Connect with us
Avatar

Published

on

หลังจากที่ในโซเชียลมีเดียมีการแชร์เคล็ดลับวิธีการรักษาสิวด้วยยาสีฟัน โดยระบุว่า ยาสีฟันนั้นมีสารชนิดเดียวกันกับยารักษาสิวซึ่งสามารถนำมาใช้รักษาสิวอักเสบและทำให้สิวยุบเร็วขึ้นได้ ซึ่งหลังจากที่ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้มีการตรวจสอบกับกระทรวงสาธารณะสุข พบว่า ยาสีฟันไม่สามารถช่วยรักษาสิวได้

ขอบคุณภาพจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย

เป็นกระแสในโลกโซเชียลหลังจากที่มีผู้ใช้งานเผยแพร่ข่าวการนำยาสีฟันมาใช้แต้มสิวเพื่อลดอาการสิวอักเสบ หรือทำให้สิวยุบ ซึ่งหลังจากที่ทางกระทรวงสาธารณสุขได้ตรวจสอบข้อมูลแล้วได้มีการชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริง แม้ว่ายาสีฟันจะมีส่วนผสมบางชนิดที่เป็นชนิดเดียวกันกับที่ใช้ในยารักษาสิว แต่เนื่องจากความเข้มข้นที่มีไม่มากพอจึงไม่สามารถใช้เป็นยารักษาสิวได้ นอกจากนี้ยังทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ผิวหนังแห้ง เกิดรอยแดง การระคายเคือง หรือเกิดรอยไหม้ได้ และแนะนำว่าควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมในการรักษาสิวโดยตรงจะดีกว่า ขอให้ประชาชนอย่างหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าวและไม่แชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อ 

ซึ่งในขณะเดียวกันความเข้าใจผิดนี้ได้กระจายไปหลากหลายที่ จนได้มีผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพออกมาให้ข้อมูล เช่น

องค์กรด้านผิวหนังของสหราชอาณาจักร ได้ออกมาประกาศผ่านทางทวิตเตอร์ว่า การใช้ยาสีฟันรักษาสิวได้ไม่เป็นความจริง แม้ว่ายาสีฟันจะมีส่วนผสมที่สามารถต้านแบคทีเรียและบรรเทาอาการอักเสบได้จริง แต่ก็ทำให้เกิดการระคายเคืองบนผิวหนังและทำให้สีผิวไม่สม่ำเสมอกัน ควรใช้ยารักษาสิวที่ปลอดภัยทาเพื่อรักษาสิว

ศูนย์วิชาการด้านการแพทย์ในสหรัฐฯ ได้ออกรายงานเพื่ออธิบายเกี่ยวกับการใช้ยาสีฟันรักษาสิวโดยมีเนื้อความว่า “ยาสีฟันหลายยี่ห้อมีส่วนผสมของโซดาไฟและแอลกกอฮอล์ที่ใช้ทำให้สิวแห้งได้ แต่ก็มีส่วนผสมอื่นที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ทางลงใบหน้าได้โดยตรง ซึ่งมีโอกาสทำให้เกิดการระคายเคืองที่ผิวหนังได้” 

สุดท้ายนี้ทีมงานโตโจ้นิวส์ ขอแนะนำว่า การใช้ผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับจุดประสงค์ที่ได้ออกแบบมานั้นจะดีที่สุดและสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการมีวิจารณญาณ ไตร่ตรองก่อนการแชร์ และไม่หลงเชื่อข่าวเท็จหรือ Fake news เพื่อป้องกันไม่ให้คนหลงเชื่อและเข้าใจผิดกันนะคะ 

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Click to comment

You must be logged in to post a comment Login

Leave a Reply

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: