Connect with us

Health

ทำไมการนั่งนานจึงอันตราย แม้ว่าคุณจะออกกำลังกายทุกวันก็ตาม

Published

on

หลายคนเชื่อว่าหากออกกำลังกายวันละ 1 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง เล่นกีฬา หรือเข้าฟิตเนส ก็เพียงพอสำหรับการดูแลสุขภาพแล้ว

แต่ในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์เริ่มค้นพบข้อมูลที่น่าสนใจและค่อนข้างน่าตกใจ นั่นคือ คนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่ใช้เวลาส่วนใหญ่ของวันไปกับการนั่ง อาจยังคงมีความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังและการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรสูงกว่าที่คิด

แนวคิดนี้นำไปสู่การศึกษาสิ่งที่เรียกว่า “Sedentary Behavior” หรือพฤติกรรมเนือยนิ่ง ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญของวงการสาธารณสุขและวิทยาศาสตร์สุขภาพในปัจจุบัน

คำถามสำคัญคือ ทำไมการนั่งนานจึงส่งผลเสียต่อร่างกาย แม้ว่าจะมีการออกกำลังกายเป็นประจำก็ตาม

Sedentary Behavior คืออะไร

Sedentary Behavior หมายถึงพฤติกรรมที่ใช้พลังงานต่ำมากในขณะตื่น

โดยทั่วไปจะเป็นกิจกรรมที่ใช้พลังงานน้อยกว่า 1.5 METs

ตัวอย่างเช่น

  • นั่งทำงาน
  • นั่งเรียน
  • นั่งดูโทรทัศน์
  • นั่งเล่นโทรศัพท์
  • นั่งเล่นเกม
  • นั่งขับรถ

สิ่งสำคัญคือ

Sedentary Behavior ไม่ได้หมายถึงการไม่ออกกำลังกาย

แต่หมายถึงการใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวันอยู่ในท่านั่งหรือท่านอนโดยมีการเคลื่อนไหวน้อยมาก

ดังนั้น คนที่ออกกำลังกายวันละ 1 ชั่วโมง แต่ใช้เวลาที่เหลืออีก 10-12 ชั่วโมงนั่งอยู่กับที่ ก็ยังจัดว่าเป็นคนที่มี Sedentary Behavior สูงได้


มนุษย์ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้นั่งทั้งวัน

หากมองย้อนกลับไปตลอดวิวัฒนาการของมนุษย์

บรรพบุรุษของเราต้อง

  • เดิน
  • วิ่ง
  • ปีนป่าย
  • หาอาหาร
  • ล่าสัตว์
  • ทำงานทางกาย

เกือบตลอดทั้งวัน

แม้จะไม่ได้ออกกำลังกายแบบที่เราทำในปัจจุบัน

แต่ร่างกายได้รับการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง

ในทางตรงกันข้าม

มนุษย์ยุคใหม่อาจใช้เวลานั่งมากกว่า 8-12 ชั่วโมงต่อวัน

ซึ่งเป็นสิ่งที่ร่างกายไม่เคยถูกออกแบบมาให้รับมือ


เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายเมื่อเรานั่งนาน

ทันทีที่ร่างกายเข้าสู่ภาวะนั่งนิ่งเป็นเวลานาน

การเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาหลายอย่างจะเริ่มเกิดขึ้น

แม้จะยังไม่รู้สึกถึงผลกระทบในทันที


กล้ามเนื้อหยุดทำงาน

โดยเฉพาะกล้ามเนื้อขาและสะโพก

ซึ่งเป็นกลุ่มกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ที่สุดของร่างกาย

เมื่อกล้ามเนื้อเหล่านี้ไม่ถูกใช้งาน

การเผาผลาญพลังงานจะลดลงทันที

เอนไซม์หลายชนิดที่เกี่ยวข้องกับการเผาผลาญไขมันเริ่มทำงานน้อยลง

ส่งผลให้ร่างกายจัดการกับไขมันในเลือดได้แย่ลง


การไหลเวียนเลือดช้าลง

การหดตัวของกล้ามเนื้อขาทำหน้าที่คล้ายปั๊มที่ช่วยส่งเลือดกลับสู่หัวใจ

เมื่อเรานั่งนิ่งเป็นเวลานาน

ระบบนี้จะทำงานลดลง

ส่งผลให้

  • เลือดไหลเวียนช้าลง
  • เกิดการคั่งของเลือดในขา
  • หลอดเลือดทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

ในระยะยาวอาจส่งผลต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด


ความไวต่ออินซูลินลดลง

หนึ่งในผลกระทบที่เกิดขึ้นเร็วที่สุดคือ

ความสามารถของเซลล์ในการตอบสนองต่ออินซูลินเริ่มลดลง

กล้ามเนื้อเป็นอวัยวะสำคัญในการนำน้ำตาลออกจากกระแสเลือด

เมื่อกล้ามเนื้อไม่ค่อยได้เคลื่อนไหว

การใช้น้ำตาลจะลดลง

ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นได้ง่าย

หากเกิดขึ้นเป็นเวลานาน

อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะดื้อต่ออินซูลินและโรคเบาหวานชนิดที่ 2


การเผาผลาญพลังงานลดลง

หลายคนประเมินความสำคัญของการเคลื่อนไหวระหว่างวันต่ำเกินไป

การลุกเดิน

การยืน

การขึ้นบันได

หรือการขยับตัวเล็ก ๆ น้อย ๆ

ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่เรียกว่า NEAT (Non-Exercise Activity Thermogenesis)

NEAT สามารถสร้างความแตกต่างของการใช้พลังงานได้หลายร้อยแคลอรีต่อวัน

ดังนั้นคนที่นั่งทั้งวันจึงมักใช้พลังงานน้อยกว่าที่คิด


การอักเสบเรื้อรังเพิ่มขึ้น

งานวิจัยหลายชิ้นพบว่าการนั่งนานสัมพันธ์กับระดับการอักเสบเรื้อรังในร่างกายที่สูงขึ้น

แม้จะไม่ได้มีอาการป่วยชัดเจน

แต่การอักเสบระดับต่ำอย่างต่อเนื่องมีความเกี่ยวข้องกับ

  • โรคหัวใจ
  • เบาหวาน
  • โรคอ้วน
  • มะเร็งบางชนิด
  • โรคสมองเสื่อม

การนั่งนานกับโรคหัวใจ

โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นหนึ่งในโรคที่มีความสัมพันธ์กับ Sedentary Behavior มากที่สุด

ผู้ที่นั่งเป็นเวลานานทุกวันมักมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อ

  • ความดันโลหิตสูง
  • ไขมันในเลือดผิดปกติ
  • หลอดเลือดแข็งตัว
  • โรคหลอดเลือดหัวใจ

แม้ว่าจะมีการออกกำลังกายเป็นประจำก็ตาม


ออกกำลังกายวันละชั่วโมงช่วยชดเชยได้ทั้งหมดหรือไม่

คำตอบคือ “ไม่ทั้งหมด”

แม้การออกกำลังกายจะช่วยลดผลกระทบของการนั่งนานได้บางส่วน

แต่ข้อมูลปัจจุบันชี้ว่า

การออกกำลังกายไม่สามารถลบผลเสียของการนั่งต่อเนื่องหลายชั่วโมงได้ทั้งหมด

ยกตัวอย่างเช่น

คนที่วิ่ง 1 ชั่วโมง

แต่ใช้เวลาที่เหลืออีก 12 ชั่วโมงนั่งทำงาน

อาจยังมีความเสี่ยงด้านสุขภาพสูงกว่าคนที่เดินและเคลื่อนไหวตลอดวัน แม้จะไม่ได้ออกกำลังกายหนักก็ตาม


สมองได้รับผลกระทบด้วย

การเคลื่อนไหวไม่ได้ส่งผลดีเฉพาะต่อกล้ามเนื้อ

แต่ยังมีผลต่อสมอง

เมื่อเคลื่อนไหว

การไหลเวียนเลือดไปยังสมองจะเพิ่มขึ้น

ช่วยสนับสนุน

  • สมาธิ
  • ความจำ
  • การเรียนรู้
  • อารมณ์

ในทางกลับกัน

การนั่งเป็นเวลานานอาจสัมพันธ์กับ

  • สมาธิลดลง
  • ความเหนื่อยล้าทางจิตใจ
  • ความเสี่ยงภาวะซึมเศร้า

ที่เพิ่มขึ้น


จะลดผลเสียของการนั่งนานได้อย่างไร

ข่าวดีคือ

ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายหนักตลอดเวลา

เพียงเพิ่มการเคลื่อนไหวระหว่างวันก็สามารถช่วยได้มาก

ตัวอย่างเช่น

ลุกเดินทุก 30-60 นาที

แม้เพียง 2-5 นาที

ก็ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและกล้ามเนื้อได้


ใช้บันไดแทนลิฟต์

เพิ่มการใช้กล้ามเนื้อขาและการใช้พลังงาน


เดินระหว่างคุยโทรศัพท์

เปลี่ยนเวลาที่ต้องนั่งนิ่งให้กลายเป็นกิจกรรมทางกาย


เพิ่มจำนวนก้าวต่อวัน

เป้าหมายอาจไม่จำเป็นต้องถึง 10,000 ก้าวเสมอไป

แต่การเพิ่มจำนวนก้าวจากระดับเดิมอย่างสม่ำเสมอก็มีประโยชน์


ใช้โต๊ะทำงานแบบยืน

ช่วยลดเวลานั่งสะสมในแต่ละวัน

แม้จะไม่สามารถทดแทนการเคลื่อนไหวได้ทั้งหมด

แต่ก็ช่วยได้ในระดับหนึ่ง


สุขภาพไม่ได้ขึ้นอยู่กับการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว

หนึ่งในบทเรียนสำคัญที่สุดของวิทยาศาสตร์สุขภาพยุคใหม่คือ

การออกกำลังกายและการเคลื่อนไหวตลอดวันไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

คุณสามารถเป็นคนที่ออกกำลังกายได้

และในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่ใช้ชีวิตแบบเนือยนิ่งได้เช่นกัน

สุขภาพที่ดีจึงไม่ได้เกิดจากการเข้าฟิตเนสเพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แต่เกิดจากรูปแบบการใช้ชีวิตตลอดทั้งวัน ร่างกายมนุษย์ถูกสร้างมาเพื่อการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงเพื่อการออกกำลังกายเป็นช่วงเวลา ดังนั้นการลุกขึ้นเดิน ขยับตัว เปลี่ยนอิริยาบถ และเพิ่มกิจกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ระหว่างวัน อาจเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดสำหรับการดูแลสุขภาพในระยะยาว และเป็นสิ่งที่หลายคนมองข้ามมากที่สุดในชีวิตประจำวัน

อย่าลืมกดติดตาม Tojo News เพื่อพบกับข่าวสาร และบทความใหม่ ๆ จากเรา

Line Today TOJO NEWS , ToJoNews

#โตโจนิวส์ #TOJONEWS #สำนักข่าวโตโจนิวส์ #สุขภาพ #Longevity

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Advertisement QK6ZtN.png

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: