รัดเกล้า สส.ประชาธิปัตย์ เผย สวัสดิการบุคลากรกระทรวง พม. ย่ำแย่ สถานะจ้างเหมาบริการ ไร้ความมั่นคง ไม่ได้เป็นข้าราชการ ไม่มีค่าน้ำมัน ค่าโทรศัพท์ สนับสนุนการทำงาน
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายถึงรายงานข้อมูลสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัว ประจำปี 2566 ของกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวของการบังคับใช้กฎหมาย ตัวเลขสถิติที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง และสวัสดิการของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่เข้าขั้นวิกฤต
นางรัดเกล้า ระบุว่า แม้สภาจะพยายามผลักดันกฎหมายฉบับใหม่เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยในครอบครัว แต่รายงานฉบับดังกล่าว ซึ่งแม้ว่าจะเป็นการรายงานตัวเลขจากปี 2566 แต่ก็สะท้อนให้เห็นชัดว่า เครื่องมือทางกฎหมายที่มีอยู่อย่าง พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว แทบไม่ถูกนำมาใช้จริง ตำรวจไม่ใช้อำนาจตามกฎหมาย พบว่าในปี 2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการออกคำสั่งคุ้มครองตามมาตรา 10 รวมทั้งสิ้น 0 คำสั่ง ทั้งที่มีพนักงานเจ้าหน้าที่ผ่านการอบรมกฎหมายนี้ถึง 1,358 คน
รายงานยังน้ำถึงค่านิยมผิดเพี้ยน ที่มุ่งเน้นการยอมความเหนือความปลอดภัยผู้ถูกกระทำความรุนแรง มีข้อมูลระบุว่า ตำรวจยอมรับเองในรายงาน ว่าไม่ได้ใช้มาตรการคุ้มครองชั่วคราว เพราะเป็น “การคุ้มครองระยะสั้น”
อีกทั้งยังมีกรณีที่ผู้เสียหายยื่นขอคุ้มครองต่อศาล แต่จบลงด้วยการไกล่เกลี่ยแทนการออกคำสั่ง สิ่งนี้สะท้อนถึงแนวคิดที่มุ่งเน้นการรักษาภาพลักษณ์สถาบันครอบครัวและการยอมความ มากกว่าการปกป้องชีวิตและความปลอดภัยของผู้ถูกกระทำ
สส. พรรคประชาธิปัตย์ ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความผิดปกติและขัดแย้งของข้อมูลในรายงานอีกด้วย
1.ผู้เสียหายหมื่นราย แต่คดีถึงตำรวจหลักร้อย ข้อมูลจากศูนย์พึ่งได้บันทึกความรุนแรงทุกประเภทไว้สูงถึง 12,440 ราย (เป็นการกระทำในครอบครัว 7,795 ราย) ขณะที่ฐานข้อมูล พม. บันทึกไว้ราว 1,820–1,923 ราย แต่กลับมีคดีเข้าสู่ชั้นตำรวจเพียง 141 คดี เท่านั้น
2.ตัวเลขเหตุการณ์รวมไม่ตรงกัน สถิติรวมของเหตุการณ์ความรุนแรงในปี 2566 ภายในรายงานเล่มเดียวกันกลับระบุตัวเลขขัดกันเองในหลายจุด
นางรัดเกล้า แสดงความเห็นใจบุคลากรของกระทรวง พม. โดยเปิดเผยข้อมูลสวัสดิการที่ค่อนข้างย่ำแย่ ว่าสถานะจ้างเหมาบริการ ไร้ความมั่นคง รายงานระบุว่า บุคลากรส่วนใหญ่ในศูนย์ปฏิบัติการมีสถานะเป็นเพียงลูกจ้างเหมาบริการ ไม่ได้เป็นข้าราชการ ไม่มีค่าน้ำมันหรือค่าโทรศัพท์สนับสนุนการทำงาน ส่งผลให้อัตราการลาออกสูง การทำงานขาดความต่อเนื่อง
นางรัดเกล้า กล่าวต่อว่า ปัญหาสุขภาพจิตบุคลากรน่สเป็นห่วง ซึ่งเป็นข้อมูลที่ตนได้พบเจอด้วยตนเองจากการลงพื้นที่เยี่ยมศูนย์สายด่วน 1300 พบว่าเจ้าหน้าที่ผู้รับเรื่องร้องเรียนหลายรายเกิดภาวะความเครียดสะสม จนกลายเป็น โรคซึมเศร้าและป่วยทางจิตเวช เนื่องจากต้องรับฟังปัญหาความทุกข์ร้อนโดยไร้ระบบดูแลเยียวยา
พร้อมกันนี้ นางรัดเกล้า ยังเรียกร้องผ่านประธานสภาไปยังรัฐบาล ให้เร่งแก้ไขปรับปรุงสวัสดิการของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และวางระบบการบังคับใช้กฎหมายให้เกิดผลจริง ก่อนที่จะมีการพิจารณาร่างกฎหมายความรุนแรงในครอบครัวฉบับใหม่ มิเช่นนั้นการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัวของประเทศไทยจะไม่สามารถประสบความสำเร็จได้เลย
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS