Connect with us

Politics

ปม ลอบสังหาร สส.เรื่องชักใหญ่! เตรียมส่งเรื่องไปสหรัฐอเมริกาให้ช่วย !!

Published

on

รังสิมันต์โรม ชี้ สอบพิรุธคดีลอบสังหาร สส.กมลศักดิ์ เจออุปสรรคเพียบ พยานไม่กล้าให้ข้อมูล ชงส่งหนังสือถามรัฐบาลสหรัฐฯ ปมอาวุธปืนหลวงโผล่โยงคดี

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายรังสิมันต์ โรม ดำรงตำแหน่ง ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า…

วันที่ (17 มิถุนายน 2569) ผมทำหน้าที่ประธานกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร มีวาระพิจารณาศึกษาและติดตามตรวจสอบการอำนวยความยุติธรรม กรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ และผู้ติดตาม

สำหรับความคืบหน้าหลังการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 10 หน่วยงาน เพื่อสืบข้อเท็จจริงกรณีความพยายามลอบสังหาร นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.พรรคประชาชาติ ต้องบอกว่าคดีนี้ เต็มไปด้วยข้อสงสัยและอุปสรรคในการแสวงหาข้อเท็จจริงเพื่อสาวไปถึงตัวผู้บงการ

ประเด็นสำคัญที่มีการพิจารณามี 3 เรื่องหลัก คือ เรื่องอาวุธปืน ข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ และเส้นทางทางการเงิน ซึ่งในส่วนของอาวุธปืนนั้น ทางตำรวจยืนยันว่ามีอย่างน้อย 1 กระบอกที่เป็นของกองทัพเรือ แต่ทางกองทัพเรือกลับชี้แจงขัดแย้งกันว่าปืนกระบอกดังกล่าวได้ถูกทำลายด้วยการฝังกลบไปแล้ว จุดนี้แสดงให้เห็นถึงเงื่อนงำและความไม่ชอบมาพากลอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ ยังมีรายงานข้อมูลที่น่ากังวลว่า มีบุคคลระดับบิ๊กในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าไปมีพฤติกรรมกดดันจนทำให้พยานบางปากเกิดความหวาดกลัวและไม่กล้าเข้ามาให้ข้อมูลกับทางกรรมาธิการฯ

“มีข้อข้อมูลว่ามี ‘บิ๊ก’ ในจังหวัด ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ไปทำให้พยานบางคนไม่กล้ามาให้ข้อมูล ซึ่งแน่นอนว่าโดยภาพรวมวันนี้เราก็ต้องยอมรับว่า ข้อมูลที่มันได้ออกมา มันยังไม่เพียงพอต่อการที่จะสรุปไปในทางใดทางหนึ่ง มันเต็มไปด้วยความสงสัย”

คณะกรรมาธิการฯ ยังตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล โดยพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอข้อมูลเบอร์โทรศัพท์จากผู้ให้บริการทุกเครือข่ายไปมากกว่า 2 ล้านเลขหมาย โดยอ้างอำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่หัวหน้าชุดสืบสอบสวน ซึ่งเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 กลับไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการคลี่คลายคดีได้ จึงเกิดคำถามว่ามีการนำข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมหาศาลดังกล่าวไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใดกันแน่?

เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจอย่างยิ่งที่คดีลอบสังหารสมาชิกรัฐสภาเช่นนี้ กลับต้องเผชิญกับอุปสรรคและความยากลำบากในทุกขั้นตอน ทั้งที่ควรจะได้รับความร่วมมือและการตอบสนองอย่างรวดเร็วจากกระบวนการยุติธรรม ซึ่งหลังจากนี้ทางกรรมาธิการฯ จะยังคงเดินหน้าตรวจสอบอย่างเข้มข้นเพื่อนำตัวผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังมาลงโทษให้ได้

นอกจากนี้ พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง ในฐานะกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯ เสนอในที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯ ให้มีการทำหนังสือราชการอย่างเป็นทางการส่งถึงรัฐบาลสหรัฐอเมริกา และสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย เพื่อขอข้อมูลและตรวจสอบกรณีอาวุธปืนของรัฐบาลสหรัฐฯ ตกไปอยู่ในมือของขบวนการผิดกฎหมาย

พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง ได้กล่าวในที่ประชุมว่า เรื่องดังกล่าวถือเป็นประเด็นสำคัญและเป็นเรื่องใหญ่สำหรับรัฐบาลสหรัฐอเมริกา เนื่องจากเป็นอาวุธปืนที่ทางรัฐบาลสหรัฐฯ จัดสรรหรือมอบให้กับรัฐบาลไทย แต่กลับมีรายงานว่าถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมายหรือตกไปอยู่กับ “ขบวนการ” จึงเห็นควรที่คณะกรรมาธิการฯ จะต้องร่วมกันสืบหาข้อเท็จจริงจากต้นตอ

“ช่วยทำหนังสือไปถึงรัฐบาลอเมริกา โดยเฉพาะสถานทูตฯ ว่า เพราะอันนี้เป็นเรื่องใหญ่มากของรัฐบาลอเมริกาว่า ปืนของรัฐบาลให้มากับรัฐบาลไทย แล้วทำไมมาอยู่กับขบวนการฯ ดังนั้นเราควรถามไปที่ต้นตอ”

ผมขอยืนยันกับพี่น้องประชาชน ว่าเรื่องนี้ไม่ได้มีความสำคัญเพราะว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถูกลอบยิง แต่มันหมายถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนทุกคน ในในนามของประธานคณะกรรมาธิการฯ จะติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องครับ

#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: