Connect with us

Health

ความแข็งแรงของการจับมือ (Grip Strength) ทำไมจึงถูกเรียกว่า “หนึ่งในตัวชี้วัดอายุขัยที่ดีที่สุด”

Published

on

หากมีคนบอกว่าการบีบมือสามารถบอกข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ อายุขัย และความเสี่ยงในการเสียชีวิตได้ หลายคนอาจรู้สึกว่าเป็นเรื่องเกินจริง

แต่ในวงการวิทยาศาสตร์สุขภาพและเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ ความแข็งแรงของการจับมือ หรือ Grip Strength ถือเป็นหนึ่งใน Biomarker ที่ได้รับการศึกษาอย่างกว้างขวางที่สุดในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา

งานวิจัยจำนวนมากจากหลายประเทศพบความสัมพันธ์ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง นั่นคือ ผู้ที่มี Grip Strength ต่ำมักมีความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง ความพิการ การสูญเสียความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวัน และการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรสูงกว่าผู้ที่มี Grip Strength สูง

แม้ว่าการจับมือจะดูเป็นเพียงการใช้กล้ามเนื้อบริเวณมือและแขน แต่ในความเป็นจริง มันสะท้อนสุขภาพของร่างกายทั้งระบบมากกว่าที่หลายคนคิด

Grip Strength คืออะไร

Grip Strength คือความสามารถในการออกแรงบีบหรือจับวัตถุด้วยมือ

โดยทั่วไปจะวัดด้วยอุปกรณ์ที่เรียกว่า Handgrip Dynamometer

ผู้ทดสอบจะบีบอุปกรณ์ด้วยแรงสูงสุด

จากนั้นเครื่องจะวัดแรงที่ผลิตได้

ค่าที่ได้มักแสดงเป็น

  • กิโลกรัม (kg)
  • ปอนด์ (lbs)

การทดสอบใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที

แต่กลับให้ข้อมูลด้านสุขภาพได้มากอย่างน่าประหลาดใจ


ทำไม Grip Strength จึงสำคัญ

ในอดีตนักวิทยาศาสตร์มองว่า Grip Strength เป็นเพียงตัวชี้วัดความแข็งแรงของมือ

แต่เมื่อมีการศึกษาในประชากรจำนวนมาก

กลับพบว่า Grip Strength มีความสัมพันธ์กับ

  • สุขภาพหัวใจ
  • สุขภาพเมตาบอลิซึม
  • มวลกล้ามเนื้อ
  • การทำงานของระบบประสาท
  • ความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวัน
  • ความเสี่ยงการเสียชีวิต

จึงกลายเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสุขภาพโดยรวมที่ได้รับความสนใจมากที่สุด


Grip Strength สะท้อนมวลกล้ามเนื้อทั้งร่างกาย

แม้การวัดจะเกิดขึ้นที่มือ

แต่แรงบีบมือไม่ได้มาจากกล้ามเนื้อปลายแขนเพียงอย่างเดียว

คนที่มี Grip Strength สูงมักมี

  • มวลกล้ามเนื้อมากกว่า
  • ความแข็งแรงโดยรวมสูงกว่า
  • สมรรถภาพทางกายดีกว่า

ในทางกลับกัน

Grip Strength ที่ลดลงมักเป็นสัญญาณของการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ

หรือ Sarcopenia

ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความชรา


ความสัมพันธ์กับอายุขัย

หนึ่งในงานวิจัยที่ได้รับการอ้างอิงมากที่สุดพบว่า

Grip Strength เป็นตัวทำนายความเสี่ยงการเสียชีวิตได้ดีในระดับใกล้เคียงหรือดีกว่าปัจจัยเสี่ยงบางชนิดที่ใช้กันทั่วไป

ผู้ที่มี Grip Strength ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย

มักมีแนวโน้มที่จะ

  • ป่วยบ่อยกว่า
  • สูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหวเร็วกว่า
  • มีความเสี่ยงโรคหัวใจสูงกว่า
  • มีอายุขัยเฉลี่ยต่ำกว่า

สิ่งนี้ไม่ได้หมายความว่าการบีบมืออ่อนแรงเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต

แต่สะท้อนว่าระบบต่าง ๆ ของร่างกายอาจกำลังเสื่อมลงพร้อมกัน


Grip Strength กับโรคหัวใจ

งานวิจัยจำนวนมากพบว่า

Grip Strength มีความสัมพันธ์กับสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด

ผู้ที่มีแรงบีบมือต่ำมักมีความเสี่ยงสูงขึ้นต่อ

  • โรคหลอดเลือดหัวใจ
  • ภาวะหัวใจล้มเหลว
  • โรคหลอดเลือดสมอง

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ Grip Strength สะท้อนระดับกิจกรรมทางกายและสุขภาพของกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย

ซึ่งเชื่อมโยงกับสุขภาพหัวใจโดยตรง


Grip Strength กับสมอง

การศึกษาหลายชิ้นพบว่าความแข็งแรงของการจับมือมีความสัมพันธ์กับการทำงานของสมอง

โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ

ผู้ที่มี Grip Strength สูงมักมี

  • ความจำดีกว่า
  • ความเร็วในการประมวลผลข้อมูลดีกว่า
  • ความสามารถในการใช้เหตุผลดีกว่า

แม้กลไกที่แน่ชัดยังอยู่ระหว่างการศึกษา

แต่เชื่อว่าความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและสุขภาพสมองมีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด


Grip Strength กับความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวัน

เมื่ออายุมากขึ้น

ความสามารถในการทำกิจกรรมพื้นฐานมีความสำคัญอย่างมาก

เช่น

  • เปิดขวดน้ำ
  • หิ้วของ
  • ลุกจากเก้าอี้
  • จับราวบันได
  • ใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ

Grip Strength ที่ดีช่วยรักษาความเป็นอิสระในการใช้ชีวิต

และลดความจำเป็นในการพึ่งพาผู้อื่น


ทำไม Grip Strength จึงลดลงตามอายุ

การลดลงของ Grip Strength เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการชรา

เกิดจากหลายปัจจัย เช่น

การสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ

ร่างกายสูญเสียมวลกล้ามเนื้อตามธรรมชาติเมื่ออายุเพิ่มขึ้น

โดยเฉพาะหลังอายุ 30-40 ปี

หากไม่มีการฝึกความแข็งแรง

การสูญเสียจะเกิดขึ้นเร็วขึ้น


ระบบประสาทเสื่อมลง

การส่งสัญญาณจากสมองไปยังกล้ามเนื้อมีประสิทธิภาพลดลง

ทำให้ผลิตแรงได้ลดลง


ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง

ฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างกล้ามเนื้อ เช่น Testosterone และ Growth Hormone ลดลงตามวัย


กิจกรรมทางกายลดลง

ผู้สูงอายุจำนวนมากเคลื่อนไหวน้อยลง

ส่งผลให้กล้ามเนื้อไม่ได้รับการกระตุ้นอย่างเพียงพอ


Grip Strength กับนักกีฬา

ในวงการกีฬา

Grip Strength มีบทบาทสำคัญอย่างมาก

โดยเฉพาะกีฬา เช่น

  • ยกน้ำหนัก
  • ปีนหน้าผา
  • เทนนิส
  • ยูโด
  • มวยปล้ำ
  • บาสเกตบอล
  • รักบี้

แรงจับที่ดีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งแรงและควบคุมอุปกรณ์กีฬา

อย่างไรก็ตาม แม้ในกีฬาที่ไม่ได้ใช้มือโดยตรง Grip Strength ก็ยังมักสัมพันธ์กับความแข็งแรงโดยรวมของร่างกาย


วิธีประเมิน Grip Strength แบบง่าย

แม้ไม่มีเครื่อง Dynamometer

ก็สามารถสังเกตสัญญาณบางอย่างได้ เช่น

  • เปิดฝาขวดได้ยากขึ้น
  • ถือของหนักได้น้อยลง
  • แรงกำมืออ่อนลงเมื่อเทียบกับอดีต
  • เหนื่อยง่ายเมื่อต้องใช้มือหรือแขน

สิ่งเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณว่าความแข็งแรงของกล้ามเนื้อกำลังลดลง


วิธีเพิ่ม Grip Strength

ข่าวดีคือ Grip Strength สามารถพัฒนาได้ทุกวัย

เวทเทรนนิง

ท่าออกกำลังกายพื้นฐาน เช่น

  • Deadlift
  • Pull-Up
  • Row
  • Farmer’s Carry

ล้วนช่วยพัฒนาแรงจับได้อย่างดี


การห้อยตัว

การห้อยตัวกับบาร์เป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการพัฒนา Grip Strength


การบีบอุปกรณ์ฝึกกำมือ

Hand Gripper สามารถใช้เพิ่มความแข็งแรงของมือและปลายแขนได้โดยตรง


การออกกำลังกายทั้งร่างกาย

การรักษามวลกล้ามเนื้อโดยรวมมีผลต่อ Grip Strength เช่นกัน


ตัวเลขเล็ก ๆ ที่สะท้อนสุขภาพทั้งร่างกาย

เหตุผลที่นักวิทยาศาสตร์สนใจ Grip Strength มาก ไม่ใช่เพราะความสามารถในการบีบมือเพียงอย่างเดียว แต่เพราะมันเป็นตัวแทนของสุขภาพในหลายระบบพร้อมกัน ทั้งกล้ามเนื้อ ระบบประสาท ระบบหัวใจ การเคลื่อนไหว และความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวัน

ในมุมมองของศาสตร์ด้าน Longevity เป้าหมายไม่ได้มีเพียงการมีชีวิตยืนยาว แต่คือการรักษาความแข็งแรงและความเป็นอิสระเอาไว้ให้นานที่สุด และ Grip Strength ก็เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่สะท้อนเป้าหมายดังกล่าวได้อย่างชัดเจนที่สุด เพราะบางครั้งสุขภาพที่ดีอาจไม่ได้วัดจากตัวเลขที่ซับซ้อนในห้องปฏิบัติการ แต่อาจสะท้อนออกมาผ่านแรงบีบมือธรรมดา ๆ ที่เรามีในแต่ละวัน

อย่าลืมกดติดตาม Tojo News เพื่อพบกับข่าวสาร และบทความใหม่ ๆ จากเรา

Line Today TOJO NEWS , ToJoNews

#โตโจนิวส์ #TOJONEWS #สำนักข่าวโตโจนิวส์ #สุขภาพ #Longevity

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Advertisement QK6ZtN.png

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: