Connect with us
Avatar

Published

on

ยูเอ็น เรียกร้องให้ไทยปล่อยตัวผู้ชุมนุมไม่มีเงื่อนไข ชี้รัฐบาลไทยใช้ความรุนแรงโดยไม่จำเป็น

    เมื่อวานนี้ (22 ต.ค. 63) เวลา 18.55 น. เว็บไซต์ของสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (The Office of the United Nations High Commissioner for Human Rights – OHCHR) ออกแถลงการณ์ขอให้รัฐบาลไทยรับประกันสิทธิในการชุมนุมโดยสงบและเสรีภาพในการพูด รวมถึงยุติการคุกคามผู้ที่ชุมนุมอย่างสันติ โดยมีเนื้อหาถึงการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินนั้นนับเป็นมาตรการร้ายแรง โดยแถลงการดังกล่าวมีขึ้นหลังมีการประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตกรุงเทพมหานครซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม 2553 เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป โดยเนื้อความในแถลงการณ์ได้เรียกร้องให้รัฐบาลไทยปล่อยตัวผู้ถูกจับกุมอันเนื่องมาจากการใช้เสรีภาพขั้นพื้นฐานของตนเองทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข

     ซึ่งในแถลงการณ์ระบุว่าเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมามีผู้ชุมชนประมาณ 80 คนถูกจับจากการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย โดยในจำนวนนี้มีผู้ถูกคุมขังจำนวน 27 คน ซึ่งบางรายถูกตั้งข้อหาว่าทำการยุยงให้เกิดความไม่สงบ รวมทั้งเป็นการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย และจำนวนหนึ่งถูกตั้งข้อหาการกระทำผิดตาม พรบ. คอมพิวเตอร์จากการชวนกลุ่มคนออกมาชุมนุมผ่านโซเชียล นอกจากนี้ในจำนวนผู้ถูกจับกุมยังมีอีก 2 คนที่ถูกตั้งข้อหาประทุษร้ายต่อสมาชิกราชวงศ์ ซึ่งอาจมีโทษจำคุกตลอดชีวิต

     อีกทั้งจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมานับเป็นการใช้ความรุนแรงโดนไม่จำเป็นต่อผู้ประท้วงอย่างสันติ ซึ่งสุ่มเสี่ยงที่จะให้สถานการณ์ลุกลาม จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลไทยหาทางเจรจาอย่าสันติแทนการใช้ความรุนแรง พร้อมบอกว่าประชาชนชาวไทยควรได้รับอนุญาตในการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองอย่างอิสระโดยไม่ถูกดำเนินคดี

แถลงการณ์ฉบับนี้ร่างขึ้นโดยผู้รายงานที่ได้รับการแต่งตั้งภายใต้กระบวนการพิเศษ (Special Procedures) ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญอิสระที่ไม่ได้ขึ้นตรงต่อรัฐบาลหรือหน่วยงานใด

ที่มา https://www.ohchr.org/EN/NewsEvents/Pages/DisplayNews.aspx?NewsID=26408&LangID=E

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Click to comment

You must be logged in to post a comment Login

Leave a Reply

Advertisement QK6ZtN.png

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: