Connect with us
Avatar

Published

on

คุณเคยมีความรู้สึกว่าอยากกลับไปเป็นเด็กมั้ยครับ วัยเด็กเป็นช่วงที่สำคัญมากช่วงหนึ่งของชีวิตเลย เรามีหลายสิ่งในชีวิตที่ยังต้องได้รับการเรียนรู้ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังเป็นช่วงชีวิตที่เปี่ยมไปด้วยมิตรภาพระหว่างเพื่อน และการมองโลกในมุมที่ยังสวยงาม วันนี้ TOJO News จะมานำเสนอ 5 ภาพยนตร์ที่ดำเนินเรื่องผ่านมุมมองเด็ก ทุกเรื่องที่เราเลือกมา ล้วนมีตัวละครหลักเป็นเด็ก จะมีเรื่องอะไร สนุก ซึ้ง และกินใจขนาดไหน ถ้าพร้อมแล้ว เราไปดูกันเลยย

The Boy in the Striped Pyjamas

มาเริ่มกันที่หนึ่งในภาพยนตร์ที่จบหดหู่ที่สุดตลอดกาลเรื่องนี้เลย The Boy in the Striped Pyjamas เล่าเรื่องราวในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เกี่ยวกับ บรูโน เด็กชายชาวเยอรมันวัย 9 ขวบ ที่มีพ่อเป็นถึงทหารยศสูง เขาย้ายบ้านมาจากเบอร์ลิน เนื่องจากพ่อของเขาต้องทำงาน ณ ที่แห่งนี้ บรูโนทั้งเบื่อและไม่มีเพื่อนเล่นเลยสักคน วันหนึ่งเขาออกไปวิ่งเล่นนอกบ้านจนพบกับ ซมูเอล เด็กชาวยิวที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของรั้ว ทั้งคู่เริ่มคุยกันจนก่อเกิดเป็นมิตรภาพ เรื่องราว และจะเป็นอย่างไรต่อไป อยากรู้ต้องดูให้ได้ครับ

ภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ชั้นดีที่สะท้อนเหตุการณ์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ระหว่างนาซีกับชาวยิวได้อย่างตราตรึง นั่นคือความโหดร้ายของเหล่านาซีและการล้างเผ่าพันธ์ชาวยิว แต่ในขณะเดียวกัน The Boy in the Striped Pyjamas กลับเลือกที่จะโฟกัส และดำเนินเรื่องผ่านสายตาของเด็กอย่างบรูโนเป็นหลัก ที่ยังไม่รับรู้ถึงความโหดร้ายของโลกที่เขาอยู่เนื่องจากยังไร้เดียงสา ประเด็นเรื่องความสัมพันธ์และมิตรภาพอันแสนดีระหว่างบรูโนและซมูเอล ก็เป็นเครื่องย้ำเตือนที่ทำให้เหล่าผู้ชมตระหนักได้ว่า แม้ในสงครามระหว่างสองเชื้อชาติก็ยังมีมิตรภาพที่ดีเกิดขึ้นได้ เพราะท้ายที่สุดแล้ว เราก็ยังเป็นเพื่อนร่วมโลกเดียวกัน ทั้งนี้สิ่งที่ทำให้ The Boy in the striped pyjamas เป็นที่พูดถึงจนถึงทุกวันนี้ คือฉากจบนั่นเอง ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นหมัดฮุคสุดท้ายที่ย้ำเตือนคนดูถึงความโหดร้ายของเหล่านาซีจนจุกกันไปข้างในเลย เพื่อนๆที่ยังไม่เคยดู ผมขอแนะนำเลยครับ ถึงแม้จะเป็นภาพยนตร์ที่จบหดหู่ แต่ก็เป็นหนังที่ดีมากๆ ควรค่าแก่การดูจริงๆ

ไฮไลท์ของเรื่อง: ฉากปิดประตูท้ายเรื่องที่จะทำให้คุณช๊อคและเหวอแน่นอน

กำกับโดย Mark Herman
นำแสดงโดย Vera Farmiga, David Thewlis, Rupert Friend, David Hayman, Asa Butterfield
เข้าฉายในปี 2008

Wonder

ภาพยนตร์คุณภาพ ที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับเด็กชายอายุ 10 ขวบ ชื่อ ออกัส พูลล์แมน เขาเป็นเด็กที่น่ารัก มีครอบครัวแสนอบอุ่น แต่ในขณะเดียวกันออกัสก็ป่วยเป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่ตั้งแต่เกิด เขาได้รับการผ่าตัดที่ใบหน้ามาแล้วกว่า 27 ครั้ง คนแปลกหน้าและเพื่อนที่โรงเรียนของเขา ต่างพากันเบือนหน้าหนีหรือแม้แต่กลั่นแกล้งเนื่องจากคิดว่าเขามีหน้าตาที่น่ารังเกียจ ทั้งที่ความจริงออกัสก็เป็นเพียงเด็กคนนึงที่อยากมีเพื่อน และได้ใช้ชีวิตเหมือนเด็กทั่วไป ท้ายที่สุดแล้วเขาจะมีชีวิตโรงเรียนที่แสนสุขหรือไม่ รีบไปดูและส่งกำลังใจเชียร์ออกัสกันเลย

Wonder เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่อบอุ่นมากครับ ต้องขอชมน้องเจคอป เทลมเบลย์ ที่เล่นเป็นออกัสเลยครับ น้องเล่นได้ดีมาก ทั้งการแสดงสีหน้าท่าทางและน้ำเสียงผ่านบทพูด ที่ทำให้คนดูอินน์ไปกับตัวละครได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังรู้สึกสงสารและเข้าใจในสิ่งที่เขาต้องเผชิญ ขณะเดียวภาพยนตร์เรื่องนี้ ยังสื่อให้เห็นอีกด้วยว่าโลกเรานั้นมีคนหลายชนิด ทั้งคนที่ชอบดูถูกคนอื่น คนที่ชอบมองคนที่ภายนอก หรือคนที่จิตใจดีชอบช่วยเหลือผู้อื่น แต่ท้ายที่สุดแล้ว คนที่จะรักและไม่มีวันจากเราไปไหน คือคนในครอบครัวนั่นเอง เพื่อนๆที่อยากดูหนังฟีลด์กู๊ดแสนอบอุ่น นี่เป็นตัวเลือกที่ดีเลย

ไฮไลท์ของเรื่อง: ฉากการตัดสินใจเลือกกลุ่มของแจ็ค และฉากมิตรภาพระหว่างเพื่อนที่ริมทะเลสาบ

กำกับโดย Stephen Chbosky
นำแสดงโดย Julia Roberts, Owen Wilson, Jacob Tremblay, Noah Jupe
เข้าฉายในปี 2017

Empire of the Sun

เรียกได้ว่าเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่ คริสเตียน เบล (พระเอกแบทแมนในไตรภาค Dark Knight) แสดงเลยทีเดียว Empire of the Sun เป็นเรื่องราวอันทรงพลังของ จิม เด็กชายชาวอังกฤษ ที่ต้องต่อสู้ด้วยลำแข้งของตัวเองหลังจากที่พลัดพรากกับครอบครัว ท่ามกลางความโหดร้ายของสงครามในค่ายกักกันของญี่ปุ่นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดย สตีเว่น สปิลเบิร์ก ผู้กำกับระดับตำนาน ที่จับแนวหนังสองประเภทที่ตัวเองถนัดมาผสมกัน นั่นก็คือแนวสงคราม และแนวก้าวพ้นวัยของตัวละครเด็ก ผลที่ออกมาคือหนังสงครามชั้นดีที่เล่าเรื่องผ่านมุมมองเด็กได้อย่างกลมกล่อม เราได้เห็นถึงความโหดร้ายที่ถูกกระทำต่อเด็ก และผลกระทบต่อเหล่าเด็กที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ในสงครามที่แสนโหดร้าย แต่ในขณะเดียวกัน เราก็จะได้เห็นมิตรภาพที่เกิดขึ้นของเหล่าเด็กในค่ายกักกันเช่นกัน ในส่วนของการแสดงต้องบอกว่า คริสเตียน เบล แสดงได้เยี่ยมเกินวัยมาก ไม่น่าแปลกใจเลยที่ชื่อของเขายังคงโด่งดังจนถึงทุกวันนี้ ในเวทีออสการ์นั้น Empire of the sun ได้เข้าชิงถึง 6 สาขานั่นก็คือ กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม , ถ่ายภาพยอดเยี่ยม , ตัดต่อเยี่ยมเยี่ยม , ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม , เครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม และเสียงยอดเยี่ยม เพื่อนๆที่ชอบดูหนังสงครามไม่ควรพลาดครับ หนังดีจริงๆ

ไฮไลท์ของเรื่อง: ฉากการพูดคุยระหว่าง จิม กับ เด็กชาวญี่ปุ่น

กำกับโดย Steven Spielberg
นำแสดงโดย Christian Bale, John Malkovich, Miranda Richardson, Nigel Havers
เข้าฉายในปี 1987

A little Princess

ผลงานโกอินเตอร์เรื่องแรกของผู้กำกับยอดฝีมือ อัลฟอนโซ คัวลอน (กำกับเรื่อง Children of men กับ Gravity) เนื้อเรื่องนั้นเกี่ยวกับ ซาร่า ลูกสาวแสนน่ารักของ ริชาร์ด ชาวอังกฤษผู้มีฐานะร่ำรวย และอาศัยอยู่ที่อินเดีย หลังจากเกิดสงครามโลกครั้งที่หนึ่งขึ้น ริชาร์ด ตัดสินใจอาสาร่วมออกรบ เขาจึงฝากซาร่าไว้ที่โรงเรียนประจำในเมืองนิวยอร์ค ที่มีครูใหญ่สุดเข้มงวดและจอมเผด็จการอย่าง มาเรีย มินชิน เป็นคนดูแล พร้อมทั้งจ่ายเงินมหาศาลเพื่อให้ลูกของเขาอยู่สบายมีความสุข ซึ่งมาเลียก็ทำตาม เนื่องจากได้เงิน แต่เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อมีข่าวว่า ริชาร์ดเสียชีวิตในสงคราม พอมาเรียรู้ข่าว และคิดว่าจะไม่ได้เงินก้อนนั้นแล้วจึงเริ่มผลักไสซาร่าและเลี้ยงดูเหมือนคนใช้ทันที ปัญหามีอยู่ว่าความจริงริชาร์ดยังไม่ตาย แต่แค่มีอาการความจำเสื่อม เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ซาร่าจะได้เจอกับพ่อและรอดพ้นจากเงื้อมมือของครูใหญ่ มาเรีย หรือไม่ ไปดูครับ

ต้องบอกว่านี่เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์คุณภาพ ที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักและทำรายได้ไม่ค่อยดีนัก โดยทำรายได้ทั่วโลกเพียง 10 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 17 ล้านเหรียญ ซึ่งหมายความว่าขาดทุนพอสมควรเลย ในแง่ของเนื้อเรื่องต้องบอกว่าน่าติดตามเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ทั้งประเด็นเรื่องพ่อของซาร่าที่ความจำเสื่อม และประเด็นของครูใหญ่ใจร้ายที่คนดูจะเกลียดเธอขึ้นใส้ รับรองว่าเหล่าคนดูจะนั่งลุ้นให้พ่อลูกได้เจอกัน และช่วยซาร่าจากนรกนี้ไปให้ได้แน่นอน งานภาพก็เรียกว่าสวยจับใจจริงๆ ทุกซ๊อตถูกถ่ายมาอย่างเป็นศิลปะมาก ถึงขั้นได้เข้าในเวทีออสการ์ถึง 2 สาขา ซึ่งก็คือ สาขากำกับศิลป์ยอดเยี่ยม และถ่ายภาพยอดเยี่ยม นั่นเอง เป็นอีกเรื่องที่แนะนำให้ดูจริงๆครับ

ไฮไลท์ของเรื่อง: ฉากการเจอกันของพ่อลูกที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์

กำกับโดย Alfonso Cuaron
นำแสดงโดย Eleanor Bron, Liam Cunningham, Liesel Matthews
เข้าฉายในปี 1995

Stand by me

หนึ่งในภาพยนตร์แนวก้าวพ้นวัยสุดคลาสสิคที่สร้างจากนิยายของ สตีเฟน คิง Stand by me เป็นเรื่องราวการผจญภัยของ เด็กชาย 4 คน ที่เดินทางออกจากบ้านเพื่อตามหาศพของเด็กชายที่หายไปจากเมือง โดยพวกเขาหวังว่าจะได้เป็นฮีโร่ของในเมืองเมื่อเจอศพ และการเดินทางในครั้งนี้เองที่จะเปลี่ยนชีวิตพวกเขาไปตลอดกาล

นิยายของสตีเฟ่นนั้น ส่วนใหญ่จะมาในแนวสยองขวัญ แต่กับเรื่องนี้ต้องบอกว่าเป็นแนวดราม่าก้าวพ้นวัยแบบเต็มขั้นเลยทีเดียว แถมทำได้สุดยอดด้วย สิ่งที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้น่าจดจำ คือความสัมพันธ์และมิตรภาพระหว่างตัวละครหลักทั้ง 4 ที่ทำได้ลึกซึ้ง ดูเป็นธรรมชาติ และน่าประทับใจเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังทำให้ผู้ชมได้หวนคืนนึกถึงความทรงจำในวัยเด็กที่ได้เที่ยวเล่นกับเพื่อนแบบในหนัง เช่นเดียวกับที่หนังไทยอย่าง แฟนฉัน เคยทำไว้อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นประสบการณ์ที่อบอุ่นจนบางคนอาจเสียน้ำตาเลยทีเดียว เชียร์ให้ลองหามาดูเลยครับ ไม่ผิดหวังแน่นอน

ไฮไลท์ของเรื่อง: ฉากปลิงดูดเลือด และฉากการเผชิญหน้ากับแก๊งวัยรุ่น

กำกับโดย Rob Reiner
นำแสดงโดย Wil Wheaton, River Phoenix, Corey Feldman, Jerry O’Connell, Kiefer Sutherland, John Cusack
เข้าฉายในปี 1986

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Click to comment

You must be logged in to post a comment Login

Leave a Reply

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: