“หมอวรงค์” พร้อมร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับ “บิ๊กตู่” ยันไม่ยุบ-รวมพรรคกับใคร
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมเลือกตั้งว่า พรรคไทยภักดีรู้ว่ากำลังของพรรคมีขนาดไหน ยืนยันว่าเป้าหมายของพรรคตั้งใจขอโอกาสเข้าไปดูแล 2 กระทรวง คือ กระทรวงพลังงาน และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งใจจะปฏิวัติระบบการเกษตรและระบบพลังงานของประเทศ
“เป็นกระแสของพี่น้องประชาชน ที่เขาฟังแล้วรู้สึกว่ามันใช่ เพราะจะสร้างความอยู่ดีกินดี และมีการปลดหนี้เกษตรกร มันจึงเป็นกระแสของประชาชนที่เรียกร้องผม หมอวรงค์ให้เป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าพี่น้องประชาชนสนับสนุนอย่างนี้ ผมก็พร้อมที่จะประกาศตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรี”
ส่วนความคาดหวังต่อจำนวนเก้าอี้ ส.ส. ที่ต้องการจะได้นั้น ทุกอย่างขึ้นอยู่กับประชาชน สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ เป็นสิ่งที่เราไม่ทราบว่าจะเกิดอะไร ตนมองว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ เพราะแกนกลางอยู่ที่ประชาชน ไม่ใช่อยู่ที่นักการเมือง
นพ.วรงค์ ย้ำว่า ตอนนี้พรรคไทยภักดี รอกติกาการเลือกตั้งที่ชัดเจนจากศาลรัฐธรรมนูญ ตนได้คุยกับนักกฏหมายที่มีประสบการณ์ ก็พบว่าออกได้ทุกหน้า ซึ่งยุทธศาสตร์ในการต่อสู้ในแต่ละกติกานั้นต่างกัน แต่ภาพรวมการเมืองตอนนี้ พรรคไทยภักดีทำการเมืองแบบมุดดินสู้
“ถามว่าทำไมเรามุดใต้ดินสู้ เนื่องจากว่าเราไม่ได้ใช้เงินเยอะ แต่เราใช้กระบวนการลงไปจัดตั้ง วันนี้เราเปิดตัวหลายคนรู้สึกตกใจ เพราะเราทำงานใต้ดินมาปีกว่า”
ทั้งนี้ หากกติกาของ กกต. ชัดเจน จะมีการไม่รวมกับพรรคใดหรือไม่ นพ.วรงค์ ยืนยันว่า จะไม่มีเรื่องการยุบพรรค รวมพรรคอย่างเด็ดขาด มีแต่เดินไปข้างหน้าอย่างเดียว เพราะเชื่อมั่นในอุดมการณ์การปราบโกง เพื่อพรุ่งนี้รวย ตนเชื่อว่าประชาชนรับรู้ถึงนวัตกรรมที่พรรคไทยภักดีจะเปลี่ยนแปลงประเทศครั้งใหญ่
“ปัญหาความแตกแยกของประชาชน ปัญหาเรื่อง 112 ขบวนการล้มล้างการปกครองมันจะค่อยๆ ซาลงแน่ถ้าประชาชนมีชีวิตดี”
เมื่อถามว่านิด้าโพล ได้เผยผลสำรวจความนิยมของชาวภาคใต้ พบว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีคะแนนนำมาเป็นอันกับหนึ่ง นพ.วรงค์ ระบุว่า ขณะนี้เข้าสู่โหมดเลือกตั้งแล้ว พรรคไทยภักดียืนยันว่าเราสามารถร่วมมือกับทุกพรรคการเมือง หาก พล.อ.ประยุทธ์ สามารถรวบรวมเสียงข้างมากได้ ก็พร้อมร่วมมือ หรือหากเป็นพรรคอื่นก็จะเข้าร่วม แต่มีเพียง 2 พรรคที่พรรคไทยภักดีจะไม่เข้าร่วม คือพรรคที่ล้มล้างสถาบัน และพรรคที่โกง ไม่เคารพกระบวนการยุติธรรม และการเลือกตั้งใหญ่ ตนมั่นใจว่าคนใต้จะเลือกอุดมการณ์ จุดยืนของพรรคไทยภักดีค่อนข้างชัดเจน และคนใต้จะขานรับ
“พื้นที่ภาคใต้เป็นพื้นที่ช่วงชิงคะแนนนิยมของหลายพรรคการเมือง แต่ตนเชื่อว่าเป็นประโยชน์กับเรา และผลจากโพลทำให้ทราบว่าพรรคยืนอยู่จุดไหน เราดีขึ้นกว่าที่คิดไว้เยอะ”
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS