Connect with us

Politics

“พนิต” เตือน ส.ส. อย่ายกมือโหวตเพราะกล้วย

Avatar

Published

on

“พนิต” ประกาชัด! ไม่ยกมือโหวต รมต. บริหารเศรษฐกิจล้มเหลว ปล่อยให้เกิดทุจริต

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟชบุ๊กส่วนตัว เรื่อง โหวตเพื่ออนาคตชาติ อย่ายกมือเพราะกล้วย โดยระบุว่า ช่วงก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจระหว่างวันที่ 19-22 ก.ค. และจะมีการลงมติกันในวันเสาร์ที่ 23 ก.ค.นี้ มีกระแสข่าวเรื่องการล็อบบี้โดยมีข้อแลกเปลี่ยนอะไรกันต่างๆ นานา เพื่อรวบรวมเสียงให้ฝั่งตัวเอง ไม่ว่าจากทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล

สำหรับผมแล้ว การอภิปรายไม่ไว้วางใจถือเป็นกลไกตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญ เป็นเวทีที่ให้ ส.ส.ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ว่าล้มเหลว หรือมีเรื่องทุจริตไม่ชอบมาพากลอะไรหรือไม่ ขณะที่การตัดสินใจว่าจะยกมือไว้วางใจ หรือไม่ไว้วางใจให้กับนายกฯ หรือรัฐมนตรีคนใด ถือเป็นดุลพินิจของ ส.ส.แต่ละคน เพราะผู้แทนทุกคนมีเอกสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ไม่ต้องอยู่ภายใต้การครอบงำของใคร

ส่วนเรื่องการลงมติไปในทิศทางใดนั้น ผมเห็นว่า ส.ส.แต่ละท่าน ไม่ควรรีบสรุปว่าลงมตินายกฯ หรือ รัฐมนตรีคนใด ตั้งแต่ยังไม่เห็นข้อมูลเอกสารหลักฐานของฝ่ายค้าน หรือแม้แต่คำชี้แจงของรัฐมนตรี เพราะมันเป็นการทำให้ประชาชนสิ้นหวังกับกลไกตรวจสอบดังกล่าว เราควรรอดูข้อมูลจากฝ่ายค้านเสียก่อนว่า มีน้ำหนักเพียงใด และรัฐมนตรีแต่ละคนสามารถชี้แจงข้อกล่าวหาได้หรือไม่ แล้วจึงมาตัดสินใจว่าจะโหวตอย่างไร อย่าใช้ความเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล หรือเกมการเมือง มาเป็นหลักในการตัดสินใจอย่างเดียว โดยไม่ได้สนข้อมูลใดๆ เพราะหากมีการบริหารล้มเหลว และส่อเค้าทุจริตคอร์รัปชั่น มันเท่ากับเราหลับหูหลับตาให้กับสิ่งเหล่านี้ ไม่ต่างอะไรกับการส่งเสริมให้คนพวกนี้กระทำผิดโดยที่ไม่มีใครทำอะไรได้

ในส่วนของผมยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะโหวตให้ใครอะไร อย่างไร แม้จะมีหลายฝ่ายพยายามเข้ามาล็อบบี้ขอคะแนนเสียง แต่หลักการของผมคือ จะไม่มีทางโหวตไว้วางใจให้กับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนในโครงการต่าง ๆ ทั้งที่มีการเผยแพร่หลักฐานออกมาก่อนหน้าการอภิปรายและระหว่างการอภิปราย เรื่องความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เป็นอีกเรื่องที่จะไม่ยอมปล่อยผ่านเช่นเดียวกัน เพราะมันเท่ากับหลิ่วตาให้พี่น้องประชาชนต้องทนทุกข์ต่อไป รวมทั้งไม่ก้มหน้าก้มตายกมือไว้วางใจให้กับคนที่ถูกมองว่าเป็นผู้สร้างปัญหาให้ประเทศ

การปล่อยให้ชาวบ้านรับภาระค่าครองครองชีพที่สูงขึ้น ทั้งราคาน้ำมัน ทั้งราคาสินค้าอุปโภคบริโภคตลอดจนนโยบายที่เป็นการเพิ่มภาระและซ้ำเติมประชาชน และมันไม่เห็นวี่แววแห่งการฟื้นตัว โดยสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ปรับคาดการณ์จีดีพีทั้งปี 2565 ลงจากระดับ 3.5 – 4.5% เหลือ 2.5 – 3.5% หรือค่ากลางที่ 3 % ขณะที่การฟื้นตัวของไทย ยังช้าเป็นอันดับท้ายๆ ของภูมิภาคอาเซียน โดยฟิลิปปินส์อยู่ที่ 8.3% เวียดนาม 5.03% อินโดนีเซีย 5.01% มาเลเซีย 5% สิงคโปร์ 3.4%

ในขณะที่เราอยู่ที่ 2.2% ในส่วนของเงินเฟ้อของไทยเดือน เดือน พ.ค.อยู่ที่ 7.10% ถือเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในรอบ 13 ปี จำนวนหนี้สินเฉลี่ยของครัวเรือนในปี 2564 อยู่ที่ 205,679 บาท เพิ่มขึ้น 25.4% เมื่อเทียบกับหนี้สินเฉลี่ยต่อครัวเรือนที่ 164,005 บาท ในปี 2562 ขณะที่ตัวเลขหนี้สาธารณะของไทย มีการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จนเลขหนี้ทะลุ 60% ของจีดีพี ซึ่งถือว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ประเทศศรีลังกาเป็นกรณีศึกษาที่เราควรตระหนัก หากเรายังดื้อดึงจะเดินในแนวเดิมๆ ต่อ อย่าคิดว่าจุดจบจะเป็นแบบนั้นไม่ได้ 3 ปีผ่านไป ประชาชนหมดความศรัทธากับพวกเรา การอภิปรายครั้งนี้พวกเขาจับตาและจะพิสูจน์ ส.ส.แต่ละคนว่า จะยกมือเพื่ออนาคตของชาติ หรือจะยกมือเพราะกล้วย เพราะโดนครอบงำ ผมว่า มันหมดเวลาแล้วที่ ส.ส.จะเล่นเกมการเมือง ไม่ว่าสังกัดพรรคไหน และมันถึงเวลาแล้วที่เราต้องโหวตจากจิตสำนึกความเป็นผู้แทนราษฎรที่เป็นตัวแทนประชาชน ไม่ว่ารัฐมนตรีท่านใดจะเป็น “คนดี” ขนาดไหน หากบริหารเศรษฐกิจประเทศล้มเหลว และยังปล่อยให้มีเรื่องทุจริตผมจะไม่ยกมือให้

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Advertisement QK6ZtN.png

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: