ณัฐวุฒิ ชี้ เหตุที่ยุบสภาจึงไม่ใช่พรรคน้ำเงินคุยกับสว.ไม่ได้ แต่ที่จริงคือเขาคุยกันรู้เรื่อง จึงโหวตไปทางเดียวกัน
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ พรรคเพื่อไทย โพสต์ระบุว่า…
ดีล MOA ไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์การเมืองไทย จึงยังมีมุมแลกเปลี่ยนที่อยากบันทึกให้ปรากฏไว้
ไม่ใช่เรื่องซับซ้อนใดๆที่จะวิเคราะห์ว่า การแก้รัฐธรรมนูญตาม MOA จะไม่สำเร็จ หลายคนมองออก เชื่อว่าฝ่ายนำของพรรคสีส้มก็มองเห็น แต่เมื่อตัดสินใจก็ถือเป็นสิทธิ์ และเป็นความรับผิดชอบทางการเมืองของพรรคเอง
จัดปิกนิกขอโทษคือการแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองหรือไม่ กองเชียร์สีส้มยังมองต่างกันอยู่ บางส่วนรับได้บางส่วนไม่ยอมรับ ผมไม่ก้าวล่วง
ที่น่าคิดคือทำสิ่งนี้เพื่ออะไร
ถ้าบอกว่าเป็นการจับพรรคภูมิใจไทยกับสว.เปลือยกาย ผมว่าไม่น่าใช่ เห็นชัดเจนอยู่แล้วว่าเขาไม่แก้รัฐธรรมนูญตั้งแต่ต้น จะมีประโยชน์อะไรกับการจับชีเปลือยมาแก้ผ้า
บางคนบอกว่าอย่างน้อยก็ได้ทดลอง
ถ้าพรรคภูมิใจไทยเข้ามาแล้วไม่ดึงคดี ไม่ดูดส.ส. ไม่อนุมัติงบMotoGP ไม่ย้ายข้าราชการ ไม่จัดการน้ำท่วมล้มเหลว ฯลฯ นั่งเฝ้ารัฐธรรมนูญอย่างเดียว เมื่อไม่สำเร็จก็ยุบสภา จะเรียกว่าทดลองคงพอฟังได้ แต่ความจริงคือรัฐบาลนี้ทำทุกอย่าง ยกเว้นที่ตกลงกันไว้ใน MOA คำว่าทดลองจึงดูเลื่อนลอยเกินไป
ผลของการทดลองนี้คือการแบกพรรคภูมิใจไทยไปยืนหัวแถวฝ่ายอนุรักษ์นิยม เชื่อมโยงกับกลไกสว.และองค์กรอิสระ เพิ่มพลังดูดส.ส.เข้าพรรค และอาจถึงขั้นเป็นกระดานหกให้สีน้ำเงินได้ที่ 1 ในการเลือกตั้ง ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริง จะเท่ากับ MOA มีพลังมากกว่าการรัฐประหาร เพราะการยึดอำนาจ 2 ครั้งล่าสุด ไม่เคยทำให้พรรคฝ่ายอนุรักษ์นิยมได้อันดับ 1
ผมคิดว่าเป้าจริงๆคือการ Grand compromise เพราะการอธิบายเรื่องนี้ครั้งแรกเมื่อ 19 ก.ย. 68 ที่ม.ธรรมศาสตร์ โดยบุคคลสำคัญของพรรคส้ม ชี้ว่าเป็นการประเมินสถานการณ์ระยะใกล้ใน 2- 3 ปี ซึ่งพรรคนี้จะต้องไปถึง
เมื่อเอาแนวทางเดิมคือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง มาวางเรียงกับคำใหม่คือ Grand compromise ก็น่าสนใจมากว่า 2 คำนี้จะเดินไปในพรรคเดียวกันได้อย่างไร ในเมื่อ Grand compromise ต้องเริ่มต้นด้วยการยกบ้านเมืองให้ฝ่ายตรงข้ามแบบนี้
ยังมีเรื่องน่าสนใจด้วยว่า ในสนามเลือกตั้งพรรคสีส้มจะพูดเรื่องการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง หรือ Grand compromise และจะตอบคำถามเรื่องจับมือตั้งรัฐบาลกับสีน้ำเงินหลังเลือกตั้งอย่างไร เพราะจนถึงขณะนี้ดูจะถ้อยทีถนอมใจพรรคน้ำเงินอยู่มาก เสียงต่อว่าจากการถูกฉีก MOA ดังมาอย่างแผ่วเบาจากดาวสภาสีส้มทั้งหลาย
ส่วนพรรคสีน้ำเงินเขาเล่นตามสูตร ทุกยุคเมื่อฝ่ายอนุรักษ์นิยมรู้สึกได้ทีก็ขี่แพะไล่ อยู่ๆนายกฯหนูเรียกพรรคประชาชนว่าฝ่ายค้ำ ย้ำแล้วย้ำอีกจนผมยังตกใจ
คำอธิบายเรื่องรัฐธรรมนูญก็อ้างสว.ตามแผน ทั้งที่ร่างรัฐธรรมนูญนี้ผ่านวาระ 2 ได้ เพียงแค่ภูมิใจไทยโหวตตามสีส้มก็จบ อย่างน้อยมีเวลาให้หาเสียงสว.เพิ่มอีก 15 วันก่อนโหวตวาระ 3 ซึ่งเดิมผมอ่านว่าตกตอนนั้นเพราะได้เสียงสว.ไม่ถึง 1 ใน 3 ข้ออ้างเรื่องสว.ไม่เอาด้วยจะมีน้ำหนักขึ้น แต่นี่หักดิบลงมือตั้งแต่วาระ 2 แล้วน้ำเงินลอยตัวปล่อยให้คู่ดีล MOA รับหน้ากองเชียร์เอง
เหตุที่ยุบสภาจึงไม่ใช่พรรคน้ำเงินคุยกับสว.ไม่ได้ แต่ที่จริงคือเขาคุยกันรู้เรื่อง จึงโหวตไปทางเดียวกัน ฝ่ายสีส้มเห็นก็เลยบอกให้ยุบสภา น้ำเงินรีบยุบเพราะถ้าไม่ยุบก็รู้แน่ว่าพรรคสีแดงจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะการแก้รัฐธรรมนูญจะใช้เป็นตัวประกันไม่ได้อีกต่อไป
ดีลนี้เริ่มปรากฏต่อประชาชนตั้งแต่ 2 ก.ค. 68 วันที่หัวหน้าเท้งออกรายการกรรมกรข่าว(หาดูย้อนหลังจะเข้าใจ)ใครคุยกับใคร ตกลงกันที่ไหนผมไม่ทราบ แต่มั่นใจตลอดมาว่าจุดจบจะเป็นแบบวันนี้
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS