Connect with us

News

นายกฯ เลือกโหนกระแสชาตินิยม หวัง! ปกป้องคะแนนนิยมตัวเอง กลบเกลื่อนจัดการปัญหาสแกมเมอร์ขบวนการฟอกเงิน

Published

on

เท้ง ณัฐพงษ์ เผย โลกล้อมกัมพูชาคือยุทธศาสตร์ที่ถูกต้อง นายกฯ ต้องยึดผลประโยชน์ชาติ มากกว่าโหนกระแสชาตินิยม

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ระบุว่า กรณีท่าทีของรัฐบาลในการจัดการสถานการณ์ความขัดแย้งล่าสุดระหว่างไทยและกัมพูชา หลังเหตุการณ์เหยียบทุ่นระเบิดของทหารไทยและการปะทะระหว่างทั้งสองฝ่าย ผมขอแสดงความเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับ จ.ส.อ.เทิดศักดิ์ สมาพงษ์ จากเหตุการณ์เหยียบทุ่นระเบิดที่ผ่านมา และขอประณามทุกการกระทำที่เป็นการลักลอบวางระเบิดสังหารบุคคลใหม่ ซึ่งเป็นการละเมิดข้อตกลงระหว่างประเทศ และข้อตกลงสันติภาพระหว่างไทยและกัมพูชาในหลายประการ


อย่างไรก็ตาม เมื่อคืนกลางดึกที่ผ่านมาได้มีรายงานข่าวจากสำนักข่าวเบอนามา ซึ่งเป็นสื่อหลักของประเทศมาเลเซีย ถึงการให้สัมภาษณ์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของมาเลเซีย ว่ายังคงเชื่อมั่นและหวังว่าการพูดคุยสันติภาพระหว่างไทยและกัมพูชาจะยังคงเดินหน้าต่อไป
การแสดงท่าทีของนายกรัฐมนตรีว่าไทยจะไม่สนใจข้อตกลงสันติภาพนี้อีกต่อไปแล้ว หลังเกิดเหตุระเบิดขึ้นในวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ผมมีความกังวลเป็นอย่างยิ่งว่าเป็นท่าทีที่ขาดความละเอียดรอบคอบ อาจทำให้ประเทศไทยตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เพราะไทยกลายเป็นฝ่ายด่วนประกาศระงับข้อตกลงสันติภาพนี้เสียเอง แทนที่จะใช้โอกาสนี้ในการตอกย้ำถึงพฤติกรรมที่ชั่วร้ายของกัมพูชา และขอระดมความร่วมมือจากทั่วโลกในการกดดันกัมพูชาอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเก็บกู้ทุ่นระเบิดและการปราบปรามสแกมเมอร์


การที่กัมพูชาวางทุ่นระเบิดสังหารใหม่จนทำให้ทหารไทยเสียขาเป็นพฤติกรรมที่ร้ายแรง คุกคามต่อสันติภาพระหว่างสองประเทศ เป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ แต่แทนที่จะประกาศฉีกสัญญาสันติภาพนี้เสียเอง นายกรัฐมนตรีควรแสดงออกด้วยการต่อสายตรงถึงตัวแทนจากประเทศต่างๆ เช่น มาเลเซีย ให้ทราบถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น หรือการต่อสายตรงถึงผู้นำสหรัฐอเมริกา ในฐานะสักขีพยานข้อตกลงสันติภาพนี้ เพื่อขอให้สหรัฐอเมริกาพิจารณาตัดความร่วมมือทางการทหารต่อกัมพูชา รวมถึงการใช้มาตรการกดดันอื่นๆ เช่น มาตรการทางภาษีเพื่อทำให้กัมพูชายุติพฤติกรรมที่ชั่วร้ายเหล่านี้ในทันที


จากท่าทีของนายกรัฐมนตรีในตอนนี้ ผมมีข้อกังวลเป็นอย่างยิ่งว่าจะทำให้ประเทศไทยตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ผู้สังเกตการณ์อาเซียนและนานาประเทศยังรับทราบข้อมูลไม่ตรงกับทางการไทย โดยสิ่งที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นฝ่ายเสียเปรียบประกอบด้วย 4 ประการหลัก คือ


1) ประเทศไทยเป็นฝ่ายประกาศระงับข้อตกลงสันติภาพนี้ก่อน ซึ่งเป็นข้อตกลงที่กำลังทำให้กัมพูชาเสียเปรียบประเทศไทยทุกประตู ไม่ว่าจะเป็นการเก็บกู้ทุ่นระเบิด รวมถึงการปราบปรามสแกมเมอร์


2) แทนที่ประเทศไทยจะเป็นฝ่ายแจ้งสหรัฐอเมริกาและมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียนก่อนถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แต่นายกรัฐมนตรีกลับปล่อยปละละเลยเวลาให้ผ่านออกไป จนกลายเป็นรัฐบาลสหรัฐอเมริกาและมาเลเซียเองที่แสดงบทบาทเตือนทั้งไทยและกัมพูชาก่อนเองว่าอย่าละเมิดข้อตกลงสันติภาพ


3) สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลา 4 วันนี้ กัมพูชาได้อาศัยการแสดงท่าทีของนายกรัฐมนตรีไทยในการกลับไปเล่นบทบาทเดิม นั่นคือการปฏิบัติการยั่วยุและการสร้างข่าวเพื่อสร้างความเกลียดชังในเวทีโลก โดยใช้โครงเรื่องเดิมที่กัมพูชาทำมาโดยตลอด คือการเล่นบทเหยื่อและสร้างภาพว่าประเทศไทยกำลังรังแกประเทศที่ด้อยกว่า


4) กัมพูชามีที่ยืนในเวทีโลกเพิ่มขึ้นจากการแสดงท่าทีของนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมาจากการเล่นบทเหยื่อ ทั้งที่ก่อนหน้านี้กัมพูชากำลังตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบประเทศไทยทุกประตู โลกกำลังล้อมกัมพูชาในเรื่องการปราบสแกมเมอร์ ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่กำลังหล่อเลี้ยงรัฐบาลฮุนเซน


ขณะที่ฮุนเซนกำลังเข้าตาจน ถูกโลกล้อมด้วยประเด็นสแกมเมอร์ การแสดงท่าทีของนายกรัฐมนตรีกำลังทำให้สังคมถูกเบี่ยงเบนความสนใจออกจากปัญหาดังกล่าว

ซึ่งรัฐบาลกำลังถูกตั้งคำถามว่าทำไมจึงไม่จัดการกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง ผนวกกับก่อนหน้านี้มีกรณีที่บุคคลในคณะรัฐมนตรี เช่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ที่ประกาศลาออกลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งนายกรัฐมนตรีเองก็ได้พูดต่อสาธารณะว่าเป็นคนร้องขอให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังออกจากตำแหน่งเอง แต่นายกรัฐมนตรีกลับปล่อยปละละเลย ไม่ได้ร้องขอบุคคลอื่นๆ อย่างเช่นรองนายกรัฐมนตรี ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่อาจมีความเกี่ยวโยงกับกลุ่มทุนเทาต่างๆ


เมื่อเกิดกรณีเกี่ยวกับทุ่นระเบิดขึ้น แทนที่นายกรัฐมนตรีจะเร่งดำเนินการในปฏิบัติการให้โลกล้อมกัมพูชา ทั้งการละเมิดสัญญาสันติภาพและการผนึกกำลังกับนานาชาติในการปราบปรามสแกมเมอร์ ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยได้เปรียบกัมพูชาในทุกประตู ทั้งในเรื่องความมั่นคงชายแดนและการปราบปรามทุนสีเทา นายกรัฐมนตรีกลับเลือกโหนกระแสชาตินิยมเพื่อปกป้องคะแนนนิยมของตัวเอง และกลบเกลื่อนการจัดการปัญหาสแกมเมอร์และขบวนการฟอกเงินที่กำลังกระทบรัฐบาลในขณะนี้


หากรัฐบาลยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นที่ตั้ง ยังมีอีกหลายมาตรการที่รัฐบาลสามารถดำเนินการได้เพื่อจัดการปัญหาไทย-กัมพูชา หยุดการคุกคามสันติภาพและความมั่นคงของไทยอย่างเด็ดขาด แทนการออกมาประกาศว่าพร้อมที่จะฉีกข้อตกลงสันติภาพนี้ คือ


1) การพูดคุยโดยตรงกับผู้นำสหรัฐอเมริกาและจีน ให้พิจารณาตัดการสนับสนุนทางการทหารและเศรษฐกิจต่อกัมพูชา เพื่อจบปัญหาสแกมเมอร์อันเป็นภัยต่อประชาชนทั้งโลก รวมถึงจีนและสหรัฐอเมริกา


2) ไทยควรตั้งผู้แทนพิเศษ (Special Envoy) เพื่อเป็นศูนย์กลางในการประสานงานกับนานาชาติในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสานงานด้านการปราบปรามสแกมเมอร์ เช่นเดียวกับการพิจารณาเข้าร่วมเป็นสมาชิกของ International Anti-Corruption Coordination Centre (IACCC) เพื่อประสานให้ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้ามาร่วมสืบสวนในกรณีดังกล่าวในประเทศไทยได้


3) สิ่งที่รัฐบาลไทยสามารถดำเนินการได้ทันทีคือการอายัดทรัพย์และสืบเส้นเงินเครือข่ายสแกมเมอร์ในประเทศไทย เพื่อสาวถึงต้นตอของผู้บงการ ไม่ใช่การจับเพียงปลาตัวเล็กตัวน้อยเพื่อรักษาภาพของรัฐบาลต่อไปอย่างเดียวเท่านั้น สิ่งที่ไทยต้องการตอนนี้คือการรักษาความน่าเชื่อถือของประเทศว่าไม่ใช่แหล่งฟอกเงินหรือแหล่งทุนเทา ที่เป็นปัญหาหลอกลวงคนทั่วโลกอยู่ในปัจจุบัน
ประเทศไทยในวันนี้ตกอยู่ในความเสี่ยงหลายประการ

จากการแก้ไขปัญหากัมพูชาที่รัฐบาลไม่ได้สนใจผลประโยชน์ของชาติเป็นตัวตั้ง แต่ยึดคะแนนนิยมการเมืองเป็นที่ตั้ง ไทยตกเป็นจำเลยว่ากำลังเป็นแหล่งฟอกเงินให้กับสแกมเมอร์ ตกเป็นจำเลยสงครามข่าวของกัมพูชาว่าไทยกำลังรังแกประเทศเล็ก ให้ข้อมูลทุ่นระเบิดที่ไม่ตรงกับผู้สังเกตการณ์นานาชาติ และเสี่ยงถูกทุนเทาเข้ายึดประเทศผ่านการฟอกเงินมาทำธุรกิจในประเทศไทย การติดสินบนข้าราชการ ไม่เว้นแม้แต่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของตำรวจ และผ่านการสนับสนุนเงินให้บรรดานักการเมืองที่มีอำนาจกำหนดนโยบายในระดับประเทศ


ประเทศไทยในปัจจุบันต้องการนายกรัฐมนตรีที่แสดงออกอย่างมีวุฒิภาวะ ตอบโต้อย่างมีสติและได้สัดส่วน และยึดถือผลประโยชน์ของประเทศเป็นตัวตั้งมากกว่าการรักษาคะแนนความนิยมของตัวเอง ขอเรียกร้องดึงสตินายกรัฐมนตรีให้กลับมา และเร่งดำเนินการทั้ง 3 มาตรการข้างต้นในทันที

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Advertisement QK6ZtN.png

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: