Connect with us

Politics

ใครจะเป็นรักษาการรัฐบาล และใครจะจัดเลือกตั้ง ลุ้นสิ้นสภาพทั้งกระดาน

Published

on

จตุพร ชี้ ถ้า 28 ก.ย. ผลออกมา “ไม่ลับ” ยิ่งซ้ำเติม สส.สิ้นสภาพทั้งกระดาน ใครจะเป็นรักษาการ รบ. และใครจะจัดเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อนว่า สถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ แต่ละฝ่ายเปิดเกมรุกเข้าใส่กันจนทำให้ช่วง 14 วันตั้งแต่ 14 ก.ย.-28 ก.ย. อยู่ในสภาวะปัญหามะรุมมะตุมจนชุลมุนวุ่นวายกันไปหมด

“ช่วง 14 ก.ย.ถึง 28 ก.ย.จะเต็มไปด้วยความโกลาหล จะมีการประกาศนัดชุมนุมต่างๆ สารพัดที่เราจะเห็นในช่วงรอยต่อ 14 วันนี้ และไปถึงวันที่ 28 ก.ย. ถ้าศาล รธน.วินิจฉัยคดีบัตรเลือกตั้งว่า ไม่เป็นความลับ กระทบต่อ สส.ต้องพ้นสถานภาพทั้งหมด แล้วใครจะรักษาการรัฐบาล ถ้าไม่เขียนไว้เลย เสมือนไม่มีเลือกตั้ง 69 ดังนั้น รัฐบาลรักษาการย่อมเป็นรัฐบาลอนุทิน 1 แล้วจะมั่วกันเลย”

ในสถานการณ์กรณีฮั้ว สว. ซึ่ง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เริ่มพิจารณาคดีส่งศาลฎีกาหรือไม่ในวันที่ 14 ก.ย.นี้ ปัญหาการฮั้ว สว. เริ่มขัดแย้งกันระหว่างพรรคเพื่อไทย (แดง) กับพรรคภูมิใจไทย (น้ำเงิน) จนน้ำเงินต้องออกจากร่วมรัฐบาลสมัยแพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกฯ

เมื่อความขัดแย้งนี้อุบัติขึ้นแล้วขยายผลไปสู่ กกต.ทำคดีร่วมกับดีเอสไอในคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนชุด 26 จนเกิดผลลัพธ์พรรคน้ำเงินฮั้ว สว.พรรคเดียว ทั้งที่พรรคสีส้ม (พรรคประชาชน) สีขาว-สีเขียว (พรรคพลังประชารัฐแล้วมาเป็นพรรคกล้าธรรม) และพรรค สีแดง ล้วนเกี่ยวข้องกันทั้งหมด ดังนั้น หากเคร่งครัดกับนิยามคำว่า “ฮั้ว” แล้ว ทุกพรรคและผู้สมัคร สว.ทุกคนทั้ง สว.ตัวจริงและสำรอง ย่อมไม่รอดข้อหาฮั้วกันไปได้เลย

อีกทั้งกล่าวว่า เมื่อ กกต.ไม่ยึดหลักสุจริตและเที่ยงธรรมมาตั้งแต่ต้น โดยไม่สั่งให้ “ดีเอสไอ” สอบสวนการฮั้ว สว.ทุกคน รวมทั้ง สว.สำรองที่เกี่ยวข้องอย่างเท่าเทียมกัน ปัญหาฮั้ว สว.จึงไม่จบสิ้นและไม่แตกต่างจากสองมาตรฐานในการตรวจสอบ

ประกอบกับ เมื่อถึงสถานการณ์ช่วง 28 ก.ย. ศาล รธน.นัดอ่านคำวินิฉัยคดีบัตรเลือกตั้งบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ถ้าผลออกมาว่า “เลือกตั้งไม่เป็นความลับ” แล้ว สังคมจะต่อต้าน กกต.สูงมาก ซ้ำร้าย กกต.อาจถูกฟ้องคดีทั้งทางอาญาและแพ่งให้ชดใช้เงินคืนกับรัฐกว่า 5 พันล้านบาทกรณีจัดการเลือกตั้งปี 2569 เป็นโมฆะ

ส่วนการชุมนุมของประชาชนนั้น นายจตุพร กล่าวว่า ไม่ได้หมายความจะเป็นการเรียกรัฐประหาร เพราะรัฐประหารไม่ได้มาจากการเรียกของใคร สิ่งสำคัญตัวละครการเมืองเบื้องหลังที่ไม่ออกมาพูดพร่ำเพรื่อ เริ่มส่งสัญญาณตามลำดับ รวมถึงนายกฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ออกมาพูดตัดเกมการอิงและโหนสถาบันเสียก่อน เพื่อป้องกันการขยายผลลุกลามไปใหญ่โต ซึ่งไม่เป็นผลดีกับนักการเมือง

อย่างไรก็ตาม ถ้านายกฯ เพิกเฉย ปล่อยให้สังคมคิดไปเอง ยิ่งนานวันเข้ามันจะเลยเถิด เมื่อนายกฯ ตัดสินใจพูด เพื่อต้องการสื่อสารเหตุผลในเรื่องนี้ ไม่ให้พัฒนากันไปไกล อีกอย่าง เหตุการณ์บ้านเมืองขณะนี้ ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับกล้าธรรม จะเห็นปรากฎการณ์เป็นมิตรไมตรีต่อกันเพื่อกลบข่าวหรือถอดฟืน “แดงควบรวมเขียว” ไม่ให้ลุกไหม้ บั่นทอนเสถียรภาพรัฐบาล

“หากต้องล้มรัฐบาลแล้ว สิ่งง่ายสุดคือ กกต.ต้องไม่ส่งฟ้องใครเลยต่อศาลฎีกา คือ เลือกแนวทางตามชุด 36 ซึ่งยิ่งจะทำให้สถานการณ์จะวุ่นกันทั้งบ้านทั้งเมืองและอาจไม่ถึงวันที่ 28 ก.ย. ดังนั้น อยากล้มรัฐบาลต้องยุให้ กกต. ไม่ส่งฟ้องใครเลย สถานการณ์แบบนี้จะเรียกคนออกมาล้มรัฐบาล” นายจตุพร ย้ำแนวทาง

ประเทศไทยต้องมาก่อน

#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Advertisement QK6ZtN.png

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: