Connect with us

Politics

เงินขายหุ้นชินคอร์ปถูกยึดไปหมดแล้ว!! เปิดเหตุ ทักษิณ ต้องพึ่งศาลภาษีอากร

Published

on

ทักษิณ ฟ้องศาล ปมกรมสรรพากรยึดทรัพย์ซ้ำซ้อน เงินขายหุ้นชินคอร์ปถูกยึดไปหมดแล้ว


ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า ตามที่เป็นข่าวว่า ขณะนี้กรมสรรพากรดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์ของ อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร เพื่อนำไปชำระหนี้ภาษีจากการขายหุ้นบริษัทชินคอร์ปฯ ในปี 2549 ตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรที่ 68902568 วันที่ 14 สิงหาคม 2568 ที่วินิจฉัยสรุปว่า การประเมินภาษีโดยกรมสรรพากรชอบแล้วนั้น นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

ยืนยันว่า อดีตนายกฯทักษิณ มิได้มีเจตนาโต้แย้งหรือไม่เคารพคำพิพากษาอันถึงที่สุดดังกล่าวแต่อย่างใด แม้การที่คดีดังกล่าวศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การประเมินภาษีของกรมสรรพากรจากการที่ อดีตนายกฯทักษิณ ขายหุ้นบริษัทชินคอร์ปฯ 329,200,000 หุ้น ให้แก่กลุ่มเทมาเส็กไปในปี 2549 คิดเป็นเงิน 15,883,900,000 บาท ถือเป็นฐานเงินได้พึงประเมินที่ต้องนำมาคำนวณเพื่อชำระภาษีประจำปี 2549 ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นการประเมินที่ชอบด้วยกฎหมาย และอดีตนายกฯทักษิณต้องชำระภาษีสำหรับเงินได้ดังกล่าวก็ตาม



แต่ขอให้ทุกฝ่ายเข้าใจว่า เงินได้จำนวน 15,883,900,000 บาท ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเงินได้ที่ อดีตนายกฯทักษิณ ได้รับจากการขายหุ้นบริษัทชินคอร์ปฯ ทั้งหมด 1,419,490,150 หุ้น ซึ่งอดีตนายกฯทักษิณเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ และถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาเป็นคดีหมายเลขแดงที่ อม.1/2553 วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 ให้ตกเป็นของแผ่นดินทั้งสิ้นแล้ว

รวมเป็นเงิน 46,373,687,454.70 บาท จึงไม่มีเงินได้หรือประโยชน์อื่นใดที่อดีตนายกฯทักษิณได้รับจากการขายหุ้นบริษัทชินคอร์ปฯ คงเหลือให้ต้องชำระภาษีสำหรับปี 2549 อีกต่อไป

การยึดและอายัดทรัพย์ของอดีตนายกฯทักษิณ ในเวลาต่อมาจึงเป็นการยึดและอายัดซ้ำซ้อนกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีหมายเลขแดงที่ อม.1/2553 โดยมีข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายโดยละเอียดตามคำฟ้อง

เมื่อเงินได้ทั้งหมดจากการขายหุ้นถูกยึดไปแล้ว การที่กรมสรรพากรยังติดตามยึดทรัพย์ของอดีตนายกฯทักษิณอีก ย่อมเป็นการยึดอายัดโดยมิชอบและเกินกว่าที่อดีตนายกฯทักษิณต้องรับผิดตามกฎหมาย ถือว่าอดีตนายกฯทักษิณถูกโต้แย้งสิทธิแล้ว นี่จึงเป็นมูลเหตุให้ต้องยื่นฟ้องคดีนี้ต่อศาลภาษีอากรกลางเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ซึ่งศาลมีคำสั่งรับคำฟ้องไว้พิจารณาแล้ว


นอกจากนั้น อดีตนายกฯทักษิณ มีความจำเป็นต้องขอให้ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งห้ามชั่วคราวมิให้กรมสรรพากรกระทำซ้ำหรือกระทำต่อไปซึ่งการยึดและอายัดทรัพย์โดยมิชอบดังกล่าว จนกว่าศาลภาษีอากรกลางจะมีคำพิพากษา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 (2) ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอาการและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 17

จะเห็นว่าก่อนหน้านี้กรมสรรพากรให้ข่าวพยายามสืบหาทรัพย์สินและจะฟ้องล้มละลายนั้น ทนายวิญญัติขอแนะนำให้กรมสรรพากรควรไปขอรับเงินภาษีที่อ้างอดีตนายกฯทักษิณค้างชำระ ให้ไปเอาจากกระทรวงการคลัง ไม่ไช่มายึดหรืออายัดทรัพย์ของอดีตนายกฯทักษิณ เพิ่มจนเกินกว่าความรับผิดตามคำพิพากษา



ซึ่ง ทนายวิญญัติ ขอให้ทำแค่นี้ก่อน เพราะจริงๆ แล้วยังมีข้อเท็จจริงที่เห็นว่า กรมสรรพากรทำไม่ถูกต้อง แต่ก็มีคณะบุคคลมาสั่งให้กรมสรรพากรทำ อีกอย่างทนายวิญญัติยังรอไว้ก่อนได้

ทั้งนี้ อดีตนายกฯทักษิณ มิได้นิ่งนอนใจ หรือเพิกเฉยไม่ชำระภาษี แต่เพราะเงินได้ทั้งปวงที่ได้จากการขายหุ้นทั้งหมด 1,419,490,150 หุ้น ตกเป็นของแผ่นดิน ถูกยึดเงินไปหมดแล้ว ดังนั้น การยื่นฟ้องศาลภาษีอากรกลางคดีนี้ก็เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่า ภาระภาษีประจำปี 2549 สิ้นสุดแล้ว กรมสรรพากรก็ควรจะยุติการใช้อำนาจที่ส่อว่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย

โดยศาลภาษีอากรกลาง นัดไต่สวนคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวของ อดีตนายกฯทักษิณ ในวันที่ 7 ตุลาคม 2569 และนัดชี้สอบหลักฐานและนัดสืบพยานในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2569

#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Advertisement QK6ZtN.png

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: