Connect with us

Entertainment

“ ทนายตั้ม” แจงยิบสัญญา “พอร์ส Yes Indeed” กับค่ายฯไม่เป็นธรรม ยื่นหนังสือบอกเลิกสัญญาแล้ว

Avatar

Published

on

หลังจากที่ค่าย EXP Entertainment ได้ประกาศผ่านเฟซบุ๊กว่า “พอร์ส นรากร อิสระวรางกูล” นักร้องนำและกีตาร์ของวง Yes Indeed ที่กำลังโด่งดังในโลกโซเชียลตอนนี้มีสัญญาเป็นศิลปินในค่าย พร้อมจ่อฟ้อง ตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น

    ล่าสุด “ทนายตั้ม-ษิทรา เบี้ยบังเกิด” พร้อม “พอร์ส”ได้แถลงข่าวชี้แจงถึงสัญญาดังกล่าของทางค่ายว่า

    ตั้งแต่ปี 2564 ที่พอร์สเซ็นสัญญากับค่ายจนถึงพฤษภาคมปี 2565 ไม่เคยมีรูปโปรโมตเลย จนพอร์สได้เดินทางไปเล่นดนตรีหลายๆ ที่แล้วเกิดโด่งดังขึ้นมา มีทำข่าวแก๊งมัธยมเปิดหมวก คนเริ่มสนใจ หลังจากวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา ค่ายเริ่มมีปฏิกิริยา มีการพูดถึง มีการแชร์ข่าวพอร์ส เริ่มบอกว่าพอร์สคือศิลปินของค่ายตัวเอง ทั้งที่คุณพ่อของพอร์สไปขอบอกเลิกหลายรอบแล้ว ทั้งเล่าว่า ก่อนหน้านี้มีศิลปินดังขอทำเพลงให้พอร์สแต่ค่ายปฏิเสธ แต่หลังจากนั้นกลับติดต่อกลับมาอยากได้เพลงมีการจ่ายเงินเรียบร้อย ซึ่งเรามีแชตการคุยกัน

      ทางค่ายทราบดีว่าคุณพ่อของพอร์สอยากเลิกสัญญาและมีการเข้าไปบอกปากเปล่าหลายครั้ง ด้วยเหตุว่าค่ายไม่เคยส่งเสริม ไม่ต้องการที่จะปั้นพอร์สจริงๆ จนทางค่ายได้ปล่อยภาพพอร์สออกมา ซึ่งก็เป็นภาพเก่าที่ไปถ่ายไว้เมื่อปีที่แล้ว เอามาโปรโมตว่าเป็นศิลปินของทางค่าย และไม่ได้มีการเทรนอะไรน้องมาก่อนเลย รวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ทางครอบครัวบอกว่าไม่เป็นความจริง แม้แต่ตอนที่ไปทำงานให้ค่าย ไม่เคยมีการสนับสนุนด้านอุปกรณ์ดนตรี หรือเครื่องแต่งกายให้ มีเพียงแต่งหน้าทำผมให้ 2 ครั้ง แต่ได้มีการให้พอร์สและเพื่อนๆ ไปถ่ายสินค้าเพื่อแลกกับเงิน 1,000-1,500 บาทต่อวันต่อครั้งที่ไป

    นอกจากนี้ “ทนายตั้ม” ยังเปิดเผยว่า สัญญาที่พอร์สเคยทำไว้ตอนยังเป็นผู้เยาว์และได้รับความยินยอมจากพ่อ แต่เมื่อดูสัญญาโดยละเอียดแล้ว ทางค่ายได้รับประโยชน์แต่เพียงฝ่ายเดียว เพราะไม่ได้ระบุถึงสิทธิประโยชน์ที่พอร์สจะได้ ไม่ได้ระบุถึงการจัดหางานหรือจ่ายเงินเมื่อใด แต่ทางกลับกัน ค่ายได้ประโยชน์จากพอร์สตั้งแต่วันที่เซ็นสัญญา เข้าลักษณะของข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ปิดกั้นโอกาส ทำให้ยากลำบากในการรับงานเพื่อจะมีรายได้ พอร์สโด่งดังขึ้นมาจากตัวของเขาเอง ไม่ได้เกิดจากการปั้นแต่งของค่าย การออกมาอ้างถึงสัญญา ตนเลยมองว่าเป็นการเอาเปรียบเด็กและมีเจตนามุ่งขอส่วนแบ่งจากรายได้พอร์สเป็นหลัก ทำให้พอร์สซึ่งเป็นผู้เยาว์เสื่อมเสีย เสียหาย ทางกฎหมายเรียกว่าเป็นอุปสรรคต่อการเจริญก้าวหน้าในอาชีพนักดนตรี เข้าลักษณะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพานิชย์มาตรา 27 วรรค 3

    โดยคุณพ่อที่เป็นตัวแทนโดยชอบธรรมสามารถบอกเลิกความยินยอมในกรณีที่ผู้เยาว์ทำสัญญาไปแล้วได้ และผมได้ทำหนังสือให้กับทางค่ายไปตั้งแต่เมื่อวันจันทร์แล้ว และทางค่ายได้รับหนังสือแล้ว หลังจากที่ได้รับหนังสือฉบับนี้ไปแล้วก็หมดสิทธิที่จะมาอ้างสัญญาแล้ว และมีผลตั้งแต่วันที่เขาได้รับหนังสือ และประกาศไว้ว่าถ้าหลังจากวันนี้เป็นต้นไป ถ้าค่ายมีการแถลงข่าวหรือให้ข่าวในลักษณะที่ทำให้พอร์สหรือครอบครัวเสียหาย ทางเราจะดำเนินการทั้งทางแพ่งและอาญา

    ทางด้าน นักร้องหนุ่ม “พอร์ส” ได้เปิดใจว่า ก่อนหน้านี้รู้สึกว่าเหมือนไม่มีตัวตน แต่พอออกไปเล่นดนตรีที่สยามกับเพื่อนๆ แล้วเป็นกระแส รู้สึกเขารักเรามากขึ้น เพลงหรือทุกอย่างก็เร่งทำให้เสร็จทุกอย่างไวมาก รีบอัดซิงเกิ้ลให้เสร็จภายในเดือนนี้ ก่อนหน้านี้คือไม่มีอะไรเลยมีแค่ช่องยูทูบ

    ทั้งเผยถึงสาเหตุที่คุณพ่อเข้าไปขอบอกเลิกสัญญาครั้งแรกว่า ตอนนั้นมีปัญหาเรื่องการเข้ามหาวิทยาลัย คือทางค่ายพูดว่าจะมีมหาวิทยาลัยให้ถ้าสอบไหนไม่ได้  แต่พอเกรดตนไม่ถึงทางค่ายก็บอกประมาณว่าไปเรียนเอกชน แล้วก็ทิ้งเลย พอบอกให้ช่วยดู เขาก็ส่งทุนอะไรมาให้ แต่เราก็ต้องทำเองทุกอย่าง

   “ ตอนนี้ยอมรับว่าสบายใจขึ้นครับ เพราะอยากทำสิ่งที่รักต่อไปคือการร้องเพลงกับเพื่อนๆ  อาจจะมีกังวลบ้างแต่มันเป็นเรื่องปกติที่เราเจอทุกคนต่างมีความคิดเราไม่สามารถไปแบ่งแยกความคิดใครได้ ยอมรับฟังกัน อะไรที่ผิดผมก็ขอโทษครับ” พอร์สกล่าวทิ้งท้าย

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Advertisement QK6ZtN.png

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: