Connect with us

Politics

หากทักษิณ เคลื่อนไหวการเมืองมากเท่าใด เสียงเรียกร้องให้คืนเงินภาษี 1.7 หมื่นล้าน ยิ่งจะดังตามมาด้วย

Published

on

จตุพร ชี้ เสียงเรียกร้อง ทักษิณให้คืนเงินภาษี 1.7 หมื่นล้าน จะลามถึงเสถียรภาพรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่า การตั้ง ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดี มธ.และอดีต สนช. เป็นประธานยุทธศาสตร์นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่า กทม.ของพรรคประชาชน จะทำให้คะแนนนิยมของพรรคลดลง

สิ่งสำคัญ ยังไม่อาจดึงเสียงนิยมของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่า กทม.ตกต่ำ อย่างไรก็ตามวิธีการเช่นนี้ยิ่งทำให้เพิ่มความนิยมกับชัชชาติ จนนำไปสู่เสียงชนะขาดในสนามเลือกตั้งผู้ว่า กทม. ซึ่งจะมีขึ้น 28 มิ.ย.นี้

แม้ ดร.สุรพล อ้างจะทำให้คนเห็นแตกต่างทางการเมืองมาร่วมกับพรรคประชาชนได้ แต่ตนกลับเชื่อว่า การนำจุดยืนการเมืองแบบขวามาประดับซ้าย ยิ่งทำให้กองเชียร์หมดใจให้กับพรรคประชาชน เพราะ ดร.สุรพล ไม่ใช่คนป๊อปปูลาร์ ที่จะลากความเห็นต่างมาสนับสนุนนายชัยวัฒน์ หรือ ดร.โจ ผู้สมัครผู้ว่า กทม.

ดังนั้น การแต่งตั้ง ดร.สุรพล จึงไม่ใช่จุดเปลี่ยนให้คนเห็นแตกต่างมาร่วมทางการเมืองกับพรรคประชาชน แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือ มีการพูดถึงผู้สมัครผู้ว่า กทม.กันมากขึ้น ทำให้บรรยากาศหาเสียงไม่เงียบเชียบ และเป็นวิธีเรียกร้องความสนใจจากคน กทม.

อีกทั้งกล่าวว่า นายชัชชาติ มีบุคลิกและจุดยืนการเมืองที่งเข้าตาทั้งฝ่ายเสรีนิยม ก้าวหน้า และอนุรักษ์นิยม ส่วนพรรคประชาชนเปิดตัว ดร.สุรพล เพื่อจะได้คนเห็นต่างเข้ามาเพิ่มเติมนั้นคงไม่ใช่ แต่กลับมีแต่เสียงก่นด่าจากกองเชียร์ของพรรคประชาชนเสียเอง แล้วทำให้ความนิยมในตัวนายชัยวัฒน์ ผู้สมัครผู้ว่า กทม.ของพรรคต้องลดน้อยไปอีก

“เรายังไม่เคยเห็นว่า ฝ่ายอนุรักษ์นิยมจะมาตาม อ.สุรพล และเชียร์ผู้สมัครผู้ว่า กทม.ของพรรคประชาชน แต่เราเห็นความไม่พอใจในพรรคประชาชน ส่วนบรรดานางแบกถือเป็นลาภปากไป”

นายจตุพร กล่าวถึงการกล่าวหาระบอบอากงเก็บเงิน 4 ล้านบาทซื้อตำแหน่งแต่งตั้งโยกย้าย ขรก.กทม.ในยุคของนายชัชชาติว่า คงเป็นการกล่าวหาเพื่อดึงความนิยมในตัวของนายชัชชาติ ให้ลดต่ำลงมาเท่ากับผู้แข่งขันจากพรรคตนเอง ดังนั้น การเลือกตั้ง ผู้ว่า กทม.ครั้งนี้จึงเริ่มร้อนแรงขึ้นมา

อย่างไรก็ตาม การหาเสียงขณะนี้ยังไม่มีจุดเปลี่ยนอะไร ถ้าไม่มีพยานหลักฐานหรือข้อเท็จจริงมามัดตัวคนใกล้ชิดชัชชาติแล้ว ยิ่งทำให้คะแนนนิยมของนายชัชชาติทิ้งห่างผู้แข่งขันไปไกลกันใหญ่

ส่วนกรณีแก้ไข รธน. 60 นั้น พรรคภูมิใจไทยยื่นร่างแก้ไขต่อสภาแล้ว และยังมีมติพรรคให้ สส.ถอดชื่อของจากร่างแก้ไขของพรรคเพื่อไทย โดยหวั่นจะขัดคำวินิจฉัยของศาล รธน. ดังนั้น ขณะนี้มี 4 พรรคยื่นร่างแก้ไข รธน. คือ พรรคภูมิใจไทย ประชาชน เพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งได้เสียงสนับสนุนจากพรรคประชาชน

ดังนั้น หากพิจารณาความน่าจะเป็นแล้ว ร่างแก้ไขของพรรคภูมิใจไทยมีโอกาสจะได้รับความสำเร็จมากที่สุด เพราะในการผ่านวาระ 3 ต้องใช้เสียง สว.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ให้ความเห็นชอบด้วย แต่ทางการเมืองแล้ว กรณีการแก้ไข รธน.จะให้ค่าต่อผลการพิจารณาของสภาว่า ถ้าสำเร็จหรือไม่สำเร็จแล้วจะเกิดผลทางการเมืองกับแต่ละพรรคที่ยื่นร่างแก้ไขอย่างไร และพรรคการเมืองนั้นจะได้อะไรตามมา

“การเรียกร้อง รธน.ที่ผ่านมา เมื่อได้แล้ว รธน.ไม่ได้ตอบโจทย์อะไรกับบ้านเมืองเลย เราเป็นประเทศที่เต็มไปด้วย รธน. เป็นประเทศที่มี รธน.มากที่สุด เป็นประเทศมีกฎหมายมากกว่า 1.5 หมื่นฉบับและไม่มีมนุษย์คนไหนจำกฎหมายได้หมด เราจึงแข่งกันสร้างกฎเพื่อขังตัวเอง ดังนั้นเราควรลดกฎหมายลงบ้าง”

นายจตุพร กล่าวว่า ขณะนี้โลกไม่ได้แข่งขันกันด้วยระบอบการปกครอง แต่แข่งกันที่ความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการบริหารประเทศ ดังนั้น การเมืองในวันนี้มีแต่เรื่องเดิมๆ ที่เถียงกันมาตั้งแต่วัยเด็ก ยังไม่คิดข้ามในแต่ละเรื่องกันเลย

อีกทั้งกล่าวถึง ทักษิณ ชินวัตร ได้รับการอภัยโทษ และเป็นอิสระจากการจองจำว่า ทักษิณ ได้รับอภัยโทษตามปกติ เพราะมีคุณสมบัติเข้าข่าย แต่ยังมี 3 คดีเป็นบ่วงมัดขาไว้ คือ คดีชั้น 14 ที่ ปปช.ต้องสอบสวน ขรก.ที่เกี่ยวข้อง คดี ม.112 และการชดใช้ภาษีคืน 1.7 หมื่นล้านบาทให้กับกระทรวงการคลัง

อย่างไรก็ตาม หากทักษิณ เคลื่อนไหวการเมืองมากเท่าใด เสียงเรียกร้องให้คืนเงินภาษี 1.7 หมื่นล้านบาทยิ่งจะดังตามมาด้วย แล้วจะลามถึงเสถียรภาพรัฐบาล ขณะที่พรรคเพื่อไทยคงตัดขาดผู้นำจิตวิญญาณไม่ได้ด้วย

ประเทศไทยต้องมาก่อน

#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Advertisement QK6ZtN.png

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: