จาตุรนต์ เผย “มีส้มไม่มีเทา” จุดไม่ติด ชี้ คราวนี้พรรคประชาชนแนวโน้มจะไม่ได้อันดับ 1 เพราะเป็นแบบนี้มันไม่ปังสักอย่าง
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายจาตุรนต์ ฉายแสง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่พรรคเพื่อไทยครั้งที่ 2 “ยกเครื่องเศรษฐกิจไทย เพื่อไทยทำได้” ชี้ว่า การพยายามจุดกระแส “มีส้มไม่มีเทา” ของพรรคประชาชนมีจุดอ่อนหลายอย่าง ไม่มีพื้นฐานรองรับว่า “เทา” คืออะไรกันแน่ เหมือนกับจะบอกว่าส้มดีอยู่พรรคเดียว จนกลายเป็นขว้างงูไม่พ้นคอ พอโดนกับตัวเองต้องมาแก้ตัวจนไม่มีเวลาพูดเรื่องนโยบาย “มีส้มไม่มีเทาจึงจุดไม่ติด” และกลับเป็นปัญหาในการเลือกตั้งครั้งนี้ที่มีการพูดถึงนโยบายน้อยลงไปอย่างน่าเสียดาย ทำให้คนที่เสียประโยชน์คือประชาชน
การเมืองก่อนยุบสภาเป็นความผิดพลาดจากการตั้งรัฐบาล MOA ที่สร้างความเข้มแข็งให้กับพรรคการเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยมกับพวก ทำให้การสร้างเสรีประชาธิปไตยทำได้ยาก ฝ่ายอนุรักษ์นิยมจะสร้างเครือข่ายที่คืบคลานไปแทรกซึมทั้ง ส.ว. และองค์กรอิสระ การทุจริตคอร์รัปชันและการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชันจะไม่เป็นกลาง แต่จะเป็นไปเพื่อประโยชน์ของพวกพ้องของตนเท่านั้น” นายจาตุรนต์ย้ำว่านี่คือสาเหตุที่ผู้สนับสนุนพรรคประชาชน “รับไม่ได้” จนเป็นภาระติดมาสำหรับพรรคประชาชนเข้าสู่การเลือกตั้งครั้งนี้
“บางโพลอ.เชน ชนะเท้งไปแล้ว จึงได้ข่าวว่าวันที่ 25 ม.ค. จะเชิญพิธากลับมาช่วยปราศรัย หวังว่าจะได้กระแสเหมือนคราวที่แล้ว ซึ่งจะมีผล 2 แบบคือ แบบที่ 1 ถ้าพิธามาแล้วก็ยังไม่เด่นกว่าเท้งเท่าไหร่ แสดงว่าพิธาแป้ก กับอีกแบบหนึ่งคือพิธามาแล้วเด่นมากเลย จนเท้งก็ด้อยลงไป คนก็จะบอกว่ารอพิธาเป็นนายกอีก 7–8 ปีข้างหน้า ส่วนเท้งตอนนี้รอไปก่อน”
ในประเด็นการจุดกระแส “มีส้มไม่มีเทา” นายจาตุรนต์ชี้ว่าเป็นแค่วาทกรรมทางการเมือง และเป็นเพียงทางลัดในนาทีสุดท้าย แต่การแบ่งฝ่ายว่าพรรคอื่นเทากลับไม่มีหลักเกณฑ์ชัดเจน แค่มีนักการเมืองบางพรรคไปถ่ายรูปกับใครก็บอกว่าเทากันไปหมด “จนเมื่อผู้สมัครพรรคตนเองโดนจับกุม ซึ่งในความเป็นจริงหากคดียังไม่ถึงที่สุด เราบอกว่าเขาผิดเลยก็ไม่ได้ แต่พรรคประชาชนให้เอาออกไปและบอกอย่างภูมิใจว่าพรรคตนเองได้เอาผู้สมัครเหล่านั้นออก แต่มันก็ได้ทำให้คนเข้าใจแล้วว่ามีส้มก็มีเทา”
นายจาตุรนต์ กล่าวว่า นี่คือสาเหตุที่ทำให้ “มีส้มไม่มีเทาจุดไม่ติด” และทำให้พรรคประชาชนมัวแต่ต้องใช้เวลาแก้ตัวกับประเด็นที่ตนจุดไว้เอง จนไม่มีเวลามาอธิบายนโยบายต่าง ๆ ทั้งที่ประเทศไทยจำเป็นต้องแก้ปัญหาใหญ่ ๆ หลายด้านที่ไม่ใช่แค่ปัญหาทุนเทาคอร์รัปชัน สุดท้ายการเลือกตั้งครั้งนี้การแข่งขันทางนโยบายจึงลดลงอย่างน่าเสียดาย คนที่เสียประโยชน์ที่สุดคือประชาชน
“ย้อนไปคราวก่อนพรรคก้าวไกลได้คะแนนเป็นอันดับ 1 พรรคอื่น ๆ เขาบอกว่าไม่จับมือกับพรรคก้าวไกล คราวนี้พรรคประชาชนแนวโน้มจะไม่ได้อันดับ 1 เพราะเป็นแบบนี้มันไม่ปังสักอย่าง แต่กลับเป็นพรรคการเมืองที่ประกาศไม่ร่วมกับพรรคนั้นพรรคนี้ ไม่จับกับคนนั้นคนนี้มากที่สุด แล้วแบบนี้จะเป็นแกนนำจะตั้งรัฐบาลได้อย่างไร จะเป็นนายกรัฐมนตรีได้อย่างไร มีแต่บอกว่าไม่จับใคร”
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS