Connect with us
Avatar

Published

on

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์ได้รับรายงานว่า กรมบังคับประกาศขายทอดตลาด โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่ ในวันที่ 18 ก.พ. 2564นี้ ราคาประมูลเริ่มต้น 2,116 ล้านบาท

         กรณีศาลอุทธรณ์มีคำตัดสิน ยกคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของโรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่ หลังจากที่บริษัท โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่ จำกัด ได้พยายามยื่นคำร้องเพื่อขอฟื้นฟูกิจการ คำตัดสินนี้ส่งผลให้โรงแรมต้องเข้าสู่กระบวนการล้มละลายต่อไป

         ลำดับเหตุการณ์และที่มาของการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการของโรงแรมดาราเทวี

         โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่ เริ่มเปิดดำเนินการในปี 2545 เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าศาลา อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ บนเนื้อที่ประมาณ 153 ไร่ โดยมีรูปแบบสถาปัตยกรรมการก่อสร้างแบบล้านนาโบราณเป็นจุดขายสำคัญของโรงแรม โดยมีห้องพักรับรองผู้ใช้บริการ 123 ห้อง เจ้าของเดิมเป็นนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จจากภาคใต้

         ต่อมาในปี 2558 กลุ่ม บมจ.อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น(IFEC) ได้เข้าซื้อหุ้นของโรงแรมจากกลุ่มผู้บริหารเดิม

         หลังจากกลุ่ม IFEC เข้ามาบริหารงานได้ไม่นานนัก ก็มีข่าวลือภายในว่าบริษัทกำลังประสบปัญหาขาดทุนไม่มีแม้เงินจะจ่ายค่าจ้างให้พนักงาน

         จนถึงช่วงต้นปี 2563 ด้วยผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้โรงแรมได้แจ้งปิดกิจการและงดให้บริการชั่วคราว ต่อมาในเดือน มิ.ย. 2563 โรงแรมได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ ก่อนที่ในที่สุด

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้องขอฟื้นฟูกิจการเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2563 ทำให้โรงแรมต้องประกาศปลดพนักงาน และปิดกิจการ เข้าสู่กระบวนการล้มละลาย

         ข่าวล่าสุดเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2564 ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์ได้รับรายงานข่าวเพิ่มเติมว่า กรมบังคับคดีได้ประกาศขายทอดตลาดโรงแรมดาราเทวี ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564นี้ ที่สำนักงานบังคับคดีจังหวัดเชียงใหม่ ด้วยราคาเริ่มต้นประมูลเพียง 2,116 ล้านบาท 

         ซึ่งถือว่าราคาดังกล่าวเป็นราคาเริ่มต้นที่มีมูลค่าเพียง 50% ของราคาที่กลุ่ม IFEC ซื้อโรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่ มาจากกลุ่มผู้บริหารกลุ่มเดิมในช่วงเดือน ธ.ค. 2558 ซึ่งใช้เงินกว่า 4,300 ล้านบาท ในการเข้าซื้อหุ้นรวมทั้งหนี้สินเดิม

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Click to comment

You must be logged in to post a comment Login

Leave a Reply

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: