้กับโรคเบาหวาน

เนื้อเยื่อไขมันที่มีเซลล์ซอมบี้สะสมจำนวนมาก

มักมีระดับการอักเสบสูง

และสัมพันธ์กับ

  • ภาวะดื้อต่ออินซูลิน
  • กลุ่มอาการเมตาบอลิก
  • เบาหวานชนิดที่ 2

เซลล์ซอมบี้กับสมอง

งานวิจัยเริ่มพบว่า

เซลล์ซอมบี้อาจมีบทบาทต่อ

  • โรคอัลไซเมอร์
  • โรคพาร์กินสัน
  • การเสื่อมของระบบประสาท

ผ่านกระบวนการอักเสบเรื้อรังภายในสมอง

แม้ปัจจุบันยังอยู่ในระหว่างการศึกษาอย่างเข้มข้น


Senolytics คืออะไร

เมื่อค้นพบผลเสียของเซลล์ซอมบี้

นักวิทยาศาสตร์จึงตั้งคำถามว่า

“จะเกิดอะไรขึ้นหากเรากำจัดเซลล์เหล่านี้ออกไป”

จึงเกิดแนวคิดของ Senolytics

ซึ่งหมายถึงสารหรือยาที่สามารถกำจัด Senescent Cells ได้

โดยเลือกทำลายเซลล์ซอมบี้

ในขณะที่พยายามรักษาเซลล์ปกติเอาไว้


ผลการทดลองในสัตว์

ในสัตว์ทดลองหลายชนิด

การกำจัดเซลล์ซอมบี้ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่น่าสนใจ

เช่น

  • สุขภาพหัวใจดีขึ้น
  • ความแข็งแรงดีขึ้น
  • การทำงานของอวัยวะดีขึ้น
  • อายุขัยเพิ่มขึ้นในบางการศึกษา

ผลลัพธ์เหล่านี้ทำให้วงการ Longevity ให้ความสนใจอย่างมาก


แล้วในมนุษย์ล่ะ

ปัจจุบันมีการทดลองทางคลินิกหลายโครงการ

เพื่อศึกษาความปลอดภัยและประสิทธิภาพของ Senolytics

อย่างไรก็ตาม

ยังไม่มีการรักษาใดที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางสำหรับการกำจัดเซลล์ซอมบี้ในคนทั่วไป

ดังนั้นข้อมูลส่วนใหญ่ยังอยู่ในขั้นตอนการวิจัย


เราสามารถลดการสะสมของเซลล์ซอมบี้ได้หรือไม่

แม้ยังไม่มียาวิเศษ

แต่พฤติกรรมสุขภาพหลายอย่างอาจช่วยลดปัจจัยที่ส่งเสริมการเกิด Senescence

เช่น

การออกกำลังกาย

ช่วยลดการอักเสบ

ปรับปรุงการทำงานของภูมิคุ้มกัน

และสนับสนุนการกำจัดเซลล์ที่ผิดปกติ

การนอนหลับที่มีคุณภาพ

ช่วยสนับสนุนกระบวนการซ่อมแซมเซลล์

โภชนาการที่เหมาะสม

ลดความเครียดออกซิเดชันและการอักเสบเรื้อรัง

การควบคุมโรคเรื้อรัง

ช่วยลดความเสียหายสะสมต่อเซลล์ในระยะยาว


เซลล์ซอมบี้อาจเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญของการชะลอวัย

ในอดีต ความชราถูกมองว่าเป็นกระบวนการที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์เริ่มมองความชราเป็นผลลัพธ์ของกระบวนการทางชีวภาพที่สามารถศึกษาและอาจปรับเปลี่ยนได้ในอนาคต

การค้นพบ Senescent Cells ทำให้เราเข้าใจมากขึ้นว่าทำไมร่างกายจึงเสื่อมลงตามวัย และเปิดประตูสู่แนวทางการรักษาใหม่ ๆ ที่มุ่งเป้าไปยังต้นตอของความชรา ไม่ใช่เพียงรักษาโรคที่เกิดขึ้นตามมา

แม้การกำจัดเซลล์ซอมบี้จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการวิจัย แต่หลายคนเชื่อว่านี่อาจเป็นหนึ่งในความก้าวหน้าที่สำคัญที่สุดของวงการ Longevity ในศตวรรษที่ 21 และอาจเปลี่ยนวิธีที่มนุษย์เข้าใจเรื่องความแก่ไปตลอดกาล

อย่าลืมกดติดตาม Tojo News เพื่อพบกับข่าวสาร และบทความใหม่ ๆ จากเรา

Line Today TOJO NEWS , ToJoNews

#โตโจนิวส์ #TOJONEWS #สำนักข่าวโตโจนิวส์ #สุขภาพ #Longevity

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Advertisement QK6ZtN.png

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: