จตุพร เผย โครงการหากิน ยกที่ดินให้ทุนต่างชาติ ติงอยากขึ้น VAT ก็ลองดู
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่า เหตุการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้คนไทยยังปลุกปั่น กล่าวหาการแบ่งแยกดินแดนกันอย่างสนุกสนาน โดยไม่คิดถึงสถานการณ์ต่างๆ ให้ลึก เพื่อปกป้องชาติบ้านเมืองเอาไว้
ดังนั้น การปลุกปั่นอย่างมันมือย่อมทำให้ละเลงความไม่สงบเกิดขึ้นกับพื้นที่นี้กันอีกรอบหนึ่ง นอกจากนี้ ต้องไม่ลืมว่า เครื่องบินรบ F-35 ของสิงคโปร์จอดอยู่ในไทย และสหรัฐพร้อมใช้ได้ทุกเมื่อ สิ่งนี้จึงเป็นอีกสถานการณ์ที่จะบีบรัดเชื่อมโยงให้ความมั่นคงของไทยมีความเปราะบางมาก
นอกจากนี้ ความเปราะบางยังอยู่รายรอบไทยและถูกปิดล้อมด้วยความขัดแย้งของประเทศเพื่อนบ้าน เพราะมีชุมชนต่างชาติอพยพหนีสงครามมาอยู่ในพื้นที่ไทย จนถนนถูกเรียกเป็นเส้นทางของแต่ละชนชาติไป ขณะที่ชุมชนยิวถ้ามาอยู่กันมากแล้ว ไม่รู้ไทยจะเอาสถานการณ์กันอยู่ได้จริงหรือไม่ เมื่อไทยไม่ได้คิดวิธีจัดการตัดไฟแต่ต้นลม
ส่วนการเจรจาระหว่างสหรัฐ-อิหร่านนั้น คงมีโอกาสเกิดขึ้นยากมาก เพราะสงครามยังไม่จบ หากเจรจาโดยสหรัฐต้องการปลดอาวุธนิวเคลียร์ อิหร่านคงไม่ยอมแน่ เนื่องจากไม่มีความไว้เนื้อเชื่อใจสหรัฐและกลัวถูกหักหลังจนถูกโจมตีทิ้งบอมบ์ฆ่าผู้นำอิหร่านมาแล้ว
“ขณะนี้ แทบทุกเรื่องไทยไม่อยู่ในสถานการณ์จะรับมืออย่างเป็นเรื่องเป็นราว ถ้า 3 จังหวัดชายแดนใต้มีปัญหา แล้วฝั่งพม่าก็มีปัญหา จึงหวังว่า รัฐบาลควรจัดการทุกเรื่องอย่างเท่าทัน และควรดับไฟ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเร็ว เพราะจากเรื่องไม่เป็นเรื่อง แต่ถูกปั่นจนจะเป็นเรื่องแล้ว เมื่อพื้นที่นี้เป็นขุมทองของคนได้ประโยชน์ จึงไม่อยากให้เลิก และยังต้องช่วยกันทำมาหากินกับงบประมาณ”
พร้อมกับกล่าวถึงราคาน้ำมันว่า รัฐบาลพยายามทำให้ราคาขึ้น-ลงด้วยลีลาวูบวาบ โดยไม่ไปรื้อโครงสร้างพลังงานกันใหม่ ย่อมทำให้เกิดความเสียหายอยู่ดี แล้วมาถูกซ้ำเติมปัญหาโครงการแลนด์บริดจ์ เกิดทุนบุกรุกที่ดินป่าสงวน ออกเอกสารสิทธิ์ผิดกฎหมาย ซึ่งจะได้ทั้งการตัดไม้ ได้ที่ดิน ดังนั้น จึงเป็นโครงการที่มากับหายนะของประเทศ และจะเกิดประเทศใหม่ทั้งพื้นที่สองฝั่งตั้งแต่ชุมพรเรื่อยไปถึงระนอง พร้อมกับได้ทางออกทะเลด้วย
นอกจากนี้ยังจะมีโครงการขุดคลองเชื่อมทางออกทะเลด้วย แต่สภาพประเทศไทยมีปัญหากันมากในขณะนี้จึงไม่ควรทำ แม้การขุดคลองไม่เสียพื้นที่ก็ตาม แต่โครงการแลนด์บริดจ์เป็นการเสียพื้นที่ให้ต่างชาติเช่า 99 ปี จึงควรมีสติและต้องกังวลกับความมั่นคงของประเทศด้วย
นายจตุพร กล่าวว่า ไทยควรหยุดโครงการที่จะขายสมบัติชาติ ขายรายได้ให้เอกชนและทุนต่างชาติเสียที ที่ผ่านมาถ้าไม่แปรรูป ปตท. ไทยคงไม่ต้องเจอกับปัญหาราคาน้ำมันแพง รวมถึงองค์การโทรศัพท์ด้วยที่เละเทะไม่มีชิ้นดีกันในขณะนี้
“ผมว่า ไม่เกิน 2-3 เดือนจะเห็นสถานการณ์ที่บีบไทยมารอบทิศทาง จึงหวังให้รัฐบาลตั้งสติกันแต่ละเรื่องราว และสร้างความรู้สึกให้คนในชาติร่วมมือกันในการต่อต้านปัญหาต่างๆ ไม่ว่ากรณีอิสราเอล รวมทั้งต้องไม่ยอมให้สหรัฐใช้ผืนดินไทยเป็นจุดพัก ขนาดมีฐานทัพยังทิ้งไทยไปก็เกิดขึ้นมาแล้ว”
อีกทั้งกล่าวว่า สหรัฐยังใช้วิธีการเดิมๆ ในการปลุกปั่นให้นักศึกษาแต่ละประเทศประท้วง แล้วยัดข้อกล่าวหาผู้นำประเทศนั้น จากนั้นส่งกำลังเข้ายึดประเทศ ไม่ว่าจะเป็นลิเบีย เมื่อสหรัฐสูบน้ำมันเสร็จ ลิเบียก็แตกแยก ส่วนอีรัคก็ยัดข้อกล่าวหาก่อน แล้วสหรัฐอ้างไปสร้างความชอบธรรมให้เกิดขึ้น แต่กับอิหร่านก็ทำแบบเดียวกัน ด้วยตำราเดียวกัน ซึ่งไม่สำเร็จ เพราะอิหร่านจัดการภายในกันได้
นายจตุพร กล่าวถึงการจะขึ้นแวตเป็น 10% ว่า ภายใต้ประชาชนมีภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้น รัฐบาลจะเสี่ยงกับการขึ้นแวตแล้ว ก็หาความสำราญกันเลย ซึ่งไม่ง่ายเลยในช่วงที่คนลำบากเช่นนี้ แค่บอกจะขึ้นแวต แต่ราคาสินค้าก็ขึ้นล่วงหน้าไปแล้ว ยิ่งทำให้ประชาชนรับภาระเพิ่มไปอีก
“แทนที่รัฐบาลจะไปลดรายได้ของนายทุน กลับจะมาเอากับชาวบ้าน ดังนั้น เชื่อว่า ภายใต้สถานการณ์นี้ รัฐบาลยังไม่กล้าขึ้นหรอก แต่เอาเถอะจะขึ้นก็ลองขึ้นสิ สมัยก่อนขึ้นค่ารถเมล์ 25 สตางค์ รัฐมนตรียังอยู่ไม่ได้เลย”
ประเทศไทยต้องมาก่อน
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS