จตุพร จับตา! อย่าดูเบา“เพื่อไทย”สิ้นชอบธรรม แต่ทำได้ทุกอย่างเพื่ออำนาจ
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยประเมินสถานการณ์พรรคการเมืองช่วงชิง ยื้อแย่งตำแหน่งนายกฯ คนใหม่ หลังจากนายกฯ อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร ถูกศาล รธน.ถอดถอนจากตำแหน่งกรณีคลิปเสียงอังเคิลสมเด็จฮุนเซน ฝ่าฝืนมาตรจริยธรรมร้ายแรง
“การเมืองและการช่วงชิงนายกฯ ใหม่ เดินรุดหน้าไปเร็วมาก และเชื่อว่า พรรคการเมืองในคืน 29 ส.ค. ไม่หลับนอนกัน (แม้พรรคเพื่อไทยเพลี่ยงพล้ำ) แต่อย่าได้ดูเบา เพราะการเคลื่อนไหวยื้อแย่งยังไม่จบ จึงต้องติดตาม เฝ้ารอจนถึงวันที่ 3 ก.ย.ที่สภาจะประชุมเลือกนายกฯ คนใหม่”
พร้อมทั้งย้ำว่า คณะรวมพลังแผ่นดินฯ จะชุมนุมครั้งใหญ่ที่อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ วันที่ 31 ส.ค.นี้ เพื่อแสดงพลังไม่เอานายกฯ จากพรรคเพื่อไทย และกำหนดเงื่อนไขให้นายกฯ ใหม่ ต้องอยู่ภายใต้ความต้องการของประชาชน
สิ่งสำคัญ เมื่อสถานการณ์พรรคการเมืองยังแย่งชิงกัน ฝ่ายประชาชน จะนัดประชุมประเมินสถานการณ์อีกครั้งวันที่ 30 ส.ค.เวลา 10.00 น.ที่ รร.รัตนโกสินทร์ จากนั้นเวลาบ่ายโมงแถลงข่าว ท่าทีเคลื่อนไหวของพลังฝ่ายประชาชน
นายจตุพร กล่าวว่า หลังศาล รธน.ถอดถอนนายกฯอุ๊งอิ๊ง ข้อหาฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม และ ครม.ต้องพ้นทั้งคณะ ทำให้พรรคการเมืองเร่งเดินหน้าอย่างเร็วเพื่อชิงนายกฯ มาตั้งรัฐบาลใหม่ โดยพรรคเพื่อไทยล็อกพรรคร่วมเดิมเปิดแถลงจับมือโชว์เหนียวแน่นที่ รร.ปริ๊นเซส หลานหลวง เพื่อตั้งรัฐบาลใหม่ตามเดิม แต่ไม่มีพรรคกล้าธรรมของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า มาร่วมแถลงข่าวด้วย
ขณะเดียวกัน นายสุชาติ ชมกลิ่น รักษาการ รมช.พาณิชย์ ยืนยันนำ 18 เสียง ที่แยกตัวจากพรรครวมใจสร้างชาติ (ซึ่งจะไปตั้งพรรคอนาคตใหม่) และนายนิพนธ์ บุญญามณี อีกซีกของพรรคประชาธิปัตย์ รีบรุดไปพรรคภูมิใจไทย สะท้อนถึงการสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกฯ คนใหม่
หลังจากนั้น นายอนุทิน ไปทอดไมตรีกับพรรคประชาชนขอเสียงมาโหวตให้เป็นนายกฯ พร้อมตกปากรับคำเงื่อนไขเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจแก้ปัญหาชาติและ รธน. ใน 4 เดือน แล้วยุบสภา โดยพรรคประชาชนไม่ร่วมเป็น รมต. ใน ครม.ด้วย แล้วเร่งเดินต่อไปพรรคกล้าธรรม เจรจาร่วมจัดตั้งรัฐบาลร่วมกัน แม้ดูเหมือนเบื้องต้นจะตกลงกันเรียบร้อย แต่การแย่งชิงจากพรรคเพื่อไทยยังไม่ยุติ ซึ่งอย่าเพิ่งดูเบาว่า สถานการณ์ยื้อแย่งอำนาจยุติแล้ว
อย่างไรก็ตาม เมื่อพรรคกล้าธรรมและนายสุชาติ ไม่ไปร่วมแถลงตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย อาจชี้ชัดว่า พรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบันจบแล้ว แม้นายภูมิธรรม เวชยชัย รักการ รมว.มหาดไทย คิดจะดีลกับพรรคประชาชน แต่ปัญหาพรรคประชาชนกล้าโหวตให้นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯ คนที่สามของพรรคเพื่อไทยหรือไม่
สิ่งสำคัญถ้าพรรคประชาชนกล้าโหวตให้พรรคเพื่อไทย การช่วงชิงนายกฯ อาจจะพลิกได้ และจะกลายเป็นคนละเรื่อง เพราะสงครามไทย-กัมพูชาจะถูกบวกไปผสมกับทุกเรื่องราวที่พรรคประชาชนเคยถูกพรรคเพื่อไทยหักหลัง ตระบัดสัตย์ฉีกสัตยาบันตั้งรัฐบาลกันครั้งแรกมาแล้ว
“ความน่าจะเป็นของพรรคประชาชน น่าจะอยู่ที่พรรคภูมิใจไทยเสียมากกว่า ดังนั้นสถานการณ์ขณะนี้ พรรคเพื่อไทยจะรอด (ได้เป็นรัฐบาล) อย่างเดียว คือพรรคประชาชนไปโหวตให้นายชัยเกษม เป็นนายกฯ แต่จะเต็มไปด้วยข้อครหามากมายตามมาอีกและ (พรรคประชาชน) เป็นการฆ่าตัวตายทางการเมือง”
นายจตุพร เชื่อว่า สถานการณ์ขณะนี้ยากมากที่พรรคประชาชนจะไปสนับสนุนพรรคเพื่อไทย เพราะอาจเห็นว่า วิกฤตศรัทธาที่เกิดกับรัฐบาลพรรคเพื่อไทยรุนแรงมาก ดังนั้น พรรคประชาชนมีทางเลือกคือ อยู่เฉยๆ หรือไปสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยเป็นนายกฯ
อีกทั้งกล่าวว่า ร่องรอยการปรากฎตัวของซีกหนึ่งจากพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ใกล้ชิดกลุ่มทุนที่อยู่ติดตัวกับเสมียนประเทศ รวมถึงพรรคกล้าธรรมก็อยู่ติดตัวเสมียนประเทศเช่นกัน ดังนั้น การเคลื่อนไหวไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทยไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่กระชับดีลกันมาได้ร่วมเดือนแล้ว
นายจตุพร เชื่อว่า ปรากฎการณ์ของพรรคกล้าธรรมและกลุ่ม 18 เสียงพรรครวมไทยสร้างชาติมีคำตอบแยกตัวมาพอสมควรในช่วงเดือนที่ผ่านมา ยิ่งคำวินิจฉัยของศาล รธน.ในกรณีฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง ซึ่งให้รายละเอียดหนักมาก ดังนั้น พรรคเพื่อไทยย่อมสิ้นความชอบธรรม และตอกย้ำการแยกตัวไปหานายอนุทินกระชับแน่นขึ้น
พร้อมย้ำว่า คณะรวมพลังแผ่นดินนัดชุมนุมที่ชัยสมรภูมิตั้งแต่เที่ยงวันของ 31 ส.ค.นี้ เพื่อหยุดพรรคเพื่อไทยต่ออำนาจเป็นนายกฯ และตั้งรัฐบาลขึ้นมาอีก ซึ่งไม่มีความชอบธรรมและสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ไม่วันจะดีขึ้น
“ภาคประชาชนมีเงื่อนไขว่า นายกฯ คนใหม่ ที่ไม่ได้มาจากพรรคเพื่อไทยนั้นต้องยกเลิก MOU 43 และ 44 ต้องเลิกเรื่องเช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ 99 ปี เรื่องเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ตั้งกาสิโนต้องยุติ เรื่องเช่าที่ดิน 3 แสนไร่ 99 ปีที่ซุกในแลนด์บริดจ์ รวมทั้ง พรบ.การเงินซุกระบบเงินตราใหม่ต้องยกเลิกกัน” นายจตุพร กล่าว
ประเทศไทยต้องมาก่อน
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS