Connect with us

News

ยืนยันแล้ว! กลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟน กว่า 6 ล้านคนหรือผู้ที่อาจตกหล่น ‘ไทยช่วยไทยพลัส’

Published

on

สำหรับกลุ่มประชาชนกว่า 6 ล้านคนที่ไม่มีสมาร์ทโฟนหรือผู้ที่อาจตกหล่น รัฐบาลกำลังพิจารณาแนวทาง อาจจะพิจารณาใช้กลไกของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้ามาช่วย

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ โฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ภาพรวมโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ในวันสุดท้ายของการลงทะเบียน ถือว่าประสบความสำเร็จและบรรลุวัตถุประสงค์ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยมีผู้ลงทะเบียนรับสิทธิ์ไปกว่า 26 ล้านสิทธิ์ จากกรอบเดิมที่ตั้งเผื่อไว้ที่ 30 ล้านสิทธิ์ ซึ่งขณะนี้เหลือสิทธิ์อยู่ประมาณ 4 ล้านสิทธิ์ รัฐบาลจึงยังไม่มีนโยบายที่จะต่ออายุหรือขยายระยะเวลาโครงการออกไป เนื่องจากโครงการดังกล่าวออกแบบมาเพื่อเป็นหนึ่งในมาตรการช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายเฉพาะหน้า ไม่ได้มุ่งเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจในวงกว้างที่ต้องผลักดันให้ประชาชนใช้เม็ดเงินให้หมด

สำหรับงบประมาณที่เหลือ กว่า 16,000 ล้านบาท กระทรวงการคลังจะดึงเม็ดเงินดังกล่าวกลับเข้าสู่ระบบ เพื่อนำไปพิจารณาปรับใช้กับมาตรการช่วยเหลืออื่นๆ ที่กำลังรอการอนุมัติจากคณะกรรมการกลั่นกรองเงินกู้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนอย่างทั่วถึง

สำหรับกลุ่มประชาชนกว่า 6 ล้านคนที่ไม่มีสมาร์ทโฟนหรือผู้ที่อาจตกหล่น รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจและกำลังพิจารณาแนวทางให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ซึ่งอาจจะพิจารณาใช้กลไกของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้ามาช่วยรองรับเพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ได้

นอกจากนี้ยังประสาน 4 แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ที่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ ไลน์แมน ช้อปปี้ โรบินฮู้ด และฟู้ดแพนด้า ช่วยจัดทำระบบบันทึกยอดขาย เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลส่งต่อให้ธนาคารของรัฐอย่างออมสินและ SME Bank นำไปพิจารณาปล่อยสินเชื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่ร้านค้ารายย่อย หวังลดปัญหาหนี้นอกระบบ

นอกจากนี้ โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวถึง ภาพรวมบรรยากาศการยืนยันตัวตนตามสาขาของธนาคารกรุงไทยเริ่มเบาบางลงอย่างต่อเนื่อง แม้จะยังพบปัญหาการลืมรหัสผ่านหรือแอปพลิเคชันค้างบ้าง ซึ่งทำให้ประชาชนต้องเดินทางมาพบเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันตัวตนใหม่ตามมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดเพื่อป้องกันมิจฉาชีพ ทั้งนี้ ประชาชนยังสามารถใช้บริการผ่านตู้ ATM รวมถึงสาขาของธนาคารภายในห้างสรรพสินค้าที่ยังเปิดให้บริการในช่วงค่ำได้ตามปกติ

ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังได้นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยตรวจสอบพฤติกรรมการทุจริตอย่างเข้มงวด ซึ่งสามารถตรวจจับความผิดปกติได้อย่างแม่นยำ เช่น การสแกนซื้อสินค้าชนิดเดียวกันข้ามจังหวัดในเวลาเดียวกัน หรือการทำรายการชำระเงินสำเร็จเกือบ 10 ครั้งภายใน 1 วินาที โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินการเอาผิดทางอาญาจนถึงที่สุดกับผู้กระทำผิดไปแล้วจำนวน 296 ราย สำหรับกลุ่มผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การตรวจสอบคุณสมบัติกว่า 470,000 รายนั้น พบว่าส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่เดิม (ซึ่งกลุ่มนี้จะได้รับสิทธิช่วยเหลือตามรอบปกติในวันที่ 1 อย่างแน่นอน) และมีอีกประมาณ 2,600 รายที่ถูกระงับสิทธิ เนื่องจากเคยกระทำผิดเงื่อนไขในโครงการก่อนหน้า ได้ย้ายไปพำนักในต่างประเทศ หรือเสียชีวิตไปแล้ว

#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

Continue Reading
Advertisement ad-02-doosoft.jpg
Advertisement QK6ZtN.png

Copyright © 2022 TOJO.NEWS

%d bloggers like this: