Connect with us

Life

การทำงานหนักยังเป็นเส้นทางสู่ชีวิตที่ดีอยู่หรือไม่ ในยุคที่คนทำงานรู้สึกหมดไฟมากขึ้น

Published

on

แนวคิดเรื่อง “ทำงานหนักแล้วชีวิตจะดีขึ้น” เป็นความเชื่อที่ฝังรากลึกในสังคมมานาน อย่างไรก็ตาม ในยุคปัจจุบัน คนทำงานจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามกับสมมติฐานนี้ เมื่อการทุ่มเทเวลาและพลังงานให้กับงานกลับไม่ได้นำไปสู่ความมั่นคงหรือคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างที่คาดหวัง

สภาพการทำงานที่แข่งขันสูง ชั่วโมงทำงานที่ยืดเยื้อ และความคาดหวังให้พร้อมตลอดเวลา ทำให้เส้นแบ่งระหว่างชีวิตส่วนตัวและการทำงานเลือนราง เทคโนโลยีที่ควรช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ กลับทำให้การทำงานไม่เคยหยุดจริง หลายคนทำงานหนักกว่าเดิม แต่กลับรู้สึกว่าความก้าวหน้าเกิดขึ้นช้าลง

ในเชิงเศรษฐกิจ การทำงานหนักไม่ได้รับประกันผลตอบแทนที่สอดคล้องกับแรงที่ใช้ ค่าแรงในหลายอาชีพเติบโตช้ากว่าค่าครองชีพ ขณะที่ความไม่มั่นคงของการจ้างงานเพิ่มขึ้น คนทำงานจึงต้องแบกรับความเสี่ยงมากขึ้น แต่ได้รับผลตอบแทนน้อยลงเมื่อเทียบกับอดีต

ผลกระทบทางสุขภาพจิตกลายเป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจน ภาวะหมดไฟ ความเครียดเรื้อรัง และความรู้สึกไร้คุณค่า เริ่มปรากฏในกลุ่มคนทำงานทุกช่วงวัย การทำงานหนักอย่างต่อเนื่องโดยขาดการพักฟื้นทางใจ ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่าความสำเร็จที่ได้มานั้นคุ้มค่าหรือไม่

นักวิชาการด้านแรงงานชี้ว่า ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องความขยันของปัจเจก แต่เป็นผลจากโครงสร้างการทำงานที่เปลี่ยนไป การประเมินคุณค่าคนจากผลลัพธ์ระยะสั้น การจ้างงานที่ไม่มั่นคง และระบบสวัสดิการที่ไม่เพียงพอ ล้วนทำให้การทำงานหนักไม่ได้นำไปสู่ชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

การถกเถียงเรื่องสมดุลชีวิตกับงาน และการนิยามความสำเร็จใหม่ จึงสะท้อนความพยายามของคนทำงานในการทวงคืนคุณภาพชีวิต การทำงานอย่างมีขอบเขต การให้คุณค่ากับเวลาส่วนตัว และการวัดความสำเร็จจากความสุขและความมั่นคง อาจกลายเป็นคำตอบสำคัญของยุคสมัย

เมื่อการทำงานหนักไม่ใช่คำตอบเดียวอีกต่อไป สังคมอาจต้องหันกลับมาถามว่า ระบบการทำงานแบบใดที่ทำให้ผู้คนสามารถเติบโตไปพร้อมกับการมีชีวิตที่ดี ไม่ใช่เพียงการอยู่รอดจากงานในแต่ละวัน

อย่าลืมกดติดตาม Tojo News เพื่อพบกับข่าวสาร และบทความใหม่ ๆ จากเรา

Line Today TOJO NEWS , ToJoNews

#โตโจนิวส์ #TOJONEWS #สำนักข่าวโตโจนิวส์ #การทำงาน #หมดไฟ

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Advertisement QK6ZtN.png

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: