ธรรมนัส แซะ คนที่มาจากการเลือกตั้งย่อมต้องการชนะเลือกตั้ง บางคนไม่ได้มาจากการเลือกตั้งกลับอยากเป็นรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมกรรมการบริหารและว่าที่ สส.พรรคกล้าธรรม ว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการทำความเข้าใจกับว่าที่ สส. หลังการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยพรรคส่งผู้สมัครและได้รับการเลือกตั้งเป็น สส.เขต 56 ราย และปาร์ตี้ลิสต์ 2 ราย พร้อมขอบคุณประชาชนที่ให้ความไว้วางใจ
ร.อ.ธรรมนัส เปิดเผยว่า พรรคได้แสดงความยินดีกับว่าที่ สส.ทั้งหมด พร้อมชี้แจงว่าเดิมคาดหวังคะแนนมากกว่านี้ โดยแบ่งเป็นแถว 1 จำนวน 56 ราย แถว 2 จำนวน 45 ราย และแถว 3 จำนวน 20 ราย รวมทั้งสิ้น 131 ราย ทั้งนี้หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลการเลือกตั้งแล้ว ว่าที่ สส.ต้องเตรียมรายงานตัว ชี้แจงค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง และแสดงบัญชีทรัพย์สินตามขั้นตอนกฎหมาย
ส่วนทิศทางการร่วมรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส ย้ำชัดว่า ต้องรอการรับรองผลเลือกตั้งจาก กกต.ก่อน จึงจะหารือร่วมกันระหว่างว่าที่ สส. และกรรมการบริหารพรรคเพื่อกำหนดจุดยืน โดยยืนยันว่าทุกอย่างต้องเป็นมติร่วม ไม่ใช่การตัดสินใจเพียงคนเดียว
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวด้วยว่า ตั้งแต่ปี 2562 ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่อเนื่องในปี 2566 และปลายปี 2567 ได้รับการเสนอชื่อเป็นรองนายกรัฐมนตรีควบ รมว.เกษตรฯ ยืนยันว่าพร้อมให้ตรวจสอบในทุกกรณี และพร้อมรับผลที่จะเกิดขึ้น
เมื่อถูกถามถึงแรงกดดันทางการเมือง ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า พรรคไม่กลัวการถูกบีบ หากใครบีบก็พร้อมตอบโต้ การเมืองไม่มีคำว่าสวยงาม พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ขณะนี้สังคมให้ความสนใจกับการจัดตั้งรัฐบาลมากเกินไป แต่กลับละเลยที่มาของการเป็นนักการเมืองซึ่งมาจากการเลือกตั้ง พร้อมเปรียบเปรยว่า “ตอนรักกัน น้ำต้มผักก็ว่าหวาน” และชี้ว่า คนที่มาจากการเลือกตั้งย่อมต้องการชนะการเลือกตั้ง ขณะที่บางคนที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งกลับอยากเป็นรัฐบาล
ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวด้วยว่า “ในชีวิตผมไม่เคยทะเลาะกับใครก่อน แต่ถ้าใครทะเลาะกับผมก็กลับไปฝันร้าย” อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าพรรคไม่ต้องการมีปัญหากับใคร
สำหรับประเด็นเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ผู้ที่จะมานั่งตำแหน่งนี้ต้องลงมือทำงานจริง ไม่ใช่นั่งอยู่ในห้องแอร์อย่างเดียว โดยเฉพาะการเจรจาขายสินค้าเกษตรในต่างประเทศ ซึ่งต้องอาศัยความรู้เชิงเทคนิคและการประสานงานหลายฝ่าย ไม่ใช่หน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์เพียงอย่างเดียว
“สินค้าเกษตรเป็นสินค้าเทคนิค ต้องใช้ทูตเกษตรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นปศุสัตว์ ประมง หรือพืช มาชี้แจงรายละเอียด กว่าจะเจรจาสำเร็จไม่ใช่เรื่องง่าย” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว พร้อมย้ำว่าไม่ต้องการให้กระทรวงเกษตรฯ เกิดสุญญากาศทางการเมือง เพราะงานต้องเดินหน้าต่อเนื่อง มิฉะนั้นพี่น้องเกษตรกรจะได้รับผลกระทบโดยตรง
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS